Evil Corp แก๊งอาชญากรไซเบอร์รัสเซียกับเครือข่ายจารกรรมระดับโลก

ในโลกของอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ ชื่อของ Evil Corp ไม่ได้เป็นเพียงกลุ่มแฮกเกอร์ที่แสวงหาผลกำไรเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวอย่างที่น่าสะพรึงกลัวของความสัมพันธ์ระหว่างอาชญากรไซเบอร์และหน่วยงานรัฐบาล โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับหน่วยข่าวกรองของรัสเซียอย่างใกล้ชิด ซึ่งทำให้กลุ่มนี้มีความอันตรายและซับซ้อนกว่ากลุ่มอาชญากรทั่วไป

ล่าสุด National Crime Agency (NCA) ของสหราชอาณาจักรได้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตัวตนของสมาชิกในกลุ่ม รวมถึงความเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์ม LockBit และการสนับสนุนจากรัฐบาลรัสเซีย ซึ่งชี้ให้เห็นว่า Evil Corp ไม่ได้ทำงานแบบอิสระ แต่มีลักษณะเป็นเครื่องมือในการดำเนินปฏิบัติการทางไซเบอร์ให้กับรัฐ

ความสัมพันธ์อันซับซ้อนกับหน่วยข่าวกรองรัสเซีย

สิ่งที่ทำให้ Evil Corp แตกต่างจากกลุ่มอาชญากรไซเบอร์รัสเซียกลุ่มอื่น คือการมีความสัมพันธ์โดยตรงกับหน่วยงานความมั่นคงหลายแห่ง ได้แก่ FSB (หน่วยความมั่นคงแห่งรัฐ), SVR (หน่วยข่าวกรองต่างประเทศ) และ GRU (หน่วยข่าวกรองทางทหาร)

ข้อมูลจาก NCA ระบุว่าก่อนปี 2019 กลุ่ม Evil Corp ได้รับ "คำสั่ง" โดยตรงจากหน่วยงานเหล่านี้ให้ดำเนินปฏิบัติการจารกรรมและโจมตีทางไซเบอร์ โดยมีเป้าหมายเป็นกลุ่มประเทศพันธมิตรของ NATO ซึ่งเป็นการเปลี่ยนบทบาทจากอาชญากรที่เน้นเงินทองมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองระดับโลก

วิวัฒนาการของการโจมตีและเครื่องมือที่ใช้

ตลอดระยะเวลากว่าหนึ่งทศวรรษ Evil Corp ได้สร้างความเสียหายมหาศาลผ่านเครื่องมือที่หลากหลาย โดยเริ่มจากการใช้ Dridex ซึ่งเป็นมัลแวร์ (ซอฟต์แวร์ประสงค์ร้าย) เพื่อเจาะระบบบัญชีธนาคารทั่วโลกเพื่อขโมยเงิน

ต่อมาในปี 2017 กลุ่มนี้ได้ขยายขอบเขตการโจมตีเข้าสู่ Ransomware หรือมัลแวร์เรียกค่าไถ่ โดยใช้สายพันธุ์อย่าง Hades และ PhoenixLocker และในปี 2022 ได้ผันตัวมาเป็นพันธมิตรกับแพลตฟอร์ม LockBit เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการโจมตี ซึ่งคาดว่าสามารถรีดไถเงินจากเหยื่อได้ไม่ต่ำกว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Image 7

โครงสร้างองค์กรแบบเครือญาติและผู้บงการ

ในขณะที่กลุ่มแฮกเกอร์สมัยใหม่มักใช้โครงสร้างการบริหารแบบกระจายตัวบนโลกออนไลน์ แต่ Evil Corp กลับบริหารงานเหมือน Crime Syndicate หรือองค์กรอาชญากรรมแบบดั้งเดิม โดยมี Maksim Yakubets เป็นศูนย์กลาง และแวดล้อมด้วยสมาชิกในครอบครัวและเพื่อนสนิท

  • Viktor Yakubets: บิดาของ Maksim ซึ่งถูกระบุว่ามีความเชี่ยวชาญด้านการฟอกเงิน
  • Artem Yakubets: น้องชายของ Maksim ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในกลุ่ม
  • Kirill และ Dmitry Slobodskoy: ลูกพี่ลูกน้องที่มีบทบาทในองค์กร
  • Eduard Benderskiy: พ่อตาของ Maksim อดีตเจ้าหน้าที่ FSB จากหน่วย 'Vympel' ผู้มีบทบาทในการประสานงานกับรัฐบาลและปกป้องสมาชิกกลุ่มจากการถูกจับกุม

นอกจากนี้ กลุ่มนี้ยังมีการใช้สถานที่จริงในการดำเนินงาน เช่น Chianti Café และ Scenario Café ในกรุงมอสโก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการทำงานที่มีฐานที่มั่นชัดเจน

สรุปข้อมูลสำคัญของกลุ่ม Evil Corp
หัวข้อ รายละเอียด
ผู้นำกลุ่ม Maksim Yakubets (มีรางวัลนำจับ 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
เครื่องมือหลัก Dridex, Hades, PhoenixLocker, LockBit
หน่วยงานที่สนับสนุน FSB, SVR, GRU (รัสเซีย)
มูลค่าความเสียหาย มากกว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เฉพาะค่าไถ่)
เป้าหมายหลัก สถาบันการเงิน และพันธมิตร NATO

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • Evil Corp ทำงานร่วมกับหน่วยข่าวกรองรัสเซีย 3 แห่งหลัก (FSB, SVR, GRU)
  • มีการใช้โครงสร้างองค์กรแบบครอบครัว นำโดย Maksim Yakubets
  • เปลี่ยนรูปแบบการโจมตีจากมัลแวร์ขโมยเงินธนาคาร มาเป็นมัลแวร์เรียกค่าไถ่ (Ransomware)
  • เคยได้รับมอบหมายให้โจมตีประเทศพันธมิตร NATO ก่อนปี 2019
  • ปัจจุบันถูกลดทอนความสามารถลงหลังจากปฏิบัติการกวาดล้าง LockBit ในเดือนกุมภาพันธ์

คำถามที่พบบ่อย

Evil Corp แตกต่างจากกลุ่มแฮกเกอร์ทั่วไปอย่างไร?

ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดคือความสัมพันธ์เชิงลึกกับรัฐบาลรัสเซีย โดยไม่ได้เป็นเพียงการตกลงผลประโยชน์แบบชั่วคราว แต่ได้รับมอบหมายภารกิจจารกรรมระดับชาติจากหน่วยข่าวกรองโดยตรง

มัลแวร์ Dridex คืออะไรและทำงานอย่างไร?

Dridex คือมัลแวร์ที่ Evil Corp ใช้ในการเจาะเข้าสู่ระบบธนาคารเพื่อขโมยข้อมูลและเงินจากบัญชีผู้ใช้ทั่วโลก ซึ่งเป็นเครื่องมือสร้างรายได้หลักในช่วงแรกของกลุ่ม

ทำไมสหรัฐฯ ถึงตั้งรางวัลนำจับ Maksim Yakubets สูงถึง 5 ล้านดอลลาร์?

เนื่องจากเขาเป็นผู้นำสูงสุดและเป็นตัวกลางหลักในการประสานงานระหว่างกลุ่มอาชญากรและหน่วยข่าวกรองรัสเซีย การจับกุมเขาได้จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อโครงสร้างขององค์กร

ปัจจุบัน Evil Corp ยังคงมีความน่ากลัวเหมือนเดิมหรือไม่?

แม้จะยังคงมีความพยายามปรับตัวและเปลี่ยนกลยุทธ์ แต่หลังจากถูกคว่ำบาตรในปี 2019 และการทลายเครือข่าย LockBit เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำให้ขีดความสามารถในการปฏิบัติการของกลุ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัด