FBI ทุ่มงบกว่า 1 ล้านดอลลาร์ จ้างแฮกเกอร์ปลดล็อก iPhone คดีซานเบอร์นาร์ดิโน
กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการความปลอดภัยทางไซเบอร์ เมื่อมีการเปิดเผยว่า FBI (สำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐฯ) ยอมจ่ายเงินจำนวนมหาศาลเพื่อเข้าถึงข้อมูลใน iPhone ที่เกี่ยวข้องกับคดีซานเบอร์นาร์ดิโน ซึ่งเป็นกรณีพิพาททางกฎหมายที่ยืดเยื้อระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯ และบริษัท Apple
James Comey ผู้อำนวยการ FBI ในขณะนั้น ได้เปิดเผยในงาน Aspen Security Forum ว่า ค่าใช้จ่ายในการจัดหาวิธีการเจาะระบบครั้งนี้มีมูลค่าสูงกว่ารายได้ทั้งหมดที่เขาจะได้รับในช่วง 7 ปีสุดท้ายของการดำรงตำแหน่ง ซึ่งจากการคำนวณของสำนักข่าว Reuters พบว่ารายได้คาดการณ์ของ Comey ในช่วงเวลาดังกล่าวอยู่ที่ประมาณ 1.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
เบื้องหลังการปลดล็อกและจุดสิ้นสุดของข้อพิพาท
วิธีการเจาะระบบนี้ถูกนำมาใช้ในช่วงเวลาสำคัญ ก่อนที่ผู้เชี่ยวชาญของ FBI จะต้องขึ้นให้การในชั้นศาล ส่งผลให้การต่อสู้ทางกฎหมายที่พยายามบีบบังคับให้ Apple ช่วยปลดล็อกเครื่องต้องยุติลงทันที โดยทีมงานสามารถทะลวงผ่านระบบป้องกันหน้าจอล็อกของ iPhone ได้สำเร็จภายในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์
อย่างไรก็ตาม แม้จะสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ แต่เจ้าหน้าที่รัฐบาลได้ให้ข้อมูลกับ CNN ในภายหลังว่า ข้อมูลที่พบภายในเครื่องไม่ได้นำไปสู่เบาะแสใหม่ที่มีนัยสำคัญต่อคดีแต่อย่างใด
วิเคราะห์มูลค่าการจ้างงานในตลาดมืดทางไซเบอร์
แม้ตัวเลขดังกล่าวจะเป็นเพียงการประมาณการ แต่ก็สอดคล้องกับราคาตลาดของ Exploit (ช่องโหว่ของซอฟต์แวร์ที่ถูกนำมาใช้เพื่อโจมตีระบบ) ในปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น Zerodium ซึ่งเป็นนายหน้าซื้อขายช่องโหว่ เคยเสนอเงินรางวัลสูงถึง 1 ล้านดอลลาร์สำหรับผู้ที่สามารถเจาะระบบ iOS 9 ผ่านเว็บเบราว์เซอร์ได้ ซึ่งมีผู้ได้รับเงินรางวัลนี้ไปแล้ว
นอกจากนี้ ในงบประมาณปี 2017 ของ FBI มีการจัดสรรเงินกว่า 500 ล้านดอลลาร์เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการสืบสวนทางไซเบอร์ แม้จะไม่มีการระบุชัดเจนว่าแบ่งเป็นงบสำหรับจ้างผู้รับเหมาภายนอกเท่าใดก็ตาม
ข้อจำกัดของเครื่องมือเจาะระบบ
มีรายงานจาก Washington Post ว่า FBI จ่ายเงินก้อนเดียวเป็นค่าตอบแทนให้กับแหล่งข่าว โดยไม่ได้เปิดเผยจำนวนเงินที่แน่นอน และได้ปฏิเสธข่าวลือที่ว่าบริษัท Cellebrite จากอิสราเอลมีส่วนเกี่ยวข้อง โดยตัวตนของผู้ที่คิดค้นวิธีนี้ยังคงเป็นความลับ
ทั้งนี้ James Comey ได้ชี้แจงกับนักศึกษาที่ Kenyon College ว่า เครื่องมือนี้ไม่ได้เป็นสูตรสำเร็จสำหรับ iPhone ทุกรุ่น แต่เป็นเครื่องมือที่ใช้งานได้กับโทรศัพท์เพียงบางรุ่นเท่านั้น และไม่สามารถใช้กับรุ่นที่ทันสมัยกว่าอย่าง iPhone 5S ได้
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| มูลค่าโดยประมาณ | มากกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ |
| เป้าหมาย | iPhone ในคดีซานเบอร์นาร์ดิโน |
| ระยะเวลาดำเนินการ | ปลดล็อกสำเร็จภายใน 1 สัปดาห์ |
| ข้อจำกัด | ใช้ได้กับโทรศัพท์บางรุ่นเท่านั้น (ใช้กับ iPhone 5S ไม่ได้) |
| ผลลัพธ์ทางคดี | ไม่พบเบาะแสใหม่ที่สำคัญ |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ค่าใช้จ่ายสูง: FBI จ่ายเงินจ้างแฮกเกอร์ในราคาที่ใกล้เคียงกับรายได้ 7 ปีของผู้อำนวยการ FBI
- ยุติคดีความ: การพบวิธีเจาะระบบทำให้ FBI ไม่ต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจาก Apple ในทางกฎหมาย
- ไม่ใช่เครื่องมือครอบจักรวาล: วิธีการนี้ใช้ได้กับ iPhone เพียงบางรุ่น ไม่สามารถใช้กับรุ่นที่ใหม่กว่าได้
- ราคาตลาด: มูลค่าการจ้างงานสอดคล้องกับราคาที่บริษัทอย่าง Zerodium เสนอซื้อช่องโหว่ iOS
คำถามที่พบบ่อย
FBI จ่ายเงินให้ใครในการปลดล็อก iPhone ครั้งนี้?
ไม่เปิดเผยชื่อผู้รับเงิน แต่เป็นแหล่งข่าวภายนอกที่คิดค้นวิธีการเจาะระบบ โดยมีการปฏิเสธว่าไม่ใช่บริษัท Cellebrite จากอิสราเอล
ทำไม FBI ถึงไม่ขอให้ Apple ช่วยปลดล็อกให้ตั้งแต่แรก?
เนื่องจาก Apple ยึดมั่นในนโยบายความเป็นส่วนตัวและการเข้ารหัสข้อมูล ทำให้เกิดการต่อสู้ทางกฎหมายเพื่อบีบบังคับให้ Apple สร้างซอฟต์แวร์พิเศษเพื่อปลดล็อกเครื่อง
วิธีการที่ FBI ใช้สามารถใช้กับ iPhone ทุกรุ่นได้หรือไม่?
ไม่ได้ James Comey ระบุว่าเครื่องมือนี้ทำงานได้กับโทรศัพท์เพียงกลุ่มเล็กๆ เท่านั้น และไม่สามารถใช้กับรุ่นที่ก้าวหน้ากว่าอย่าง iPhone 5S ได้
การปลดล็อกครั้งนี้ช่วยให้คลี่คลายคดีได้มากน้อยเพียงใด?
แม้จะเข้าถึงข้อมูลในเครื่องได้สำเร็จ แต่เจ้าหน้าที่ระบุว่าไม่พบเบาะแสใหม่ที่นำไปสู่การขยายผลในคดีซานเบอร์นาร์ดิโน



