Google Assistant วิธีใช้งานบน Android และ iOS เพื่อเพิ่มความสะดวกในชีวิตประจำวัน

Google Assistant คือผู้ช่วยเสมือนอัจฉริยะ (Virtual Assistant) ที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้การจัดการชีวิตประจำวันง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาข้อมูล การตอบคำถาม หรือการสั่งงานอุปกรณ์ต่างๆ แม้ว่าผู้ใช้ Android จะมีระบบนี้ติดตั้งมาให้ในตัว แต่ผู้ที่ใช้งาน iPhone หรือ iPad ก็สามารถติดตั้งเพื่อใช้งานฟีเจอร์ที่ทรงพลังนี้ได้เช่นกัน โดยเฉพาะผู้ที่มีข้อมูลส่วนตัวและตั้งค่าต่างๆ ไว้ในบัญชี Google อยู่แล้ว จะได้รับความสะดวกสบายในการเชื่อมต่อข้อมูลที่ไร้รอยต่อ

เริ่มต้นติดตั้งและตั้งค่า Google Assistant

การเริ่มต้นใช้งานจะมีความแตกต่างกันเล็กน้อยตามระบบปฏิบัติการของอุปกรณ์ที่คุณใช้ ดังนี้:

  • สำหรับ Android: โดยปกติจะมีติดตั้งมาให้พร้อมเครื่อง หากไม่มีสามารถดาวน์โหลดได้จาก Google Play Store (รองรับ Android 5.0 ขึ้นไป และแอป Google เวอร์ชัน 6.13) โดยเข้าไปตั้งค่าได้ที่ Settings > Google > Account Services > Search, Assistant & Voice > Google Assistant
  • สำหรับ iOS และ iPadOS: สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้จาก Apple App Store (รองรับ iOS 11 ขึ้นไป) เมื่อเปิดแอปแล้ว ให้แตะที่ไอคอนโปรไฟล์มุมขวาบนเพื่อปรับแต่งการตั้งค่าต่างๆ

การปรับแต่งเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

เพื่อให้ผู้ช่วยอัจฉริยะทำงานได้ตรงใจคุณมากขึ้น แนะนำให้ตรวจสอบการตั้งค่าเหล่านี้:

  • Voice Match: ระบบจดจำเสียง เพื่อให้ Assistant แยกแยะเสียงของคุณออกจากผู้อื่นได้อย่างแม่นยำ
  • Assistant Voice: เลือกโทนเสียงของผู้ช่วยตามที่คุณชื่นชอบ
  • Routines: การสร้างชุดคำสั่งลัดที่รวมหลายงานไว้ในคำสั่งเดียว ช่วยลดขั้นตอนการสั่งงาน

วิธีเรียกใช้งาน Google Assistant

คุณสามารถสั่งงาน Google Assistant ได้หลายวิธีตามความสะดวกของอุปกรณ์:

ผู้ใช้ Android: สามารถกดปุ่ม Home ค้างไว้ หรือใช้คำสั่งเสียงว่า “OK, Google” หรือ “Hey, Google” นอกจากนี้ยังสามารถพิมพ์คำสั่งผ่านคีย์บอร์ดได้หากไม่สะดวกใช้เสียง

ผู้ใช้ iPhone และ iPad: ต้องเปิดแอป Google Assistant ขึ้นมาก่อน จากนั้นเลือกแตะไอคอนไมโครโฟนเพื่อพูด หรือแตะไอคอนคีย์บอร์ดเพื่อพิมพ์คำสั่ง

ฟีเจอร์เด่นและการนำไปใช้งานจริง

การสื่อสารและการติดต่อ

คุณสามารถสั่งให้ Google Assistant โทรออก โดยระบุชื่อผู้ติดต่อในสมุดโทรศัพท์ (ต้องอนุญาตการเข้าถึงรายชื่อติดต่อในครั้งแรก) หากผู้ติดต่อมีหลายเบอร์ ระบบจะให้คุณเลือกเบอร์ที่ต้องการ นอกจากนี้ยังรองรับการโทรผ่านวิดีโอ เช่น Zoom, Google Meet หรือแม้แต่ FaceTime สำหรับผู้ใช้ Apple

สำหรับการส่งข้อความ คุณสามารถสั่ง ส่ง SMS หรือ เขียนอีเมลผ่าน Gmail ได้ง่ายๆ เพียงบอกชื่อผู้รับและพูดเนื้อหาที่ต้องการส่ง จากนั้นระบบจะให้คุณตรวจสอบความถูกต้องก่อนกดยืนยันการส่ง

การจัดการตารางเวลาและบันทึก

ช่วยให้คุณไม่พลาดนัดสำคัญด้วยการ ตั้งการแจ้งเตือน (Reminder) เช่น "เตือนให้โทรหาหมอฟันตอนบ่าย 3 โมง" หรือ เพิ่มนัดหมายใน Google Calendar โดยระบุวันที่และเวลาให้ชัดเจน ซึ่งระบบจะบันทึกลงในปฏิทินของคุณทันที

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ สร้างรายการซื้อของ (Shopping List) ที่คุณสามารถสั่งเพิ่มรายการสินค้าได้เรื่อยๆ และเรียกดูรายการทั้งหมดได้เมื่อถึงซูเปอร์มาร์เก็ต

การนำทางและการค้นหาสถานที่

Google Assistant เชื่อมต่อกับ Google Maps ได้อย่างสมบูรณ์ คุณสามารถขอเส้นทางไปยังจุดหมายปลายทาง ซึ่งระบบจะคำนวณเวลาและแสดงแผนที่ พร้อมให้คุณเลือกนำทางผ่าน Google Maps, Apple Maps หรือ Waze

หากต้องการหาร้านอาหารหรือสถานที่ใกล้เคียง เช่น "หาร้านอาหารเม็กซิกันในระยะ 20 ไมล์" หรือ "ปั๊มน้ำมันที่ใกล้ที่สุด" ระบบจะแสดงรายการสถานที่พร้อมข้อมูลรายละเอียดให้คุณเลือกทันที

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • การรองรับ: ใช้งานได้ทั้ง Android (5.0+) และ iOS (11+)
  • การเชื่อมต่อ: ดึงข้อมูลจาก Google Account เช่น รายชื่อติดต่อ และปฏิทิน มาใช้โดยอัตโนมัติ
  • การสั่งงาน: รองรับทั้งการใช้เสียง (Voice Command) และการพิมพ์ (Text Input)
  • ความสามารถเสริม: อัปเดตข่าวสาร, พยากรณ์อากาศ, ผลกีฬา, ราคาหุ้น และสั่งเล่นเพลงผ่านแอปพลิเคชันดนตรี
สรุปความสามารถของ Google Assistant ในด้านต่างๆ
หมวดหมู่ สิ่งที่ทำได้ ตัวอย่างคำสั่ง
การสื่อสาร โทรออก, ส่งข้อความ, ส่งอีเมล "ส่งอีเมลถึง [ชื่อผู้ติดต่อ]"
การจัดการ ตั้งเตือน, นัดหมายปฏิทิน, รายการซื้อของ "เตือนฉันให้โทรหาหมอฟันตอนบ่าย 3"
การเดินทาง นำทาง, ค้นหาสถานที่ใกล้เคียง "แสดงเส้นทางไปบอสตัน"
ข้อมูลทั่วไป ข่าว, สภาพอากาศ, เล่นเพลง, ค้นหา Google "วันนี้อากาศเป็นอย่างไร"

คำถามที่พบบ่อย

Google Assistant ใช้งานบน iPhone ได้ดีเท่า Siri หรือไม่?

Siri จะมีความสะดวกกว่าในแง่ของการเข้าถึงระบบภายในของ Apple แต่ Google Assistant จะโดดเด่นกว่าในเรื่องการจัดการข้อมูลที่เชื่อมกับบัญชี Google และการค้นหาข้อมูลที่แม่นยำ

ต้องตั้งค่าอะไรบ้างเพื่อให้ Google Assistant จำเสียงเราได้?

คุณควรเข้าไปที่เมนู Voice Match เพื่อทำการฝึกสอน (Train) ให้ระบบจดจำลักษณะเสียงของคุณ ซึ่งจะช่วยให้การเรียกใช้งานมีความแม่นยำมากขึ้น

สามารถสั่งงาน Google Assistant โดยไม่ต้องพูดได้หรือไม่?

ได้ โดยการแตะที่ไอคอนคีย์บอร์ดในแอปพลิเคชัน เพื่อพิมพ์คำสั่งหรือคำถามที่ต้องการแทนการใช้เสียง

หากต้องการดูรายการซื้อของหรือนัดหมายที่เคยสร้างไว้ ต้องไปที่ไหน?

คุณสามารถแตะที่ไอคอน Explore (สำรวจ) ที่มุมขวาล่าง แล้วเลือกเมนู "Your Stuff" เพื่อดูรายการแจ้งเตือน นัดหมาย และรายการซื้อของทั้งหมด

Google Assistant สามารถสั่งงานแอปภายนอกได้หรือไม่?

ได้ เช่น การสั่งนำทางผ่าน Waze หรือการสั่งเล่นเพลงผ่านแอปพลิเคชันสตรีมมิ่งที่คุณเลือกไว้ในเครื่อง