Facebook ส่งข้อมูลโฆษณาชวนเชื่อจากรัสเซียให้รัฐสภาสหรัฐฯ เพื่อสืบสวนการแทรกแซงเลือกตั้ง

Facebook ยืนยันการส่งมอบข้อมูลโฆษณากว่า 3,000 ชิ้น ซึ่งจัดซื้อโดยหน่วยงานจากรัสเซียเพื่อเป้าหมายในการแทรกแซงการเมืองและการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปี 2016 ให้กับคณะกรรมการสืบสวนของรัฐสภา โดยข้อมูลดังกล่าวครอบคลุมทั้งเนื้อหาโฆษณา วิธีการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย และรายละเอียดบัญชีผู้ใช้งานที่ใช้เงินประมาณ 100,000 ดอลลาร์ ในการรันโฆษณาช่วงปี 2015 ถึง 2017

การเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่บัญชีและเพจจำนวน 470 รายการ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ Internet Research Agency (IRA) โดย Facebook เลือกส่งข้อมูลให้คณะกรรมการข่าวกรองของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา รวมถึงคณะกรรมการตุลาการของวุฒิสภา เนื่องจากหน่วยงานเหล่านี้มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลลับทางราชการ ซึ่งจะช่วยให้การวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกับหลักฐานจากบริษัทเทคโนโลยีอื่นๆ มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดย Facebook จะไม่เปิดเผยข้อมูลชุดนี้ต่อสาธารณะ

เจาะลึก Internet Research Agency: กองทัพโทรลล์จากรัสเซีย

Internet Research Agency หรือ IRA ถูกระบุว่าเป็นกลุ่ม "โทรลล์" (Trolls - ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตที่สร้างบัญชีปลอมเพื่อปั่นกระแสหรือโจมตีผู้อื่น) ที่ได้รับค่าจ้างจำนวนมาก โดยมีฐานปฏิบัติการอยู่ในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย เป้าหมายหลักคือการกระจายข้อมูลเท็จผ่านแคมเปญออนไลน์ที่ประสานงานกันอย่างเป็นระบบ เพื่อบิดเบือนนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน

ตัวอย่างความเคลื่อนไหวที่โดดเด่นของ IRA คือเหตุการณ์หลอกลวง #ColumbianChemicals ในปี 2014 ซึ่งมีการสร้างหลักฐานปลอม ทั้งภาพหน้าจอ CNN วิดีโอ YouTube และหน้า Wikipedia เพื่อสร้างเรื่องว่าโรงงานเคมีในรัฐลุยเซียนาถูกระเบิดโดยกลุ่ม ISIS เพื่อกระตุ้นให้สหรัฐฯ โจมตีอิรัก มีรายงานว่า IRA มีพนักงานราว 400 คน และมีงบประมาณรายเดือนสูงถึง 400,000 ดอลลาร์ โดยได้รับเงินสนับสนุนจาก Evgeny Prigozhin นักธุรกิจผู้ใกล้ชิดกับรัฐบาลรัสเซีย

มาตรการรับมือและแผนฟื้นฟูความเชื่อมั่นของ Facebook

เพื่อป้องกันไม่ให้แพลตฟอร์มถูกใช้เป็นเครื่องมือในการบิดเบือนการเลือกตั้ง Mark Zuckerberg ซีอีโอของ Facebook ได้ประกาศแผนยุทธศาสตร์ 9 ข้อ เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและรักษาความถูกต้องของการเลือกตั้ง ดังนี้:

  • ส่งมอบข้อมูลโฆษณาที่ซื้อโดยรัสเซียให้แก่รัฐสภา
  • ดำเนินการสืบสวนภายในอย่างต่อเนื่อง
  • ยกระดับความโปร่งใสของโฆษณาทางการเมือง
  • เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบโฆษณาการเมือง
  • จ้างพนักงานดูแลความถูกต้องของการเลือกตั้งเพิ่มอีก 250 ตำแหน่ง
  • ขยายความร่วมมือกับคณะกรรมการการเลือกตั้งในประเทศต่างๆ
  • ประสานงานร่วมกับบริษัทเทคโนโลยีรายอื่น
  • ปกป้องการสนทนาทางการเมืองจากการข่มขู่คุกคาม
  • เฝ้าระวังและติดตามการเลือกตั้งในประเทศเยอรมนี

ในกรณีของการเลือกตั้งในเยอรมนี Facebook ได้นำมาตรการเหล่านี้มาใช้จริง เช่น การลบบัญชีต้องสงสัยหลายหมื่นบัญชี และการต่อสู้กับข่าวปลอมประเภท Clickbait (พาดหัวข่าวเกินจริงเพื่อดึงดูดให้คลิก) แม้จะไม่สามารถกำจัดข้อมูลเท็จได้ทั้งหมด แต่ช่วยลดการแพร่กระจายในหน้า News Feed ได้อย่างมีนัยสำคัญ

สรุปข้อมูลการแทรกแซงการเลือกตั้งผ่านโซเชียลมีเดีย
แพลตฟอร์ม จำนวนบัญชี/โฆษณาที่เกี่ยวข้อง งบประมาณที่ใช้ (โดยประมาณ) หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
Facebook โฆษณา 3,000+ ชิ้น / 470 บัญชี 100,000 ดอลลาร์ Internet Research Agency
Twitter 201 บัญชีต้องสงสัย 274,100 ดอลลาร์ สื่อที่เชื่อมโยงกับรัฐบาลรัสเซีย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • Facebook ส่งข้อมูลโฆษณา 3,000+ รายการให้รัฐสภาสหรัฐฯ เพื่อสืบสวนการแทรกแซงเลือกตั้งปี 2016
  • Internet Research Agency (IRA) คือกลุ่มโทรลล์จากรัสเซียที่ใช้ข้อมูลเท็จเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของปูติน
  • งบประมาณ ที่ใช้ในโฆษณาบน Facebook อยู่ที่ประมาณ 100,000 ดอลลาร์ ระหว่างปี 2015-2017
  • แผน 9 ข้อ ของ Zuckerberg มุ่งเน้นที่ความโปร่งใสและการเพิ่มบุคลากรตรวจสอบการเลือกตั้ง
  • การประสานงาน มีการส่งข้อมูลให้ Robert Mueller อัยการพิเศษก่อนที่จะส่งให้รัฐสภา

คำถามที่พบบ่อย

ทำไม Facebook ถึงไม่เปิดเผยข้อมูลโฆษณาเหล่านี้ต่อสาธารณะ?

Facebook ระบุว่าคณะกรรมการสืบสวนของรัฐสภามีความเหมาะสมที่สุดในการตรวจสอบ เนื่องจากสามารถนำข้อมูลนี้ไปวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลลับทางราชการและข้อมูลจากอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้

Internet Research Agency (IRA) มีวิธีการทำงานอย่างไร?

IRA ใช้กองทัพโทรลล์สร้างบัญชีปลอมและผลิตเนื้อหาบิดเบือน เช่น การสร้างข่าวปลอมเรื่องการระเบิดของโรงงานเคมี โดยใช้สื่อปลอมอย่างภาพหน้าจอ CNN เพื่อชี้นำความคิดเห็นของผู้คนในสหรัฐฯ

Facebook มีมาตรการป้องกันการแทรกแซงการเลือกตั้งในอนาคตอย่างไร?

Facebook ใช้แผน 9 ข้อ ซึ่งรวมถึงการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบโฆษณาการเมือง การจ้างพนักงานตรวจสอบเพิ่ม และการร่วมมือกับคณะกรรมการการเลือกตั้งและบริษัทเทคโนโลยีอื่นๆ

นอกจาก Facebook แล้ว มีแพลตฟอร์มอื่นที่ถูกแทรกแซงด้วยหรือไม่?

ใช่ Twitter พบว่ามีบัญชีต้องสงสัย 201 บัญชีที่เกี่ยวข้องกับแคมเปญข้อมูลเท็จ และมีการใช้จ่ายเงินโฆษณาโดยสื่อที่เชื่อมโยงกับรัฐบาลรัสเซียสูงถึง 274,100 ดอลลาร์