Facebook จับมือ Microsoft รุกตลาดโฆษณา ท้าชนยักษ์ใหญ่ Google
ในโลกของการแข่งขันด้านโฆษณาออนไลน์ที่ดุเดือด Facebook ได้สร้างความประหลาดใจด้วยการตัดสินใจลงนามในข้อตกลงทางธุรกิจกับ Microsoft เพื่อนำระบบ adCenter ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มจัดการโฆษณาของ Microsoft มาติดตั้งลิงก์ผู้สนับสนุนและโฆษณาประเภทต่างๆ บนหน้าเว็บไซต์ของ Facebook โดยข้อตกลงนี้จะมีผลยาวไปจนถึงปี 2009 แม้จะไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดด้านตัวเลขทางการเงินอย่างเป็นทางการก็ตาม
ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดของดีลนี้ไม่ใช่เพียงแค่การร่วมมือกัน แต่คือการที่ Facebook เลือกที่จะไม่จับมือกับ Google ซึ่งเป็นผู้นำตลาดโฆษณาในขณะนั้น
กลยุทธ์การรุกตลาดของ Google และความได้เปรียบทางเทคโนโลยี
ที่ผ่านมา Google ใช้กลยุทธ์เชิงรุกอย่างหนักเพื่อครอบครองดีลโฆษณาขนาดใหญ่ โดยยอมเสนอส่วนแบ่งรายได้ (Revenue Sharing) ให้กับพันธมิตรบางรายสูงถึง 90% หรือมากกว่านั้น เช่นกรณีของ AOL และ Ask นอกจากนี้ Google ยังเคยประกาศข้อตกลงการันตีรายได้เกือบ 1 พันล้านดอลลาร์ให้กับ Myspace เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา
ความสำเร็จทางการเงินของ Google ไม่ได้มาจากเพียงแค่เงินทุน แต่มาจากอัลกอริทึมการเลือกโฆษณาที่เหนือกว่า โดย Google ไม่ได้พิจารณาเพียงแค่ Highest Bidding หรือการให้โฆษณาที่ประมูลราคาสูงสุดขึ้นเป็นอันดับแรกเหมือนที่ Yahoo ทำ แต่ยังนำ Click Through Rate (CTR) หรืออัตราการคลิกผ่านโฆษณาของแต่ละชิ้นมาคำนวณร่วมด้วย ซึ่งวิธีนี้ช่วยเพิ่มรายได้ต่อหน้าเว็บได้อย่างมหาศาล
อย่างไรก็ตาม ทางด้าน Yahoo เองก็ไม่ได้นิ่งเฉย โดยกำลังพัฒนาโปรเจกต์ที่ชื่อว่า Panama ซึ่งเป็นระบบการจัดลำดับโฆษณาในลักษณะเดียวกัน และมีข่าวลือว่าจะเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้
การเดิมพันครั้งใหม่ของ Microsoft
เมื่อ Google ผสมผสานแพลตฟอร์มที่มีประสิทธิภาพเข้ากับการเสนอส่วนแบ่งรายได้ที่ดึงดูดใจ ทำให้คู่แข่งอย่าง Yahoo และ Microsoft แทบไม่มีพื้นที่ในการแข่งขัน แต่การที่ Facebook เลือก Microsoft ในครั้งนี้ อาจเป็นสัญญาณว่า Microsoft ยอมใช้กลยุทธ์การันตีรายได้และยอมแบกรับผลขาดทุนในช่วงแรก เพื่อให้ได้สิทธิ์ในการเข้าถึงจำนวนผู้เข้าชมหน้าเว็บ (Pageviews) มหาศาลของ Facebook และกลับเข้ามามีบทบาทในเกมการแข่งขันนี้อีกครั้ง
| บริษัท | กลยุทธ์หลัก | จุดเด่น/วิธีการจัดลำดับโฆษณา |
|---|---|---|
| เชิงรุกและเน้นประสิทธิภาพ | ใช้ CTR ร่วมกับราคาประมูล เพื่อเพิ่มรายได้สูงสุด | |
| Yahoo | เน้นราคาประมูล (กำลังพัฒนา) | เดิมใช้ราคาประมูลสูงสุด (กำลังพัฒนาโปรเจกต์ Panama) |
| Microsoft | เน้นการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ | ใช้ adCenter และอาจใช้การการันตีรายได้เพื่อดึงดูดพาร์ทเนอร์ |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- Facebook ร่วมมือกับ Microsoft adCenter จนถึงปี 2009
- Google ใช้กลยุทธ์แบ่งรายได้สูงถึง 90% ให้พันธมิตรบางราย
- CTR (Click Through Rate) คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Google ทำรายได้ต่อหน้าเว็บได้สูงกว่าคู่แข่ง
- Yahoo กำลังพัฒนาโปรเจกต์ Panama เพื่อปรับปรุงระบบโฆษณา
- Myspace ได้รับการการันตีรายได้จาก Google เกือบ 1 พันล้านดอลลาร์
คำถามที่พบบ่อย
ทำไม Facebook ถึงเลือก Microsoft แทนที่จะเป็น Google?
แม้ Google จะมีเทคโนโลยีที่เหนือกว่า แต่คาดว่า Microsoft อาจเสนอข้อตกลงที่ดึงดูดใจมากกว่า เช่น การการันตีรายได้ขั้นต่ำ ซึ่งทำให้ Facebook มั่นใจในผลตอบแทนทางการเงิน
Click Through Rate (CTR) คืออะไร และสำคัญอย่างไร?
CTR คืออัตราส่วนของผู้ที่คลิกโฆษณาต่อจำนวนครั้งที่โฆษณานั้นถูกแสดงผล การนำ CTR มาคำนวณร่วมกับราคาประมูลช่วยให้โฆษณาที่ตรงใจผู้ใช้ขึ้นมาอยู่ด้านบน ส่งผลให้เกิดการคลิกมากขึ้นและสร้างรายได้เพิ่มขึ้น
โปรเจกต์ Panama ของ Yahoo คืออะไร?
เป็นระบบการจัดลำดับโฆษณาที่ Yahoo พัฒนาขึ้นเพื่อเลียนแบบความสำเร็จของ Google โดยจะไม่ได้พิจารณาเพียงแค่ราคาประมูลสูงสุด แต่จะนำปัจจัยด้านประสิทธิภาพของโฆษณามาคำนวณด้วย
ข้อตกลงระหว่าง Facebook และ Microsoft สิ้นสุดเมื่อใด?
ข้อตกลงการนำโฆษณาจาก Microsoft adCenter มาลงใน Facebook มีกำหนดระยะเวลาดำเนินงานไปจนถึงปี 2009


