Facebook เข้าซื้อกิจการ Oculus VR มุ่งสร้างแพลตฟอร์มโลกเสมือนจริงแห่งอนาคต

Mark Zuckerberg ซีอีโอของ Facebook เดินหน้าขยายอาณาจักรเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ประกาศเข้าซื้อกิจการ Oculus VR บริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยี Virtual Reality (VR) หรือเทคโนโลยีโลกเสมือนจริงที่จำลองสภาพแวดล้อมให้ผู้ใช้รู้สึกเหมือนเข้าไปอยู่ในสถานที่นั้นจริงๆ ด้วยมูลค่าการลงทุนสูงถึง 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งชำระด้วยเงินสดและหุ้น

การเคลื่อนไหวในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า Facebook ไม่ได้มอง VR เป็นเพียงเครื่องมือสำหรับความบันเทิงเท่านั้น แต่ Zuckerberg เชื่อมั่นว่า VR จะกลายเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มการประมวลผลหลักของโลกในอนาคต ต่อจากยุคของคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ (Desktop) และสมาร์ทโฟน (Mobile) โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ

วิสัยทัศน์การใช้งาน VR ที่มากกว่าแค่การเล่นเกม

แม้ว่าในปัจจุบันการใช้งาน Oculus จะเน้นไปที่อุตสาหกรรมเกมเป็นหลัก แต่ Facebook วางแผนที่จะผลักดันให้เป็นแพลตฟอร์มที่รองรับประสบการณ์หลากหลายด้าน ตัวอย่างเช่น การจำลองการนั่งชมการแข่งขันกีฬาจากขอบสนาม การสร้างห้องเรียนเสมือนจริงที่นักเรียนสามารถเรียนร่วมกันได้จากทุกมุมโลก หรือแม้แต่การปรึกษาแพทย์แบบเห็นหน้าในรูปแบบสามมิติโดยไม่ต้องเดินทางไปยังโรงพยาบาล

Article image

นอกจากนี้ Zuckerberg ยังเล็งเห็นโอกาสในการสร้างรายได้ผ่านระบบโฆษณา การซื้อขายสินค้าเสมือนจริง และการพัฒนาระบบเครือข่ายการสื่อสารในรูปแบบโลกเสมือน ซึ่งจะเป็นการต่อยอดจุดแข็งด้านโซเชียลมีเดียของ Facebook เข้ากับฮาร์ดแวร์ล้ำสมัย

การแข่งขันในตลาดฮาร์ดแวร์และก้าวต่อไปของ Oculus

การเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ Facebook ทำให้ Oculus มีทรัพยากรทางการเงินและบุคลากรที่มหาศาล ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการต่อสู้กับคู่แข่งรายใหญ่ โดยเฉพาะหลังจากที่ Sony ได้เปิดตัว Project Morpheus ซึ่งเป็นชุดหูฟัง VR ต้นแบบสำหรับนักพัฒนา ทำให้เห็นว่ายักษ์ใหญ่ในวงการเทคโนโลยีกำลังรุมเข้าสู่ตลาดนี้

Article image

ย้อนกลับไปในช่วงเริ่มต้น Palmer Luckey ผู้ก่อตั้ง Oculus ได้นำเสนอโครงการผ่าน Kickstarter และผลักดันให้ Oculus Rift (ชุดหูฟัง VR รุ่นบุกเบิกที่มีราคาประมาณ 350 ดอลลาร์) เป็นเทคโนโลยีที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของ Facebook ที่ต้องการให้เทคโนโลยีนี้แพร่หลายสู่มวลชน

Image 2

สำหรับการบริหารงาน Zuckerberg ยืนยันว่าจะใช้โมเดลเดียวกับการซื้อ Instagram คือการปล่อยให้ Oculus ดำเนินงานได้อย่างเป็นอิสระ เพื่อรักษาจิตวิญญาณของนวัตกรรมในขณะที่ได้รับการสนับสนุนด้านทรัพยากรจากบริษัทแม่

สรุปรายละเอียดการเข้าซื้อกิจการ Oculus VR โดย Facebook
หัวข้อ รายละเอียด
มูลค่าการซื้อขาย 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (เงินสดและหุ้น)
ผลิตภัณฑ์หลัก Oculus Rift
เป้าหมายหลัก สร้างแพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์แห่งอนาคต
ตัวอย่างการใช้งาน การศึกษา, การแพทย์, กีฬา, การสื่อสารเสมือนจริง
คู่แข่งสำคัญ Sony (Project Morpheus)

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • มูลค่าดีล: Facebook จ่ายเงิน 2 พันล้านดอลลาร์เพื่อครอบครอง Oculus VR
  • นิยามใหม่: VR ถูกวางตำแหน่งให้เป็นแพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์ยุคถัดไปต่อจากมือถือและพีซี
  • กลยุทธ์บริหาร: Oculus จะยังคงดำเนินงานอย่างเป็นอิสระคล้ายกับกรณีของ Instagram
  • โอกาสทางธุรกิจ: มุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายสื่อสาร, สินค้าเสมือน และระบบโฆษณาในโลก VR

คำถามที่พบบ่อย

Facebook ซื้อ Oculus VR ด้วยราคาเท่าไหร่และจ่ายอย่างไร?

Facebook เข้าซื้อกิจการด้วยมูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเป็นการชำระทั้งในรูปแบบของเงินสดและหุ้นของบริษัท

เป้าหมายของ Facebook ในการนำ VR มาใช้คืออะไร?

เพื่อสร้างแพลตฟอร์มสำหรับประสบการณ์รูปแบบใหม่ที่ไม่จำกัดแค่การเล่นเกม เช่น การศึกษาทางไกล การปรึกษาแพทย์เสมือนจริง และการสร้างเครือข่ายการสื่อสารแบบสามมิติ

Oculus จะถูกรวมเข้ากับ Facebook จนสูญเสียความเป็นตัวตนหรือไม่?

Mark Zuckerberg ระบุว่า Oculus จะยังคงสามารถดำเนินงานได้อย่างเป็นอิสระ โดยใช้แนวทางการบริหารจัดการเช่นเดียวกับที่ Facebook เคยทำกับ Instagram

ใครคือคู่แข่งสำคัญของ Oculus ในขณะนี้?

คู่แข่งที่โดดเด่นคือ Sony ซึ่งได้มีการพัฒนา Project Morpheus ซึ่งเป็นชุดหูฟัง VR สำหรับนักพัฒนาออกมาแข่งขันในตลาด

Facebook จะทำเงินจาก Oculus ได้อย่างไรในอนาคต?

แผนการสร้างรายได้จะครอบคลุมถึงการนำระบบโฆษณาของ Facebook เข้ามาปรับใช้ในโลกเสมือน รวมถึงการเปิดให้มีการซื้อขายสินค้าเสมือนจริง (Virtual Goods)