Facebook เผยข้อมูลโฆษณาการเมืองจากรัสเซียในช่วงเลือกตั้งสหรัฐฯ 2016

Facebook ได้เปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทบาทของแพลตฟอร์มในช่วงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปี 2016 โดยพบข้อมูลที่น่าตกใจว่ามีกลุ่มบุคคลที่คาดว่ามีความเชื่อมโยงกับรัฐบาลรัสเซีย ทุ่มเงินซื้อโฆษณาทางการเมืองบนแพลตฟอร์มเป็นมูลค่ารวมสูงถึง 150,000 ดอลลาร์ ในช่วงระหว่างปี 2015 ถึง 2017

Alex Stamos ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความปลอดภัย (Chief Security Officer) ของ Facebook ระบุว่า จากการตรวจสอบกิจกรรมบนแพลตฟอร์มเพื่อตอบข้อสงสัยเรื่องการแทรกแซงการเลือกตั้ง พบการใช้จ่ายเงินโฆษณาประมาณ 100,000 ดอลลาร์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับโฆษณาประมาณ 3,000 ชิ้น โดยโฆษณาเหล่านี้ถูกเผยแพร่ผ่าน บัญชีปลอม (Inauthentic Accounts) และเพจที่ละเมิดนโยบายของบริษัทราว 470 บัญชี ซึ่งผลวิเคราะห์ชี้ว่ากลุ่มบัญชีเหล่านี้มีความเกี่ยวข้องกันและน่าจะดำเนินงานมาจากประเทศรัสเซีย

นอกจากงบประมาณ 100,000 ดอลลาร์ดังกล่าวแล้ว ยังมีเงินอีกประมาณ 50,000 ดอลลาร์ที่ถูกใช้ไปกับโฆษณาการเมืองซึ่งมีร่องรอยเชื่อมโยงกับรัสเซียอย่างไม่เป็นทางการ เช่น การใช้บัญชีที่มีที่อยู่ IP ในสหรัฐฯ แต่ตั้งค่าภาษาของบัญชีเป็นภาษารัสเซีย

กลยุทธ์การสร้างความแตกแยกผ่านโฆษณา

สิ่งที่น่าสนใจคือ โฆษณาส่วนใหญ่ไม่ได้ระบุชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือกล่าวถึงการแข่งขันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีโดยตรง แต่กลับมุ่งเน้นไปที่ ประเด็นเปราะบาง (Wedge Issues) ที่สร้างความขัดแย้งในสังคมสหรัฐฯ เช่น สิทธิในการครอบครองอาวุธปืน, การย้ายถิ่นฐาน, สิทธิของกลุ่ม LGBT และประเด็นทางเชื้อชาติ

ข้อมูลระบุว่าประมาณหนึ่งในสี่ของโฆษณาเหล่านี้มีการกำหนดกลุ่มเป้าหมายตามพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ โดยเฉพาะโฆษณาที่เผยแพร่ในปี 2015 นอกจากนี้ Facebook ยังพบข้อเท็จจริงว่าปฏิบัติการนี้ไม่ได้ใช้ บอท (Bots) หรือโปรแกรมอัตโนมัติเป็นหลัก แต่เป็นการประสานงานโดยมนุษย์ที่ดำเนินแคมเปญอย่างเป็นระบบ

สรุปข้อมูลการซื้อโฆษณาที่เชื่อมโยงกับรัสเซียบน Facebook
หัวข้อ รายละเอียด
มูลค่าการใช้จ่ายรวมโดยประมาณ 150,000 ดอลลาร์สหรัฐ
จำนวนโฆษณาที่เกี่ยวข้อง ประมาณ 3,000 ชิ้น
จำนวนบัญชีและเพจที่ละเมิดนโยบาย ประมาณ 470 บัญชี
ช่วงเวลาที่เกิดเหตุ มิถุนายน 2015 - พฤษภาคม 2017
รูปแบบการดำเนินงาน แคมเปญโดยมนุษย์ (ไม่ใช่บอทอัตโนมัติ)

ความเชื่อมโยงกับหน่วยงานโฆษณาชวนเชื่อ

ในการชี้แจงต่อรัฐสภาสหรัฐฯ Facebook ยอมรับว่ามีหลักฐานที่บ่งชี้ว่าบางบัญชีมีความเชื่อมโยงกับ Internet Research Agency ซึ่งเป็น Troll Farm (กลุ่มคนที่ถูกจ้างมาเพื่อสร้างกระแสหรือโจมตีผู้อื่นบนโลกออนไลน์) ในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย แม้ทาง Facebook จะไม่สามารถยืนยันได้อย่างเป็นอิสระ แต่หน่วยงานข่าวกรองของสหรัฐฯ เชื่อว่ากลุ่มนี้ได้รับเงินสนับสนุนจากผู้ใกล้ชิดของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน และมีความสัมพันธ์กับเครือข่ายข่าวกรองของรัสเซีย

การที่ผู้ดำเนินงานสามารถกำหนดเป้าหมายทางภูมิศาสตร์ในสหรัฐฯ ได้อย่างแม่นยำ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าหน่วยงานที่เชื่อมโยงกับรัฐบาลรัสเซียอาจมีการประสานงานร่วมกับบุคคลภายในสหรัฐฯ ด้วยหรือไม่

มาตรการตอบโต้ของ Facebook

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย Facebook ได้นำผลการตรวจสอบภายในมาปรับใช้ โดยในช่วงการเลือกตั้งของฝรั่งเศสที่ผ่านมา บริษัทสามารถกำจัดบัญชีต้องสงสัยกว่า 30,000 บัญชีที่ทำพฤติกรรม False Amplification หรือการปั่นกระแสให้ข้อมูลบางอย่างดูมีความสำคัญเกินจริง นอกจากนี้ยังเริ่มบล็อกโฆษณาจากเพจที่แชร์ข่าวปลอมและข้อมูลบิดเบือนซ้ำๆ อย่างไรก็ตาม หากการโจมตีเหล่านี้มาจากหน่วยงานข่าวกรองระดับรัฐ การรับมือในอนาคตจะเป็นความท้าทายที่ยากลำบากสำหรับ Facebook

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • มีการใช้เงินรวมประมาณ 150,000 ดอลลาร์ เพื่อซื้อโฆษณาที่เชื่อมโยงกับรัสเซีย
  • โฆษณามุ่งเน้นการสร้างความแตกแยกในประเด็นสังคมมากกว่าการโจมตีตัวบุคคล
  • ปฏิบัติการส่วนใหญ่ขับเคลื่อนโดยมนุษย์ ไม่ใช่ระบบอัตโนมัติหรือบอท
  • พบความเชื่อมโยงกับ Internet Research Agency ซึ่งเป็นแหล่งผลิตโฆษณาชวนเชื่อของรัสเซีย
  • Facebook เริ่มใช้มาตรการเข้มงวดขึ้นในการลบบัญชีปั่นกระแสและบล็อกข่าวปลอม

คำถามที่พบบ่อย

เงินจำนวน 150,000 ดอลลาร์ถูกนำไปใช้ทำอะไร?

เงินจำนวนนี้ถูกนำไปใช้ซื้อโฆษณาทางการเมืองบน Facebook ระหว่างปี 2015-2017 โดยเน้นประเด็นที่สร้างความขัดแย้งในสังคมสหรัฐฯ เช่น เรื่องปืน การย้ายถิ่นฐาน และสิทธิ LGBT เพื่อสร้างความแตกแยกในหมู่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

ใครคือผู้อยู่เบื้องหลังปฏิบัติการนี้?

หลักฐานบ่งชี้ว่ามีความเชื่อมโยงกับ Internet Research Agency ซึ่งเป็น Troll Farm ในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย ซึ่งเชื่อกันว่าได้รับทุนสนับสนุนจากบุคคลใกล้ชิดของประธานาธิบดีรัสเซีย

โฆษณาเหล่านี้ใช้บอทในการเผยแพร่หรือไม่?

จากการวิเคราะห์ของ Facebook พบว่าส่วนใหญ่ไม่ใช่การทำงานของบอท แต่เป็นแคมเปญที่มีการประสานงานกันโดยมนุษย์ ซึ่งทำให้การแทรกแซงมีความซับซ้อนและแนบเนียนมากขึ้น

Facebook มีวิธีป้องกันเหตุการณ์นี้อย่างไรในอนาคต?

Facebook ได้เพิ่มการตรวจสอบบัญชีที่ทำพฤติกรรมปั่นกระแส (False Amplification) และดำเนินการบล็อกโฆษณาจากเพจที่เผยแพร่ข้อมูลเท็จหรือข่าวปลอมอย่างต่อเนื่อง

โฆษณาระบุชื่อผู้สมัครประธานาธิบดีโดยตรงหรือไม่?

โฆษณาส่วนใหญ่ไม่ได้ระบุชื่อผู้สมัครหรือพูดถึงการเลือกตั้งโดยตรง แต่ใช้วิธีนำเสนอประเด็นทางสังคมที่ร้อนแรงเพื่อโน้มน้าวหรือสร้างความขัดแย้งแทน