Google OpenSocial ปฏิวัติการพัฒนาแอปพลิเคชันบนเครือข่ายสังคมออนไลน์
ในยุคที่แพลตฟอร์มโซเชียลเน็ตเวิร์กผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด นักพัฒนาแอปพลิเคชันต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ในการเลือกว่าจะทุ่มเททรัพยากรให้กับแพลตฟอร์มใด เนื่องจากแต่ละแห่งมีข้อกำหนดและภาษาที่ใช้พัฒนาแตกต่างกัน ทำให้เกิดต้นทุนทั้งในด้านเวลาและงบประมาณในการดูแลรักษาโค้ดให้ใช้งานได้ในทุกระบบ
เพื่อแก้ปัญหานี้ Google จึงได้เปิดตัวโครงการ OpenSocial ซึ่งไม่ใช่การสร้างโซเชียลเน็ตเวิร์กใหม่ขึ้นมาแข่งขัน แต่เป็นการสร้างชุด API (Application Programming Interface) หรือช่องทางการเชื่อมต่อมาตรฐานที่ช่วยให้นักพัฒนาสามารถเขียนแอปพลิเคชันเพียงครั้งเดียว แต่สามารถนำไปใช้งานได้กับทุกเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่เข้าร่วมเป็นพาร์ทเนอร์
เจาะลึกการทำงานของ OpenSocial
OpenSocial ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นตัวกลางในการเข้าถึงข้อมูลพื้นฐานของเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยเน้นไปที่ฟังก์ชันการใช้งานที่พบบ่อยที่สุด 3 ด้านหลัก ได้แก่:
- ข้อมูลโปรไฟล์ (Profile Information): การเข้าถึงข้อมูลพื้นฐานของผู้ใช้งาน
- ข้อมูลเพื่อน (Friends Information): การเข้าถึงโครงข่ายความสัมพันธ์หรือ Social Graph
- กิจกรรม (Activities): การเข้าถึงข้อมูลการเคลื่อนไหวต่างๆ เช่น ฟีดข่าว (News Feed)
ความโดดเด่นของ OpenSocial คือการเปิดกว้างทางเทคนิค โดยอนุญาตให้นักพัฒนาใช้ JavaScript และ HTML ตามมาตรฐานทั่วไป รวมถึงสามารถใส่ Flash ได้ ซึ่งแตกต่างจากคู่แข่งอย่าง Facebook ที่บังคับให้ใช้ภาษา FBML (Facebook Markup Language) เพื่อความปลอดภัย แต่ส่งผลให้โค้ดนั้นไม่สามารถนำไปใช้ที่อื่นได้ การที่ Google ใช้มาตรฐานสากลจึงช่วยให้นักพัฒนานำโค้ดเดิมที่มีอยู่มาปรับใช้ได้อย่างรวดเร็ว
ความยืดหยุ่นและการควบคุม
ในขณะที่ OpenSocial จัดการเรื่องการเชื่อมต่อข้อมูล แต่กฎระเบียบภายใน เช่น การอนุญาตให้ลงโฆษณา หรือขั้นตอนการคัดกรองนักพัฒนา จะยังคงเป็นอำนาจการตัดสินใจของ Host (เครือข่ายสังคมออนไลน์ที่นำ API นี้ไปใช้) แต่ละราย ซึ่งทำให้ระบบนี้มีความยืดหยุ่นสูงและดึงดูดใจให้แพลตฟอร์มต่างๆ เข้าร่วมได้ง่ายขึ้น
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Google OpenSocial | Facebook Platform |
|---|---|---|
| ภาษาที่ใช้พัฒนา | HTML, JavaScript, Flash (มาตรฐานสากล) | FBML (ภาษาเฉพาะของแพลตฟอร์ม) |
| การนำโค้ดไปใช้ซ้ำ | ทำได้ง่าย ข้ามแพลตฟอร์มได้ | ทำได้ยาก ถูกจำกัดอยู่ในระบบเดียว |
| การแสดงผล | ใช้งานได้เต็มรูปแบบทั้งหน้าโปรไฟล์และ Canvas | เน้นการทำงานบนหน้า Canvas เป็นหลัก |
| นโยบายการควบคุม | Host แต่ละรายกำหนดนโยบายเอง | Facebook เป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ทั้งหมด |
พันธมิตรผู้ร่วมขับเคลื่อน
ความสำเร็จของ OpenSocial ขึ้นอยู่กับเครือข่ายพันธมิตร ซึ่งแบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลัก:
- กลุ่ม Host (ผู้ให้บริการเครือข่าย): ประกอบด้วยยักษ์ใหญ่และแพลตฟอร์มหลากหลาย เช่น Orkut, Salesforce, LinkedIn, Ning, Hi5, Plaxo, Friendster, Viadeo และ Oracle
- กลุ่ม Developer (นักพัฒนา): เช่น Flixster, iLike, RockYou และ Slide ซึ่งพร้อมจะสร้างแอปพลิเคชันเพื่อกระจายไปยัง Host ต่างๆ ทันที
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- OpenSocial ไม่ใช่โซเชียลเน็ตเวิร์ก แต่เป็นชุด API มาตรฐานสำหรับนักพัฒนา
- เน้นการเข้าถึง 3 ส่วนหลัก: ข้อมูลโปรไฟล์, รายชื่อเพื่อน และกิจกรรมของผู้ใช้
- ใช้ภาษา HTML และ JavaScript ทำให้พัฒนาได้ง่ายกว่าการใช้ภาษาเฉพาะทาง
- ช่วยลดต้นทุนให้นักพัฒนาไม่ต้องเขียนโค้ดใหม่สำหรับทุกแพลตฟอร์ม
- มีพันธมิตรระดับโลกเข้าร่วมมากมาย เช่น LinkedIn และ Salesforce
คำถามที่พบบ่อย
OpenSocial คืออะไร?
คือชุด API มาตรฐานที่ Google พัฒนาขึ้นเพื่อให้แอปพลิเคชันหนึ่งตัวสามารถทำงานร่วมกับเครือข่ายสังคมออนไลน์หลายแห่งได้ โดยไม่ต้องเขียนโค้ดแยกสำหรับแต่ละแพลตฟอร์ม
ทำไม OpenSocial ถึงดีกว่าการพัฒนาแอปบน Facebook?
เพราะ OpenSocial ใช้ภาษามาตรฐานอย่าง HTML และ JavaScript ทำให้นักพัฒนานำโค้ดเดิมมาปรับใช้ได้ทันที และสามารถกระจายแอปไปยังหลายเครือข่าย (Hosts) ได้พร้อมกัน ไม่ถูกจำกัดอยู่แค่ในระบบเดียว
ใครบ้างที่สามารถเข้าร่วมเป็น Host ใน OpenSocial ได้?
เครือข่ายสังคมออนไลน์ทุกแห่งที่ตกลงจะยอมรับการเรียกข้อมูลผ่าน API ของ OpenSocial และส่งคืนข้อมูลตามมาตรฐานที่กำหนด เช่น LinkedIn, Orkut และ Salesforce
OpenSocial เข้ามาควบคุมนโยบายของโซเชียลเน็ตเวิร์กแต่ละแห่งหรือไม่?
ไม่ OpenSocial จัดการเพียงแค่มาตรฐานการเชื่อมต่อข้อมูลเท่านั้น ส่วนกฎระเบียบ การคัดกรองนักพัฒนา หรือนโยบายการโฆษณา จะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ Host แต่ละรายเอง


