FBI ยอมรับซื้อข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งชาวอเมริกันโดยไม่ต้องใช้หมายศาล
เป็นครั้งแรกที่ สำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐฯ (FBI) ออกมายอมรับว่ามีการจัดซื้อข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง (Location Data) ของพลเมืองสหรัฐฯ จากแหล่งข้อมูลเชิงพาณิชย์ แทนที่จะใช้วิธีการขอ หมายศาล (Warrant) ซึ่งเป็นคำสั่งทางกฎหมายที่ลงนามโดยผู้พิพากษาเมื่อมีหลักฐานเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้น
การเปิดเผยข้อมูลนี้เกิดขึ้นระหว่างการไต่สวนของวุฒิสภาสหรัฐฯ เกี่ยวกับภัยคุกคามระดับโลก โดย Christopher Wray ผู้อำนวยการ FBI ได้ตอบคำถามของวุฒิสมาชิก Ron Wyden ว่าในอดีตหน่วยงานเคยซื้อข้อมูลประเภทนี้เพื่อใช้ในโครงการนำร่องด้านความมั่นคงแห่งชาติ แม้ว่าในปัจจุบันเขาจะระบุว่าไม่ได้ดำเนินการดังกล่าวแล้ว และหันไปใช้กระบวนการที่ได้รับอนุญาตจากศาลแทน
ช่องโหว่ทางกฎหมายและการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
ประเด็นนี้กลายเป็นที่ถกเถียงอย่างกว้างขวาง เนื่องจากศาลฎีกาสหรัฐฯ เคยมีคำวินิจฉัยในคดี Carpenter v. United States ว่าการที่หน่วยงานรัฐเข้าถึงข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งย้อนหลังโดยไม่มีหมายศาล ถือเป็นการละเมิด การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญครั้งที่ 4 (Fourth Amendment) ซึ่งคุ้มครองพลเมืองจากการตรวจค้นและยึดทรัพย์โดยไม่มีเหตุอันควร
อย่างไรก็ตาม นักเคลื่อนไหวด้านความเป็นส่วนตัวชี้ว่า คำตัดสินดังกล่าวมีขอบเขตที่แคบ ทำให้เกิดช่องโหว่ขนาดใหญ่ที่อนุญาตให้รัฐบาลใช้วิธี "ซื้อ" ข้อมูลที่ตนเองไม่มีสิทธิ์เข้าถึงตามกฎหมายได้ ซึ่งไม่ใช่แค่ FBI เท่านั้น แต่ยังมีหน่วยงานอื่น เช่น สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดน (CBP) และ หน่วยข่าวกรองกลาโหม (DIA) ที่ถูกระบุว่าใช้ช่องทางนี้เช่นกัน
นอกจากนี้ กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) ยังมีรายงานว่าได้ซื้อข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งของชาวอเมริกันหลายล้านคนจากบริษัทการตลาด โดยข้อมูลเหล่านี้ถูกเก็บรวบรวมผ่านแอปพลิเคชันที่ดูไม่มีอันตราย เช่น เกมมือถือ หรือแอปพลิเคชันพยากรณ์อากาศ

การต่อสู้เพื่อกฎหมายคุ้มครองความเป็นส่วนตัว
ความพยายามในการผลักดันกฎหมายความเป็นส่วนตัวที่ครอบคลุมในสหรัฐฯ ยังคงประสบความล้มเหลว โดยร่างกฎหมายหลายฉบับมักจะยกเว้นให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลได้ ตัวอย่างเช่น ร่างกฎหมาย American Data Privacy and Protection Act (ADPPA) ที่มีการยกเว้นให้เจ้าหน้าที่รัฐและบริษัทที่ดำเนินการแทนรัฐ
ขณะเดียวกัน กลุ่ม Demand Progress ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรด้านการปฏิรูปความเป็นส่วนตัว ได้เรียกร้องให้มีการใช้ กฎหมายรายงานสินเชื่อที่เป็นธรรม (Fair Credit Report Act - FCRA) เพื่อจัดการกับ Data Broker หรือนายหน้าซื้อขายข้อมูลที่นำข้อมูลส่วนบุคคลไปแสวงหาผลกำไรโดยเจ้าของไม่ยินยอม ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อกลุ่มเปราะบางในสังคม ทั้งในด้านการหางาน การหาที่อยู่อาศัย และการเข้าถึงสวัสดิการรัฐ
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง | FBI, CBP, DIA, DHS และหน่วยงานท้องถิ่น |
| วิธีการได้มา | ซื้อจากบริษัท Data Broker / แอปพลิเคชันเชิงพาณิชย์ |
| ข้อขัดแย้งทางกฎหมาย | ละเมิด Fourth Amendment (การตรวจค้นโดยไม่มีเหตุอันควร) |
| แหล่งที่มาของข้อมูล | แอปฯ เกม, แอปฯ พยากรณ์อากาศ, ข้อมูลโฆษณาอินเทอร์เน็ต |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- FBI ยอมรับว่าเคยซื้อข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งจากบริษัทเอกชนเพื่อโครงการความมั่นคงในอดีต
- ช่องโหว่ทางกฎหมายทำให้รัฐบาลสามารถซื้อข้อมูลที่ปกติแล้วต้องใช้หมายศาลในการขอ
- ข้อมูลรั่วไหลผ่านแอปพลิเคชันทั่วไป เช่น เกมและสภาพอากาศ ซึ่งถูกนำไปขายต่อให้รัฐ
- การต่อต้านจากกลุ่มสิทธิมนุษยชนที่ต้องการให้แบนการซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคลโดยรัฐอย่างเด็ดขาด
คำถามที่พบบ่อย
FBI ยังคงซื้อข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งอยู่ในปัจจุบันหรือไม่?
Christopher Wray ผู้อำนวยการ FBI ระบุว่าในปัจจุบันหน่วยงานไม่ได้ซื้อข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งจากฐานข้อมูลเชิงพาณิชย์ที่มาจากการโฆษณาทางอินเทอร์เน็ต และไม่มีแผนที่จะกลับไปใช้วิธีนี้ในขณะนี้
ทำไมรัฐบาลถึงซื้อข้อมูลแทนการขอหมายศาล?
เนื่องจากมีช่องโหว่ทางกฎหมายที่ทำให้การ "ซื้อ" ข้อมูลจากบริษัทเอกชนไม่ถูกนับเป็นการตรวจค้นที่ต้องใช้หมายศาลตามรัฐธรรมนูญ ทำให้หน่วยงานรัฐเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็วกว่า
ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งถูกเก็บรวบรวมได้อย่างไร?
ข้อมูลมักถูกเก็บรวบรวมผ่านแอปพลิเคชันในสมาร์ทโฟน เช่น แอปฯ พยากรณ์อากาศ หรือเกมมือถือ ซึ่งผู้ใช้มักอนุญาตให้เข้าถึงตำแหน่งที่ตั้งโดยไม่ทราบว่าข้อมูลจะถูกนำไปขายต่อให้บริษัท Data Broker
คดี Carpenter v. United States มีความสำคัญอย่างไร?
เป็นคดีที่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการเข้าถึงข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งย้อนหลังโดยไม่มีหมายศาลเป็นการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวตามรัฐธรรมนูญ แต่คำตัดสินนี้กลับถูกตีความอย่างแคบจนเกิดช่องโหว่ในการซื้อขายข้อมูล
กฎหมาย FCRA เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างไร?
กลุ่มสิทธิความเป็นส่วนตัวพยายามผลักดันให้ใช้กฎหมายรายงานสินเชื่อที่เป็นธรรม (FCRA) เพื่อควบคุมและลงโทษนายหน้าซื้อขายข้อมูล (Data Broker) ที่นำข้อมูลส่วนบุคคลไปขายโดยไม่ได้รับความยินยอม



