Google Assistant ยุคใหม่ ทำงานเร็วขึ้นด้วย AI ประมวลผลในเครื่อง

Google กำลังยกระดับประสบการณ์การใช้งานผู้ช่วยอัจฉริยะให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น ด้วยการพัฒนา Google Assistant รุ่นถัดไปที่เน้นความรวดเร็วในการตอบสนองอย่างเหนือชั้น โดยหัวใจสำคัญคือการย้ายการประมวลผล AI มาไว้บนตัวเครื่องสมาร์ทโฟนโดยตรง แทนการพึ่งพาคลาวด์เพียงอย่างเดียว

หนึ่งในไฮไลท์สำคัญคือการต่อยอด Duplex ซึ่งเป็นเทคโนโลยี AI ที่สามารถโทรศัพท์เพื่อทำการจองบริการต่างๆ แทนผู้ใช้ โดยปัจจุบันได้เปิดใช้งานแล้วใน 44 รัฐของสหรัฐอเมริกา รวมถึงรองรับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ นอกเหนือจาก Pixel และยังนำไปสู่การเกิดบริการสำหรับธุรกิจขนาดเล็กอย่าง Calljoy อีกด้วย

ขยายขีดความสามารถสู่โลกเว็บด้วย Duplex on the web

Sundar Pichai ซีอีโอของ Google เปิดเผยในงาน I/O 2019 ว่า Google กำลังขยายความสามารถของ Duplex ให้ครอบคลุมถึงการทำธุรกรรมบนเว็บไซต์ ซึ่งจะเริ่มต้นจากการจองรถเช่าและซื้อตั๋วภาพยนตร์

ระบบนี้จะทำงานโดยที่ผู้ใช้เพียงแค่สั่งการผ่าน Assistant เช่น "จองรถเช่าผ่าน National ให้หน่อย" จากนั้น AI จะดำเนินการเปิดเว็บไซต์ของ National และกรอกข้อมูลในช่องต่างๆ ให้โดยอัตโนมัติ โดยผู้ใช้มีหน้าที่เพียงตรวจสอบและยืนยันรายละเอียด เช่น วันที่เช่าหรือประเภทรถเท่านั้น ที่สำคัญคือผู้ประกอบการออนไลน์ไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนระบบหรือแก้ไขเว็บไซต์ใดๆ เพื่อรองรับฟีเจอร์นี้

Article image

นวัตกรรม Deep Learning: ย่อศูนย์ข้อมูลมาไว้ในกระเป๋า

เบื้องหลังความฉลาดของ Duplex คือ Machine Learning (การเรียนรู้ของเครื่อง) ซึ่งเป็นระบบที่ทำให้คอมพิวเตอร์สามารถเรียนรู้จากข้อมูลได้ด้วยตนเอง โดยปกติแล้ว โมเดลเหล่านี้มีขนาดใหญ่ถึง 100GB และต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อประมวลผลผ่านศูนย์ข้อมูลของ Google

อย่างไรก็ตาม Google ประสบความสำเร็จในการใช้เทคนิค Deep Learning (การเรียนรู้เชิงลึก ซึ่งเป็นแขนงหนึ่งของ Machine Learning ที่เลียนแบบโครงข่ายประสาทของมนุษย์) เพื่อบีบอัดโมเดลจาก 100GB ให้เหลือเพียง 0.5GB ซึ่งมีขนาดเล็กพอที่จะติดตั้งลงในสมาร์ทโฟนได้

การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลให้การประมวลผลเกิดขึ้นภายในเครื่อง (Locally) ช่วยลดปัญหาความหน่วงของเครือข่าย (Network Latency) ทำให้การตอบสนองรวดเร็วมากจนการแตะหน้าจอเพื่อเรียกใช้งานดูช้าไปเลย

Article image

การทำงานแบบ Real-time และความเป็นส่วนตัวที่มากขึ้น

Scott Huffman รองประธานฝ่ายวิศวกรรม ระบุว่า Assistant รุ่นใหม่นี้ทำงานได้แบบเรียลไทม์ สามารถรับคำสั่งต่อเนื่องหลายคำสั่งได้อย่างลื่นไหล ช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาข้อมูลและสลับการทำงานระหว่างแอปพลิเคชันได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องเปลี่ยนหน้าจอสลับไปมา

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Picks for You ที่จะนำเสนอข้อมูลตามความชอบส่วนบุคคล เช่น หากคุณเคยค้นหาสูตรอาหารอิตาเลียนหรือบาร์บีคิว เมื่อถามว่าเย็นนี้จะทำอะไรกินดี ระบบจะแนะนำเมนูในกลุ่มที่คุณสนใจเป็นอันดับแรก ซึ่งฟีเจอร์นี้จะเริ่มใช้งานได้บนสมาร์ทดิสเพลย์อย่าง Home Hub ในช่วงฤดูร้อนนี้ โดยจะครอบคลุมทั้งเรื่องสูตรอาหาร พอดแคสต์ และกิจกรรมต่างๆ

Image 2
สรุปการอัปเกรด Google Assistant รุ่นใหม่
หัวข้อ รูปแบบเดิม รูปแบบใหม่ (Next-gen)
การประมวลผล พึ่งพา Cloud / Data Center ประมวลผลในเครื่อง (Local)
ขนาดโมเดล AI ประมาณ 100GB ลดลงเหลือ 0.5GB
ความเร็ว มีความหน่วงตามเครือข่าย ทำงานแบบ Real-time
ขอบเขตการทำงาน เน้นการโทรจอง (Phone-based) ขยายสู่การจองผ่านเว็บ (Web tasks)

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • Duplex on the web: ช่วยกรอกข้อมูลจองบริการบนเว็บแทนผู้ใช้ โดยที่เจ้าของเว็บไม่ต้องแก้ไขระบบ
  • การบีบอัดข้อมูล: ลดขนาดโมเดล AI จาก 100GB เหลือ 0.5GB เพื่อให้รันบนมือถือได้
  • Picks for You: ระบบแนะนำเนื้อหา (สูตรอาหาร, พอดแคสต์) ตามพฤติกรรมผู้ใช้รายบุคคล
  • การเปิดตัว: ฟีเจอร์ส่วนบุคคลจะลง Home Hub ช่วงฤดูร้อน และ Assistant รุ่นใหม่จะลง Pixel ภายในปีนี้

คำถามที่พบบ่อย

Google Duplex คืออะไร?

คือบริการ AI ของ Google ที่สามารถสื่อสารและทำการจองบริการต่างๆ แทนผู้ใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ทำไม Assistant รุ่นใหม่ถึงทำงานได้เร็วขึ้นอย่างมาก?

เพราะมีการใช้เทคนิค Deep Learning บีบอัดโมเดล AI ให้มีขนาดเล็กลงจนสามารถประมวลผลภายในเครื่องสมาร์ทโฟนได้โดยตรง ไม่ต้องส่งข้อมูลไปกลับระหว่างเครื่องกับเซิร์ฟเวอร์

ฟีเจอร์การจองผ่านเว็บ (Duplex on the web) ทำงานอย่างไร?

AI จะเปิดเว็บไซต์ที่ต้องการและกรอกข้อมูลในช่องต่างๆ ให้โดยอัตโนมัติ โดยผู้ใช้เพียงแค่ตรวจสอบและกดยืนยันรายละเอียดสุดท้ายเท่านั้น

ฟีเจอร์ Picks for You จะเปิดให้ใช้งานเมื่อไหร่และที่ไหน?

จะเปิดให้ใช้งานในช่วงฤดูร้อนนี้ โดยเริ่มจากอุปกรณ์สมาร์ทดิสเพลย์ เช่น Google Home Hub

ผู้ใช้สมาร์ทโฟนรุ่นใดจะได้ใช้งาน Assistant รุ่นใหม่นี้เป็นกลุ่มแรก?

คาดว่าจะเริ่มทยอยเปิดให้ใช้งานบนสมาร์ทโฟนตระกูล Google Pixel ภายในปีนี้