Facebook โชว์ผลกำไรไตรมาส 3 พุ่ง 4.7 พันล้านดอลลาร์ ทุบสถิติราคาหุ้นแม้เผชิญมรสุมการเมือง
แม้ว่า Facebook จะต้องเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักจากการไต่สวนของคณะกรรมการข่าวกรองสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เกี่ยวกับประเด็นการแทรกแซงการเลือกตั้งโดยรัสเซีย แต่ตัวเลขทางธุรกิจกลับสวนทางกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ โดยบริษัทสามารถทำกำไรพุ่งสูงขึ้นและผลักดันให้ราคาหุ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
Mark Zuckerberg ซีอีโอของบริษัท ได้แสดงทัศนะที่แตกต่างจากเดิม โดยระบุว่าความสำเร็จทางธุรกิจจะไม่มีความหมายเลยหากบริการของบริษัทถูกนำไปใช้ในทางที่สร้างความแตกแยก พร้อมย้ำว่า Facebook ให้ความสำคัญกับการปกป้องชุมชนผู้ใช้งานมากกว่าการทำกำไรสูงสุด และพร้อมที่จะลงทุนในด้านความปลอดภัยอย่างเต็มที่แม้จะส่งผลกระทบต่อผลกำไรในอนาคตก็ตาม
เจาะลึกตัวเลขทางการเงิน: การเติบโตที่ทรงพลัง
ผลประกอบการในไตรมาสที่ 3 ของปี 2017 แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการสร้างรายได้ที่ยอดเยี่ยม โดย Facebook มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 79% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า คิดเป็นมูลค่า 4.7 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
ในส่วนของรายได้รวมอยู่ที่ 1.03 หมื่นล้านดอลลาร์ และมีกำไรต่อหุ้น (EPS หรือ Earnings Per Share ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้กำไรสุทธิที่แบ่งตามจำนวนหุ้นทั้งหมด) อยู่ที่ 1.59 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 76% จากปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการทำกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม อัตราการเติบโตของรายได้อยู่ที่ 47% ซึ่งลดลงจาก 59% ในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2016 สอดคล้องกับคำเตือนก่อนหน้านี้ของบริษัทว่าพื้นที่สำหรับการลงโฆษณากำลังเริ่มถึงจุดอิ่มตัว ขณะที่รายได้จากโฆษณาบนมือถือขยับขึ้นเป็น 88% ของรายได้โฆษณาทั้งหมด แสดงถึงการเปลี่ยนผ่านสู่แพลตฟอร์มโมบายล์ที่สมบูรณ์
| หัวข้อ | ตัวเลขจริง | ตัวเลขคาดการณ์ / ปีก่อนหน้า |
|---|---|---|
| กำไรสุทธิ | 4.7 พันล้านดอลลาร์ | เพิ่มขึ้น 79% (YoY) |
| รายได้รวม | 1.03 หมื่นล้านดอลลาร์ | 9.84 พันล้านดอลลาร์ (คาดการณ์) |
| กำไรต่อหุ้น (EPS) | 1.59 ดอลลาร์ | 1.28 ดอลลาร์ (คาดการณ์) |
| รายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้ต่อวัน | 7.51 ดอลลาร์ | 5.95 ดอลลาร์ (ปีก่อนหน้า) |
สถิติผู้ใช้งานและความแข็งแกร่งของแพลตฟอร์ม
จำนวนผู้ใช้งานรายเดือน (Monthly Active Users) ของ Facebook ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 2.06 พันล้านราย เพิ่มขึ้น 3.19% จากไตรมาสก่อน ขณะที่ผู้ใช้งานรายวัน (Daily Active Users) อยู่ที่ 1.37 พันล้านราย เพิ่มขึ้น 3.8%
สิ่งที่น่าสนใจคือค่า Stickiness (อัตราส่วนของผู้ใช้งานรายเดือนที่กลับมาใช้งานทุกวัน) ซึ่งคงที่อยู่ที่ 66% ตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2016 ซึ่งถือเป็นความสำเร็จอย่างมาก เนื่องจากโดยปกติแล้วแอปพลิเคชันส่วนใหญ่จะมีค่านี้ลดลงเมื่อมีผู้ใช้งานใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาแต่มีความผูกพันกับแอปน้อยลง
นอกจากนี้ ฟีเจอร์ที่เลียนแบบ Snapchat อย่าง Instagram Stories และ WhatsApp Status ยังเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีผู้ใช้งานรายวันถึง 300 ล้านรายต่อแพลตฟอร์ม ซึ่งมากกว่าจำนวนผู้ใช้งานทั้งหมดของ Snapchat ที่มีอยู่ 173 ล้านรายเกือบสองเท่า
ทิศทางในอนาคตและการลงทุนด้านความปลอดภัย
เพื่อตอบโต้ปัญหาการแทรกแซงข้อมูลและการใช้งานในทางที่ผิด David Wehner CFO ของบริษัท เปิดเผยว่า Facebook จะเพิ่มงบประมาณค่าใช้จ่ายขึ้น 45% ถึง 60% ในปี 2018 โดยจะมุ่งเน้นไปที่:
- การจ้างพนักงานเพิ่ม 10,000 ตำแหน่ง เพื่อตรวจสอบเนื้อหาและโฆษณา
- การเพิ่มจำนวนวิศวกรด้านความปลอดภัยเป็นสองเท่า
- การลงทุนในเทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น AI (ปัญญาประดิษฐ์), VR (ความจริงเสมือน) และ AR (ความจริงเสริม) รวมถึงวิดีโอต้นฉบับ
ในด้านการกำกับดูแล Mark Zuckerberg ได้แสดงท่าทีสนับสนุนให้รัฐบาลเข้ามาออกกฎระเบียบเกี่ยวกับความโปร่งใสของโฆษณา หากสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- กำไรพุ่งสูง: ทำกำไรได้ 4.7 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 79% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
- ฐานผู้ใช้มหาศาล: มีผู้ใช้งานรายเดือนสูงถึง 2.06 พันล้านคน
- การเติบโตของรายได้: รายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้ต่อวันเพิ่มขึ้น 26% เป็น 7.51 ดอลลาร์
- เงินทุนสำรอง: มีเงินสดและหลักทรัพย์ที่เปลี่ยนเป็นเงินสดได้สูงถึง 3.829 หมื่นล้านดอลลาร์
- การรุกตลาด Stories: ทั้ง Instagram และ WhatsApp มีผู้ใช้ Stories วันละ 300 ล้านราย
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมรายได้ของ Facebook ถึงเพิ่มขึ้นแม้การเติบโตของผู้ใช้จะชะลอตัว?
แม้จำนวนผู้ใช้จะเติบโตในอัตราที่ลดลง แต่ Facebook สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างรายได้จากผู้ใช้เดิมได้มากขึ้น โดยเห็นได้จากรายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้งานรายวัน (ARPU) ที่เพิ่มขึ้นจาก 5.95 ดอลลาร์ เป็น 7.51 ดอลลาร์
Facebook มีแผนจัดการกับปัญหาความปลอดภัยอย่างไร?
บริษัทวางแผนเพิ่มงบประมาณค่าใช้จ่ายในปี 2018 อีก 45-60% เพื่อจ้างพนักงานตรวจสอบเนื้อหาเพิ่ม 10,000 คน และเพิ่มจำนวนวิศวกรด้านความปลอดภัยเป็นสองเท่าเพื่อป้องกันการใช้งานในทางที่ผิด
สถานะของ Instagram Stories และ WhatsApp Status เมื่อเทียบกับ Snapchat เป็นอย่างไร?
ทั้งสองฟีเจอร์มีผู้ใช้งานรายวันอยู่ที่ 300 ล้านราย ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าจำนวนผู้ใช้งานรายวันทั้งหมดของ Snapchat (173 ล้านราย) เกือบ 2 เท่า
ราคาหุ้นของ Facebook มีปฏิกิริยาอย่างไรหลังประกาศผลประกอบการ?
ราคาหุ้นปิดที่ 182.66 ดอลลาร์ก่อนการประกาศ และปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 1.28% ในการซื้อขายหลังปิดตลาด (after-hours trading)
Facebook มีมุมมองต่อการควบคุมจากภาครัฐอย่างไร?
Mark Zuckerberg ระบุว่าเขาเห็นด้วยหากรัฐบาลจะเข้ามาออกกฎระเบียบเพื่อสร้างความโปร่งใสในการลงโฆษณา โดยมองว่าจะเป็นเรื่องที่ดีหากมีการดำเนินการอย่างเหมาะสม



