Facebook ยกระดับความปลอดภัยโฆษณา จ้างพนักงานเพิ่ม 1,000 ตำแหน่ง สกัดการแทรกแซงการเลือกตั้ง
Facebook ได้ดำเนินการส่งมอบข้อมูลโฆษณากว่า 3,000 รายการ ให้กับคณะกรรมการสืบสวนของรัฐสภาสหรัฐฯ ซึ่งเป็นโฆษณาที่จัดซื้อโดยบริษัทจากรัสเซียเพื่อสร้างอิทธิพลต่อการเมืองในสหรัฐฯ โดยทาง Facebook ระบุว่าเนื้อหาเหล่านี้มุ่งเน้นการสร้างความแตกแยกทางสังคมและเชื้อชาติ รวมถึงการใช้ภาพลักษณ์เชิงลบที่น่ารังเกียจ ซึ่งถือเป็นการแทรกแซงที่ยอมรับไม่ได้
จากการตรวจสอบพบว่ามีผู้ใช้งานประมาณ 10 ล้านคนที่เห็นโฆษณาเหล่านี้ โดย 44% ปรากฏก่อนการเลือกตั้ง และ 56% ปรากฏหลังการเลือกตั้ง ขณะที่อีก 25% ไม่เคยถูกแสดงผลให้ใครเห็นเลย ในด้านงบประมาณ พบว่า 50% ของโฆษณามีค่าใช้จ่ายต่ำกว่า 3 ดอลลาร์ และ 99% ใช้เงินไม่ถึง 1,000 ดอลลาร์ โดยเนื้อหาส่วนใหญ่เน้นประเด็นที่สร้างความขัดแย้ง เช่น สิทธิ LGBTQ+, เรื่องเชื้อชาติ, สิทธิการครอบครองอาวุธปืน และการย้ายถิ่นฐาน
เพื่อแก้ไขปัญหานี้ Mark Zuckerberg ซีอีโอของ Facebook ได้กล่าวขอโทษต่อการที่แพลตฟอร์มถูกใช้เป็นเครื่องมือสร้างความแตกแยก และประกาศปรับปรุงระบบโฆษณาครั้งใหญ่เพื่อป้องกันการนำไปใช้ในทางที่ผิด โดยเฉพาะการแทรกแซงการเลือกตั้งในอนาคต
มาตรการ 5 ประการเพื่อเพิ่มความโปร่งใสและป้องกันการทุจริต
Facebook ได้นำเสนอแนวทางปฏิบัติใหม่ 5 ข้อ เพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือของระบบโฆษณา ดังนี้:
- การเพิ่มความโปร่งใสของโฆษณา: พัฒนาเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบได้ว่า เพจใดกำลังรันโฆษณาอะไรอยู่บ้าง แม้ว่าโฆษณานั้นจะไม่ได้ถูกส่งมาถึงตัวผู้ใช้โดยตรงก็ตาม เพื่อให้ผู้โฆษณาต้องมีความรับผิดชอบต่อเนื้อหามากขึ้น และช่วยให้หน่วยงานตรวจสอบสามารถติดตามโฆษณาที่น่าสงสัยได้ง่ายขึ้น
- ยกระดับการบังคับใช้กฎระเบียบ: ผสมผสานการตรวจสอบด้วยระบบอัตโนมัติและมนุษย์ โดยจะจ้างพนักงานเพิ่มอีก 1,000 คนในทีมตรวจสอบโฆษณาทั่วโลกภายในหนึ่งปี พร้อมลงทุนในระบบ Machine Learning (การเรียนรู้ของเครื่อง) เพื่อตรวจจับและลบโฆษณาที่ไม่เหมาะสมได้แม่นยำขึ้น
- เข้มงวดกับเนื้อหาโฆษณา: ขยายขอบเขตข้อห้ามให้ครอบคลุมถึงการแสดงออกถึงความรุนแรงในรูปแบบที่แนบเนียน (Subtle expressions of violence) นอกเหนือจากข้อห้ามเดิมที่ห้ามเนื้อหาที่น่าตกใจ การข่มขู่ หรือการขายอาวุธ
- ตรวจสอบตัวตนผู้โฆษณา: เพิ่มความเข้มงวดในการขอเอกสารยืนยันตัวตนสำหรับผู้ที่ต้องการลงโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งระดับรัฐบาลกลางของสหรัฐฯ เพื่อให้มั่นใจว่าองค์กรหรือธุรกิจนั้นมีตัวตนอยู่จริง
- สร้างมาตรฐานร่วมในอุตสาหกรรม: ร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีรายอื่น เช่น Google และ Twitter รวมถึงรัฐบาลทั่วโลก เพื่อแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับผู้ไม่ประสงค์ดีและบัญชีที่สร้างความเสียหาย เพื่อให้ทุกแพลตฟอร์มสามารถป้องกันการโจมตีในลักษณะเดียวกันได้
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| จำนวนโฆษณาที่ตรวจสอบ | 3,000 รายการ |
| จำนวนผู้ที่เห็นโฆษณา | ประมาณ 10 ล้านคน |
| งบประมาณรวมโดยประมาณ | 100,000 ดอลลาร์ |
| จำนวนบัญชี/เพจที่เกี่ยวข้อง | 470 บัญชี (เชื่อมโยงกับ Internet Research Agency) |
| ช่วงเวลาที่ดำเนินการ | ปี 2015 - 2017 |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- โฆษณาส่วนใหญ่ใช้เงินลงทุนต่ำมาก โดย 99% ใช้เงินไม่ถึง 1,000 ดอลลาร์
- Facebook จะจ้างพนักงานตรวจสอบโฆษณาเพิ่ม 1,000 ตำแหน่งทั่วโลก
- มีการเปิดเผยข้อมูลโฆษณาให้คณะกรรมการสืบสวน 3 ชุดของรัฐสภาสหรัฐฯ แต่จะไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ
- เป้าหมายหลักของโฆษณาคือการสร้างความแตกแยกในประเด็นทางสังคมและเชื้อชาติ
ความท้าทายเรื่องเสรีภาพในการแสดงออก
แม้จะมีการลบโฆษณาที่ได้มาโดยมิชอบออกไป แต่ Facebook ยังคงเผชิญกับความท้าทายในการรักษาสมดุลระหว่างการเป็นแพลตฟอร์มเปิดที่ยอมรับความเห็นที่แตกต่าง กับการป้องกันการบิดเบือนข้อมูล โดย Elliot Schrage รองประธานฝ่ายนโยบาย ย้ำว่า Facebook มุ่งมั่นที่จะเป็นพื้นที่สำหรับทุกไอเดีย ตราบใดที่เนื้อหานั้นไม่ส่งเสริมความเกลียดชังหรือความรุนแรง ซึ่งจุดยืนนี้ทำให้ Facebook วางตัวเป็นแพลตฟอร์มเทคโนโลยีมากกว่าบริษัทสื่อ
คำถามที่พบบ่อย
โฆษณาที่ถูกส่งให้รัฐสภาสหรัฐฯ มีลักษณะอย่างไร?
เป็นโฆษณาที่จัดซื้อโดยหน่วยงานรัสเซียที่ชื่อว่า Internet Research Agency โดยเน้นเนื้อหาที่สร้างความแตกแยกในสังคมสหรัฐฯ เช่น เรื่องการย้ายถิ่นฐาน และสิทธิ LGBTQ+
Facebook แก้ไขปัญหาโฆษณาที่มองไม่เห็น (Dark Posts) อย่างไร?
Facebook พัฒนาเครื่องมือใหม่ที่อนุญาตให้ทุกคนสามารถเข้าไปดูโฆษณาที่เพจต่างๆ กำลังรันอยู่ได้ทั้งหมด แม้ว่าโฆษณานั้นจะไม่ได้ถูกกำหนดเป้าหมายมาที่ตัวผู้ใช้ก็ตาม
ทำไม Facebook ถึงไม่ลบโฆษณาที่ใช้สกุลเงินรัสเซียทันที?
เนื่องจากในสถานการณ์ปกติ มีโฆษณาที่ถูกกฎหมายจำนวนมากที่ชำระเงินด้วยสกุลเงินท้องถิ่นของตนเอง การใช้เงินรูเบิลจึงไม่ใช่ข้อบ่งชี้เพียงพอที่จะปฏิเสธโฆษณาทันที
การจ้างพนักงานเพิ่ม 1,000 คนจะช่วยได้อย่างไร?
พนักงานเหล่านี้จะเข้ามาช่วยในทีมตรวจสอบโฆษณาทั่วโลก เพื่อให้การตรวจสอบเนื้อหาและบริบทของการซื้อโฆษณาทำได้ละเอียดและครอบคลุมมากขึ้น ควบคู่ไปกับการใช้ระบบ AI
Facebook จะร่วมมือกับบริษัทอื่นอย่างไรเพื่อป้องกันปัญหานี้?
Facebook จะประสานงานกับบริษัทอย่าง Google และ Twitter รวมถึงรัฐบาลต่างๆ เพื่อสร้างฐานข้อมูลร่วมกันเกี่ยวกับบัญชีและกลยุทธ์ที่ผู้ไม่ประสงค์ดีใช้ เพื่อให้ทุกแพลตฟอร์มสามารถเฝ้าระวังได้พร้อมกัน



