Facebook กับการปรับโฉมหน้า Feed ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Friendfeed

การอัปเดตโปรไฟล์ผู้ใช้เวอร์ชันใหม่ของ Facebook กำลังเผยให้เห็นทิศทางที่ชัดเจนว่า เป้าหมายหลักของบริษัทไม่ใช่เพียงแค่การทำให้หน้าตาเว็บไซต์ดูสะอาดตาขึ้น หรือการเปิดโอกาสให้เหล่านักพัฒนาเข้าถึงผู้ใช้ได้มากขึ้นตามที่เคยประกาศไว้เมื่อเดือนพฤษภาคม แต่แท้จริงแล้ว Facebook กำลังมุ่งเน้นไปที่การชูคอนเทนต์ใหม่ๆ ที่ตรงกับความสนใจของผู้ใช้ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสนทนาและการโต้ตอบภายในแพลตฟอร์ม

ผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทำให้หน้าแรกของ Facebook มีลักษณะคล้ายคลึงกับ Friendfeed ซึ่งเป็นบริการรวบรวม Activity Stream (กระแสกิจกรรมของผู้ใช้) ที่มีขนาดเล็กกว่ามาก โดยการปรับโฉมครั้งนี้จะเปิดให้ใช้งานอย่างเป็นทางการในวันจันทร์ ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปทดลองใช้งานได้ก่อนที่ www.new.facebook.com

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในด้านประสบการณ์ผู้ใช้

จุดที่ผู้ใช้งานจะสังเกตเห็นได้ชัดเจนที่สุดคือการรวมเอา Status Updates (การอัปเดตสถานะ), Wall Posts (ข้อความบนวอลล์) และ News Feed (ฟีดข่าว) เข้าไว้ด้วยกันเป็นสายธารข้อมูลเดียว (Single Content Stream) ซึ่งช่วยให้การติดตามความเคลื่อนไหวทำได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ ในหน้าโปรไฟล์ส่วนตัว รายการอัปเดตสถานะและฟีดขนาดเล็กต่างๆ จะถูกนำมารวมกัน พร้อมทั้งมีการเพิ่มกล่องข้อความขนาดใหญ่ไว้ที่ด้านบนสุด เพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้งานเขียนอัปเดตสถานะของตนเองได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

สรุปการเปลี่ยนแปลงหลักของ Facebook Profile ใหม่
ส่วนที่เปลี่ยนแปลง รูปแบบเดิม รูปแบบใหม่
การแสดงผลหน้าแรก แยกส่วนสถานะ, วอลล์ และฟีดข่าว รวมเป็น Content Stream เดียวกัน
หน้าโปรไฟล์ผู้ใช้ การอัปเดตสถานะแยกส่วน รวมฟีดขนาดเล็กและมีกล่องข้อความเด่นชัด
เป้าหมายหลัก เน้นความสะอาดตาและนักพัฒนา เน้นคอนเทนต์และการสร้างบทสนทนา

กลยุทธ์การเติบโตและการแข่งขันในตลาด

การปรับปรุงครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญก่อนการประชุมนักพัฒนาครั้งที่สองในวันพุธ โดย Facebook พยายามปรับจูนประสบการณ์การใช้งานเพื่อเร่งการเติบโต โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐอเมริกาและตลาดที่พัฒนาแล้ว ซึ่งในขณะนั้นยังคงตามหลังคู่แข่งอย่าง MySpace อยู่

เป็นที่น่าสังเกตว่า การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ดูเหมือนจะลดความสำคัญของแพลตฟอร์มแอปพลิเคชันที่เปิดตัวมาได้หนึ่งปีลง เนื่องจาก Facebook ต้องเผชิญกับปัญหาด้านความเป็นส่วนตัว สแปม และการแข่งขันที่รุนแรงจากนักพัฒนาภายนอก จนต้องนำเครื่องมือทางนโยบายและอัลกอริทึมมาใช้ควบคุม

อิทธิพลจากโมเดลของ Friendfeed และ Twitter

Facebook ดูจะนำแนวคิดจาก Friendfeed มาปรับใช้ ซึ่ง Friendfeed ประสบความสำเร็จในการผสมผสาน Activity Stream (การไหลของข้อมูลกิจกรรม) เข้ากับเทรนด์ Microblogging (การเขียนบล็อกขนาดสั้น) แบบที่ Twitter เริ่มต้นไว้ ทำให้เกิดวงจรที่ผู้ใช้เพิ่มเนื้อหา เพื่อนเข้ามาอ่านและแสดงความคิดเห็น ซึ่งนำไปสู่การสร้างเนื้อหาใหม่ๆ ต่อเนื่องไปไม่สิ้นสุด

แม้ว่า Facebook จะยังคงแยกส่วนข้อมูลส่วนใหญ่ไว้ แต่ก็ยินดีให้ผู้ใช้นำข้อมูลจากภายนอกเข้ามาในฟีด และในสัปดาห์นี้จะมีการเปิดตัว Facebook Connect ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้สามารถนำข้อมูลจาก Facebook ออกไปใช้ในบริการอื่นๆ ได้ด้วย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • การรวมฟีด: รวมสถานะ, วอลล์ และข่าวสารไว้ในที่เดียวเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วม
  • แรงบันดาลใจ: นำรูปแบบ Activity Stream และ Microblogging จาก Friendfeed และ Twitter มาประยุกต์ใช้
  • เป้าหมายทางธุรกิจ: มุ่งเน้นการเติบโตในตลาดสหรัฐฯ เพื่อแข่งขันกับ MySpace
  • เครื่องมือใหม่: เปิดตัว Facebook Connect เพื่อเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างแพลตฟอร์ม

คำถามที่พบบ่อย

การเปลี่ยนแปลงหน้าโปรไฟล์ใหม่มีจุดประสงค์เพื่ออะไร?

เพื่อเน้นการนำเสนอเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้และส่งเสริมให้เกิดการสนทนาผ่านคอนเทนต์เหล่านั้น แทนที่จะเน้นเพียงแค่ความสวยงามของหน้าตาเว็บไซต์

Facebook Connect คืออะไร?

คือผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถนำข้อมูลจากบัญชี Facebook ของตนเองออกไปเชื่อมต่อหรือใช้งานกับบริการภายนอกได้

ทำไม Facebook ถึงต้องปรับรูปแบบให้คล้าย Friendfeed?

เพราะ Friendfeed มีระบบการสร้างเนื้อหาที่หมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการรวมกระแสกิจกรรมเข้ากับการเขียนข้อความสั้นๆ ซึ่งช่วยเพิ่มจำนวนการเข้าชมหน้าเว็บ (Page-view) ได้เป็นอย่างดี

การอัปเดตนี้ส่งผลอย่างไรต่อเหล่านักพัฒนาแอปพลิเคชัน?

ดูเหมือนว่า Facebook จะลดความสำคัญของแพลตฟอร์มแอปพลิเคชันลงชั่วคราว เพื่อจัดการกับปัญหาด้านสแปมและความเป็นส่วนตัวที่เกิดจากนักพัฒนาภายนอก