Google Pixel 7 สิ่งที่แฟนคลับคาดหวังให้พัฒนาจากรุ่นก่อน

ในตลาดสมาร์ทโฟนสหรัฐอเมริกา ยักษ์ใหญ่สามรายอย่าง Apple, Samsung และ Google คือผู้เล่นหลักที่กำหนดทิศทางของอุตสาหกรรม โดยในปีนี้ Samsung ได้เปิดตัว Galaxy S22 และตามด้วย Galaxy Z Flip กับ Fold ไปแล้ว ขณะที่ Apple เตรียมส่ง iPhone 14 ลงสนามในช่วงต้นเดือนกันยายน และลำดับถัดมาคือคิวของ Google ที่คาดว่าจะเปิดตัว Pixel 7 series ในช่วงปลายเดือนกันยายนหรือต้นเดือนตุลาคมนี้

แม้ว่า Pixel 6 จะเป็นมือถือที่ยอดเยี่ยม แต่ก็ยังมีจุดที่ผู้ใช้งานและนักวิจารณ์มองว่าควรปรับปรุง เพื่อให้ Pixel 7 กลายเป็นสมาร์ทโฟนที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น นี่คือ 7 ประเด็นสำคัญที่เราอยากเห็น Google พัฒนาให้ดีขึ้นในรุ่นใหม่นี้

ยกระดับการเชื่อมต่อและประสิทธิภาพไร้สาย

1. สัญญาณโทรศัพท์ที่เสถียรขึ้น

ปัญหาใหญ่ที่ผู้ใช้ Pixel 6, 6 Pro และ 6a พบเจอคือความอ่อนแอของสัญญาณโทรศัพท์ ซึ่งเป็นฟังก์ชันพื้นฐานที่สุดของมือถือ เราหวังว่า Google จะแก้ไขเรื่องนี้ด้วยการอัปเกรด Modem (อุปกรณ์รับส่งสัญญาณ) โดยอาจเปลี่ยนไปใช้ Qualcomm X65 หรือ X70 ที่มีประสิทธิภาพสูง แทนที่ Exynos 5123 ที่อยู่ในชิป Tensor ของรุ่นก่อน

2. การเชื่อมต่อ Bluetooth ที่ไว้ใจได้

ผู้ใช้งานจำนวนมากรายงานปัญหาหูฟังหลุดการเชื่อมต่อบ่อยครั้งในรุ่น Pixel 6 ดังนั้นใน Pixel 7 เราจึงอยากเห็นการรองรับ Bluetooth 5.3 พร้อมมาตรฐาน Bluetooth Low Energy Audio และ LC3 Codec ซึ่งจะช่วยให้การใช้พลังงานลดลงและคุณภาพเสียงดีขึ้น

การเข้าถึงและประสบการณ์การใช้งานพื้นฐาน

3. การวางจำหน่ายผ่านเครือข่ายหลักในสหรัฐฯ

แม้จะมีรุ่น Unlocked (เครื่องเปล่าไม่ติดสัญญา) วางขาย แต่หาก Google สามารถผลักดันให้ Pixel 7 และ 7 Pro วางจำหน่ายโดยตรงผ่านผู้ให้บริการรายใหญ่อย่าง AT&T, T-Mobile และ Verizon รวมถึง MVNO (ผู้ให้บริการเครือข่ายเสมือน) จะช่วยให้ผู้บริโภคได้รับข้อเสนอที่คุ้มค่าขึ้นและเพิ่มยอดขายในวงกว้าง

4. ระบบชาร์จไวที่ทันสมัย

ในขณะที่แบรนด์อย่าง OnePlus หรือ Oppo ก้าวไปถึงระดับ 150W แต่ Pixel 6 และ 6 Pro ยังคงชาร์จอยู่ที่ 21W และ 23W ตามลำดับ แม้เราจะไม่คาดหวังถึง 100W แต่การขยับขึ้นมาอยู่ที่ 45W หรือ 50W จะทำให้ Pixel 7 แข่งขันในตลาดได้ดีขึ้นมาก

5. เครื่องสแกนลายนิ้วมือที่แม่นยำ

ระบบสแกนลายนิ้วมือในรุ่นก่อนหน้าถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าทำงานช้าและไม่แม่นยำ แม้จะมีการอัปเดตซอฟต์แวร์แก้ไขไปบ้าง แต่ในรุ่น Pixel 7 นี้ สิ่งที่ผู้ใช้ต้องการไม่ใช่แค่ความหวัง แต่คือความคาดหวังว่าเซนเซอร์จะต้องทำงานได้รวดเร็วและถูกต้องในทันที

นวัตกรรมแห่งอนาคตที่น่าจับตามอง

6. กล้องหน้าแบบซ่อนใต้จอ (Under-Display Camera)

แม้โอกาสจะน้อย แต่ Google มีสิทธิบัตรเกี่ยวกับ UDC หรือกล้องใต้จอ ซึ่งจะทำให้หน้าจอแสดงผลได้อย่างเต็มตาโดยไม่มีรูเจาะ หากนำมาใช้ใน Pixel 7 จะสร้างความโดดเด่นเหนือคู่แข่งได้อย่างมาก

7. การออกแบบหน้าจอพับได้ (Foldable Design)

ด้วยความสำเร็จของ Samsung ในตลาดมือถือพับได้ จึงเป็นโอกาสดีที่ Google จะส่งสมาร์ทโฟนจอพับในราคาที่เข้าถึงง่ายลงสู่ตลาด แม้ว่าอาจจะยังไม่เกิดขึ้นในปีนี้ แต่เป็นทิศทางที่แฟนๆ อยากเห็นในอนาคตอันใกล้

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • การเชื่อมต่อ: ต้องการการอัปเกรด Modem เป็น Qualcomm X65 หรือ X70 เพื่อแก้ปัญหาสัญญาณ
  • มาตรฐานไร้สาย: คาดหวัง Bluetooth 5.3 และ LC3 Codec เพื่อคุณภาพเสียงและประหยัดพลังงาน
  • ความเร็วการชาร์จ: ต้องการการอัปเกรดจาก ~23W เป็นอย่างน้อย 45W-50W
  • ฮาร์ดแวร์: เน้นการปรับปรุงเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือให้ทำงานได้รวดเร็วขึ้น
  • นวัตกรรม: มีความเป็นไปได้ในเรื่องกล้องใต้จอและมือถือพับได้ในอนาคต
สรุปเปรียบเทียบสิ่งที่ Pixel 6 มี และสิ่งที่คาดหวังใน Pixel 7
หัวข้อ Pixel 6 Series ความคาดหวังใน Pixel 7
Modem สัญญาณ Exynos 5123 (มีปัญหาความเสถียร) Qualcomm X65 หรือ X70
ความเร็วชาร์จ 21W - 23W 45W - 50W+
Bluetooth มาตรฐานทั่วไป (มีรายงานการหลุด) Bluetooth 5.3 / LC3 Codec
สแกนลายนิ้วมือ ทำงานช้า/ไม่แม่นยำในบางครั้ง รวดเร็วและแม่นยำสูง
ดีไซน์หน้าจอ จอแบบเจาะรู (Punch-hole) กล้องใต้จอ (UDC) / จอพับได้

คำถามที่พบบ่อย

Google Pixel 7 คาดว่าจะเปิดตัวเมื่อไหร่?

คาดว่าจะมีกำหนดการเปิดตัวในช่วงปลายเดือนกันยายน หรือต้นเดือนตุลาคม

ปัญหาหลักของ Pixel 6 ที่ต้องการให้แก้ไขคืออะไร?

ปัญหาที่เด่นชัดที่สุดคือความเสถียรของสัญญาณโทรศัพท์ และประสิทธิภาพของเครื่องสแกนลายนิ้วมือที่ยังไม่น่าพึงพอใจ

ทำไม Bluetooth 5.3 ถึงสำคัญสำหรับ Pixel 7?

เพราะจะช่วยให้การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ไร้สายเสถียรขึ้น และรองรับมาตรฐาน LE Audio ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงานและเพิ่มคุณภาพเสียง

มีความเป็นไปได้ไหมที่ Pixel 7 จะเป็นมือถือพับได้?

แม้ Google จะมีความสนใจในเทคโนโลยีนี้ แต่มีความเป็นไปได้น้อยที่จะเปิดตัวเป็นรุ่นหลักในปีนี้ อย่างไรก็ตามเป็นสิ่งที่ผู้ใช้คาดหวังให้เกิดขึ้น

การเปลี่ยน Modem เป็น Qualcomm จะช่วยอะไรได้บ้าง?

จะช่วยให้การรับสัญญาณโทรศัพท์ในพื้นที่ต่างๆ มีความเสถียรมากขึ้น ลดปัญหาการหลุดของสัญญาณ ซึ่งเป็นจุดอ่อนสำคัญของรุ่นก่อนหน้า