FBI และโปรแกรม Section 702 กับข้อกังวลเรื่องการสอดแนมชาวอเมริกันโดยไม่ต้องมีหมายศาล
กลายเป็นประเด็นร้อนแรงเมื่อมีการเปิดเผยอีเมลภายในของ FBI (สำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐฯ) ซึ่งระบุว่าผู้บริหารระดับสูงกำลังกระตุ้นให้เจ้าหน้าที่ใช้โปรแกรมสอดแนมชาวต่างชาติเพื่อสืบค้นข้อมูลของชาวอเมริกันต่อไป โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความชอบธรรมในการคงอำนาจการสอดแนมนี้ไว้ แม้ว่าโปรแกรมดังกล่าวจะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเรื่องการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวก็ตาม
โปรแกรมที่ถูกกล่าวถึงนี้คือ Section 702 ภายใต้กฎหมาย FISA (Foreign Intelligence Surveillance Act) หรือพระราชบัญญัติการสอดแนมทางข่าวกรองต่างประเทศ ซึ่งอนุญาตให้รัฐบาลสหรัฐฯ ขอความร่วมมือจากบริษัทเทคโนโลยีในการดักฟังการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นการโทร ข้อความ หรืออีเมล โดยไม่จำเป็นต้องขอหมายศาล (Warrantless) ขอเพียงแค่เป้าหมายหลักเป็นชาวต่างชาติที่อยู่นอกสหรัฐฯ แต่ในความเป็นจริง ข้อมูลของชาวอเมริกันที่ติดต่อกับเป้าหมายเหล่านั้นมักจะถูกดักจับไปด้วย
เบื้องหลังการผลักดันการสอดแนมที่ขัดแย้งกับคำมั่นสัญญา
Paul Abbate รองผู้อำนวยการ FBI ได้ส่งอีเมลถึงพนักงานเมื่อเดือนเมษายน โดยย้ำว่าเพื่อให้เห็นถึงความสำคัญของเครื่องมือนี้ต่อภารกิจขององค์กร เจ้าหน้าที่ควรหาช่องทางในการใช้การสืบค้นข้อมูลบุคคลสัญชาติอเมริกัน (US person queries) อย่างเหมาะสม โดยเชื่อมั่นว่าระบบการขออนุมัติล่วงหน้าแบบใหม่จะช่วยให้การดำเนินงานถูกต้องตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม Zoe Lofgren สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครต มองว่าการกระทำนี้เป็นการผลักดันให้เกิดการสอดแนมชาวอเมริกันเป็นเรื่องปกติ ซึ่งขัดแย้งกับสิ่งที่ FBI เคยกล่าวไว้ในช่วงการอภิปรายเพื่อต่ออายุโปรแกรม Section 702 ขณะที่โฆษกของ FBI ปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยระบุว่าอีเมลดังกล่าวเป็นเพียงการย้ำเตือนให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านความเป็นส่วนตัวที่ปรับปรุงใหม่เท่านั้น

สถิติการสืบค้นที่คลุมเครือและการตรวจสอบ
ประเด็นที่น่าสงสัยคือจำนวนครั้งที่ FBI นำข้อมูลชาวอเมริกันมาสืบค้นในฐานข้อมูล Section 702 ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงวิธีการนับตัวเลขจนทำให้ยอดรวมดูลดลงอย่างมาก จากเดิมที่เคยรายงานว่ามีการสืบค้นถึง 2.9 ล้านครั้งในปี 2021 ลดลงเหลือ 119,383 ครั้งในปีถัดมา และเหลือเพียง 57,094 ครั้งในปี 2023 เนื่องจากการเปลี่ยนมานับแบบ "การสืบค้นที่ไม่ซ้ำกัน" (Unique searches) แทน
| ปีที่รายงาน | จำนวนการสืบค้น | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| 2021 | 2,900,000 ครั้ง | นับจำนวนครั้งทั้งหมด |
| 2022 | 119,383 ครั้ง | เปลี่ยนเป็นนับเฉพาะการสืบค้นที่ไม่ซ้ำกัน |
| 2023 | 57,094 ครั้ง | ใช้แนวทางปฏิบัติที่เข้มงวดขึ้น |
แม้กระทรวงยุติธรรมจะระบุว่าอัตราการปฏิบัติตามกฎระเบียบสูงถึง 98% แต่เนื่องจากตัวเลขการสืบค้นที่แท้จริงไม่ถูกเปิดเผย ทำให้ไม่สามารถคำนวณจำนวนครั้งที่ละเมิดกฎหมายได้อย่างแม่นยำ ทราบเพียงว่ามีการสืบค้นที่ผิดกฎระเบียบมากกว่าหนึ่งพันครั้ง ซึ่งปัจจุบันระเบียบเหล่านี้ได้ถูกยกระดับเป็นกฎหมายแล้ว
การเมืองเบื้องหลัง "FISA Fest" และการขยายขอบเขตอำนาจ
ในขณะที่กลุ่มสิทธิพลเมืองออกมาคัดค้าน แต่คณะกรรมการข่าวกรองของสภาผู้แทนราษฎรกลับจัดงานเฉลิมฉลองที่เรียกว่า "FISA Fest" เพื่อฉลองการต่ออายุโปรแกรมนี้ โดย Mike Turner และ Jim Himes สมาชิกสภาผู้มีบทบาทสำคัญ ได้ผลักดันให้ FBI ยังคงอำนาจการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ต้องมีหมายศาล และคัดค้านการแก้ไขกฎหมายที่จะบังคับให้ต้องขอหมายศาลก่อนตรวจสอบข้อมูลชาวอเมริกัน

ปัจจุบันมีการนำระบบ "Opt-in" มาใช้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องกดยืนยันก่อนเข้าถึงข้อมูล และต้องขออนุญาตจากทนายความของ FBI หากต้องการสืบค้นข้อมูลจำนวนมาก (Batch queries) นอกจากนี้ การสืบค้นข้อมูลบุคคลสำคัญ เช่น นักการเมือง นักข่าว หรือนักวิชาการ จะถูกจัดเป็น "ข้อมูลอ่อนไหว" ที่ต้องได้รับการอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาระดับสูง
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญและบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง Google, Amazon, IBM และ Microsoft กังวลว่าถ้อยคำในกฎหมายฉบับใหม่มีความคลุมเครือ ซึ่งอาจเปิดช่องให้รัฐบาลบังคับให้บุคคลหรือบริษัทใดๆ ที่เข้าถึงการสื่อสารของเป้าหมาย ต้องช่วยสอดแนมแทน NSA (สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ) ซึ่งรวมถึงพนักงาน IT และเจ้าหน้าที่ศูนย์ข้อมูลด้วย
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- Section 702: โปรแกรมดักฟังการสื่อสารชาวต่างชาตินอกสหรัฐฯ โดยไม่ต้องใช้หมายศาล แต่ส่งผลกระทบต่อข้อมูลชาวอเมริกัน
- การเปลี่ยนแปลงสถิติ: FBI เปลี่ยนวิธีนับการสืบค้นเป็นแบบ "ไม่ซ้ำกัน" ทำให้ตัวเลขการสอดแนมดูลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
- การคุ้มครองข้อมูล: มีการกำหนดให้การสืบค้นข้อมูลบุคคลสำคัญ (นักข่าว, นักการเมือง) ต้องผ่านการอนุมัติระดับสูง
- ข้อกังวลจากภาคเอกชน: บริษัท Tech ยักษ์ใหญ่เกรงว่ากฎหมายที่คลุมเครือจะขยายขอบเขตการบังคับสอดแนมไปยังพนักงาน IT
คำถามที่พบบ่อย
Section 702 คืออะไรและทำงานอย่างไร?
คือส่วนหนึ่งของกฎหมาย FISA ที่อนุญาตให้รัฐบาลสหรัฐฯ ดักฟังการสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์ของเป้าหมายที่เป็นชาวต่างชาตินอกสหรัฐฯ โดยไม่ต้องขอหมายศาลจากผู้พิพากษา แต่สามารถดักจับข้อมูลของชาวอเมริกันที่ติดต่อกับเป้าหมายนั้นได้ด้วย
ทำไมโปรแกรมนี้ถึงถูกวิพากษ์วิจารณ์?
เพราะถูกนำมาใช้ในทางที่ผิด เช่น การสอดแนมผู้ประท้วง นักข่าว และสมาชิกสภาคองเกรส รวมถึงการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของพลเมืองสหรัฐฯ โดยไม่มีการตรวจสอบจากฝ่ายตุลาการ (หมายศาล)
FBI มีวิธีการป้องกันการละเมิดสิทธิอย่างไรในปัจจุบัน?
มีการนำระบบ Opt-in มาใช้เพื่อให้เจ้าหน้าที่ยืนยันตัวตนก่อนเข้าถึงข้อมูล และกำหนดให้การสืบค้นข้อมูลบุคคลกลุ่มอ่อนไหวต้องได้รับอนุมัติจากผู้บริหารระดับสูง รวมถึงต้องขออนุญาตทนายความก่อนทำการสืบค้นข้อมูลแบบกลุ่ม
ทำไมบริษัทเทคโนโลยีถึงกังวลกับกฎหมายฉบับนี้?
เนื่องจากถ้อยคำในกฎหมายมีความกว้างและคลุมเครือ ซึ่งอาจทำให้รัฐบาลสามารถบังคับให้พนักงานในศูนย์ข้อมูลหรือเจ้าหน้าที่ IT ของบริษัทเอกชน ต้องให้ความร่วมมือในการสอดแนมข้อมูลในวงกว้างขึ้น



