Google Advanced Protection Program รองรับ Passkeys ยกระดับความปลอดภัยขั้นสูงสุดโดยไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

ในยุคที่อาชญากรรมทางไซเบอร์และการฉ้อโกงออนไลน์ทวีความรุนแรงขึ้น Google ได้ตัดสินใจนำ Passkeys หรือระบบการยืนยันตัวตนแบบใช้รหัสลับทางคณิตศาสตร์ (Cryptographic Authentication) มาปรับใช้กับ Advanced Protection Program (APP) ซึ่งเป็นโปรแกรมรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดสำหรับผู้ใช้งานที่เสี่ยงต่อการถูกโจมตีทางดิจิทัลแบบเจาะจง

เดิมทีผู้ที่ใช้งาน APP ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบุคคลสาธารณะ นักข่าวในพื้นที่เสี่ยง หรือผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับประเด็นอ่อนไหว จำเป็นต้องใช้ Hardware Token หรือกุญแจความปลอดภัยแบบกายภาพในการยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (Multi-factor Authentication) ซึ่งแม้จะมีความปลอดภัยสูงมากและป้องกันการหลอกลวงแบบ Phishing ได้อย่างเด็ดขาด แต่ก็มีข้อจำกัดเรื่องราคาและการพกพาที่อาจสูญหายได้ง่าย

ทางเลือกใหม่ที่สะดวกและปลอดภัยกว่าเดิม

Shuvo Chatterjee ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ APP ระบุว่าการนำ Passkeys เข้ามาใช้จะช่วยให้การป้องกันระดับสูงเข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดย Passkeys จะถูกเก็บไว้ในอุปกรณ์ของผู้ใช้โดยตรง หรือเก็บใน Hardware Token ที่รองรับโปรโตคอล FIDO2 (มาตรฐานกลางสำหรับการยืนยันตัวตนที่ปลอดภัย) โดยผู้ใช้สามารถปลดล็อกการเข้าถึงได้ผ่านการสแกนลายนิ้วมือ การสแกนใบหน้า หรือการใส่รหัส PIN ของตัวเครื่อง

3D rendering of a smartphone with a popup about Advanced Protection being turned on

ความยืดหยุ่นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มผู้ใช้งานที่มีความเสี่ยงสูง เช่น นักข่าวที่เดินทางในเขตสงคราม หรือเจ้าหน้าที่รณรงค์ทางการเมืองที่ต้องเดินทางตลอดเวลา ซึ่งอาจไม่สะดวกในการพกพากุญแจความปลอดภัยแยกต่างหาก แต่มีสมาร์ทโฟนติดตัวอยู่เสมอ

ตารางเปรียบเทียบการยืนยันตัวตนใน Advanced Protection Program
คุณสมบัติ Hardware Security Keys Passkeys
ระดับความปลอดภัย สูงสุด (ป้องกัน Phishing ได้เด็ดขาด) สูงมาก (ใช้รหัสลับทางคณิตศาสตร์)
ความสะดวก ต้องพกพาอุปกรณ์แยกต่างหาก ฝังอยู่ในอุปกรณ์ที่ใช้งานอยู่แล้ว
วิธีการปลดล็อก เสียบอุปกรณ์หรือแตะ NFC สแกนนิ้ว, ใบหน้า หรือ PIN
ความเสี่ยง อุปกรณ์สูญหายหรือชำรุด ขึ้นอยู่กับความปลอดภัยของตัวเครื่อง

ขั้นตอนการเริ่มต้นใช้งาน

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมโปรแกรม สามารถดำเนินการได้ผ่านหน้าลงทะเบียนของ Advanced Protection Program โดยคลิกที่ปุ่ม “Get started” และเลือกวิธีการยืนยันตัวตนไม่ว่าจะเป็นการใช้ Passkeys หรือกุญแจความปลอดภัยแบบกายภาพ ทั้งนี้ Google แนะนำให้ผู้ใช้ตั้งค่าตัวเลือกการกู้คืนบัญชี (Recovery Options) ไว้ด้วย เพื่อป้องกันปัญหาการเข้าใช้งานไม่ได้ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน

Image 8

สถิติที่น่าสนใจระบุว่า ในปีแรกของการเปิดตัว Passkeys มีการใช้งานเพื่อยืนยันตัวตนมากกว่า 1 พันล้านครั้ง ในบัญชี Google กว่า 400 ล้านบัญชี และปัจจุบันผู้ใช้งานหันมาใช้ Passkeys มากกว่าการใช้รหัส OTP ผ่าน SMS หรือแอปพลิเคชัน Google Authenticator เสียอีก

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • Passkeys คือระบบยืนยันตัวตนที่ใช้รหัสลับทางคณิตศาสตร์ แทนที่การใช้รหัสผ่านแบบเดิม
  • Advanced Protection Program (APP) ออกแบบมาเพื่อผู้ที่เสี่ยงต่อการถูกโจมตีทางไซเบอร์ระดับสูง
  • รองรับมาตรฐาน FIDO2 เพื่อความปลอดภัยในการส่งผ่านข้อมูลการยืนยันตัวตน
  • ผู้ใช้ APP ยังคงสามารถเลือกใช้ Hardware Token แบบดั้งเดิมควบคู่ไปด้วยได้
  • Passkeys ช่วยลดอุปสรรคด้านการเข้าถึงความปลอดภัยสำหรับผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลหรือเดินทางบ่อย

คำถามที่พบบ่อย

Passkeys แตกต่างจากรหัสผ่านปกติอย่างไร?

Passkeys ไม่ใช่รหัสผ่านที่ผู้ใช้ต้องจดจำ แต่เป็นคู่รหัสลับทางคณิตศาสตร์ที่เก็บไว้ในอุปกรณ์ ซึ่งจะทำงานร่วมกับการยืนยันตัวตนทางชีวภาพ (Biometrics) เช่น ลายนิ้วมือ ทำให้ไม่สามารถถูกขโมยผ่านการหลอกลวง (Phishing) ได้เหมือนรหัสผ่านทั่วไป

ใครควรสมัครใช้งาน Advanced Protection Program?

เหมาะสำหรับบุคคลที่มีความเสี่ยงสูง เช่น นักการเมือง, นักข่าว, ผู้บริหารระดับสูง หรือผู้ที่ทำงานในประเด็นที่อาจถูกโจมตีทางดิจิทัลอย่างรุนแรง

หากทำอุปกรณ์ที่เก็บ Passkeys หายจะทำอย่างไร?

Google เน้นย้ำให้ผู้ใช้งานตั้งค่าตัวเลือกการกู้คืนบัญชี (Recovery Options) ไว้ล่วงหน้า เพื่อให้สามารถกู้คืนการเข้าถึงบัญชีได้อย่างปลอดภัยหากอุปกรณ์หลักสูญหาย

ยังจำเป็นต้องใช้ Hardware Token อยู่หรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องใช้เสมอไป เนื่องจาก Passkeys มอบความปลอดภัยในระดับที่ใกล้เคียงกันและสะดวกกว่า อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ต้องการความมั่นใจสูงสุดยังคงสามารถเลือกใช้ Hardware Token เป็นปัจจัยที่สองในการยืนยันตัวตนได้

Passkeys ปลอดภัยกว่ารหัส OTP ที่ส่งทาง SMS หรือไม่?

ปลอดภัยกว่ามาก เนื่องจากรหัส OTP ทาง SMS สามารถถูกดักจับหรือหลอกลวงได้ง่ายกว่า ในขณะที่ Passkeys ผูกติดกับอุปกรณ์และต้องมีการยืนยันตัวตนทางกายภาพจากเจ้าของเครื่องเท่านั้น