Eventbrite ช่องโหว่แพลตฟอร์มจองตั๋วที่กลายเป็นแหล่งขายยาเสพติดและบริการผิดกฎหมาย
เหตุการณ์สะเทือนใจของครอบครัว Kelder ที่สูญเสียลูกชายจากเหตุการณ์ใช้ยาเกินขนาดในปี 2015 นำไปสู่การก่อตั้งองค์กร Raising Your Awareness about Narcotics (RYAN) เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคติดสารเสพติด (Substance-use disorder) โดยหนึ่งในกิจกรรมหลักคือ "Ryan’s Ride for Recovery" ซึ่งใช้แพลตฟอร์ม Eventbrite ในการบริหารจัดการกิจกรรมและจำหน่ายตั๋ว
ทว่าสิ่งที่น่าตกใจคือ เมื่อมีการค้นหากิจกรรมเกี่ยวกับการบำบัดยาเสพติด ระบบของ Eventbrite กลับแสดงผลการค้นหาและแนะนำกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นประกาศขายยาควบคุมผิดกฎหมาย เช่น Xanax, Valium และ Oxycodone ปะปนอยู่กับกิจกรรมการกุศล
การสืบสวนพบการละเมิดนโยบายครั้งใหญ่
จากการตรวจสอบของ WIRED พบว่ามีกิจกรรมมากกว่า 7,400 รายการบน Eventbrite ที่ละเมิดข้อกำหนดการใช้งานอย่างชัดเจน แม้ว่าทางแพลตฟอร์มจะมีนโยบายห้ามลงเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการขายสิ่งผิดกฎหมาย แต่กลับพบการประกาศขายตั้งแต่ ผงเฟนทานิล (Fentanyl powder) โดยไม่ต้องมีใบสั่งยา ไปจนถึงการขายเลขบัตรประกันสังคม (Social Security numbers) และบริการทางเพศในประเทศอินเดีย
นอกจากนี้ ยังมีการเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ขายบริการอื่นๆ เช่น การขายบัญชี Gmail, การปั่นยอดไลก์และผู้ติดตามใน TikTok และ Instagram รวมถึงการนำทางผู้ใช้ไปยังร้านขายยาออนไลน์ที่ทาง National Association of Boards of Pharmacy ระบุว่าไม่น่าเชื่อถือและไม่ปลอดภัย

กลไกการทำงานของมิจฉาชีพและการแนะนำของ AI
สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ อัลกอริทึม (Algorithm) หรือระบบประมวลผลอัตโนมัติของ Eventbrite ไม่เพียงแต่ปล่อยให้มีการโพสต์เนื้อหาเหล่านี้ แต่ยังทำหน้าที่ "แนะนำ" กิจกรรมผิดกฎหมายเหล่านี้ให้กับผู้ใช้งานผ่านส่วน "กิจกรรมที่เกี่ยวข้อง" (Related events) อีกด้วย
รูปแบบที่มิจฉาชีพใช้คือการสร้าง "กิจกรรมจำลอง" ที่ไม่มีการจัดงานจริง แต่ใช้เป็นพื้นที่ในการลงข้อมูลติดต่อ เช่น บัญชี Telegram หรือ WhatsApp เพื่อดึงดูดลูกค้าให้ไปตกลงซื้อขายกันเป็นการส่วนตัว โดยมีการใช้เทคนิค SEO Manipulation หรือการปรับแต่งเนื้อหาเพื่อให้ติดอันดับการค้นหาในระดับสูง รวมถึงการใช้คำสแลงหรืออีโมจิเพื่อหลบเลี่ยงระบบตรวจจับอัตโนมัติ

การตอบรับจากแพลตฟอร์มและมุมมองผู้เชี่ยวชาญ
ทาง Eventbrite ชี้แจงว่าเหตุการณ์นี้เป็นการโจมตีแบบสแปม (Spam attack) ที่มีการประสานงานกันโดยกลุ่มผู้ไม่หวังดี และยืนยันว่าบริษัทไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียทางการเงินจากการลงประกาศเหล่านี้ พร้อมระบุว่าได้ดำเนินการลบเนื้อหาที่ผิดกฎหมายออกไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญากรรมไซเบอร์มองว่านี่เป็นปัญหาพื้นฐานของแพลตฟอร์มที่อนุญาตให้ผู้ใช้สร้างเนื้อหาได้เอง (User-generated content) ซึ่งหากไม่มีระบบตรวจสอบที่เข้มงวดพอ จะกลายเป็นช่องโหว่ให้มิจฉาชีพใช้เป็นเครื่องมือในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างง่ายดาย
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- พบกิจกรรมผิดกฎหมายมากกว่า 7,400 รายการ บน Eventbrite
- มีการโพสต์เนื้อหาผิดกฎหมายเฉลี่ยถึง 169 รายการต่อวัน
- มิจฉาชีพใช้ Eventbrite เป็นทางผ่านเพื่อส่งผู้ใช้ไปยัง WhatsApp, Telegram และเว็บขายยาเถื่อน
- มีการใช้เทคนิค SEO และคำสแลงเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของ AI
- ร้านขายยาออนไลน์ส่วนใหญ่ที่ไม่มีการเรียกใบสั่งยาถือเป็นธุรกิจที่ ผิดกฎหมาย และมีความเสี่ยงสูงต่อผู้บริโภค
| ประเภทสิ่งผิดกฎหมาย | รูปแบบการนำเสนอ | เป้าหมาย/ช่องทางส่งต่อ |
|---|---|---|
| ยาควบคุม (Opioids, Xanax) | กิจกรรมจำลอง/ร้านขายยา | เว็บไซต์ร้านขายยาเถื่อน |
| ข้อมูลส่วนบุคคล (SSN) | ประกาศขายบริการ | Telegram / WhatsApp |
| บริการทางเพศ (Escorts) | กิจกรรมนัดพบ | WhatsApp / เว็บไซต์เฉพาะทาง |
| บริการปั่นโซเชียล (Likes/Followers) | บริการทางการตลาด | เว็บไซต์ขายบัญชีออนไลน์ |
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมมิจฉาชีพถึงเลือกใช้ Eventbrite ในการขายยาเสพติด?
เพราะเป็นแพลตฟอร์มที่มีความน่าเชื่อถือและมีระบบ SEO ที่ดี ทำให้ประกาศของมิจฉาชีพปรากฏในการค้นหาบน Google ได้ง่าย และสามารถใช้เป็นหน้าด่านในการส่งลูกค้าไปยังแอปพลิเคชันแชทส่วนตัวได้
การซื้อยาจากร้านออนไลน์ที่ไม่มีใบสั่งยาอันตรายอย่างไร?
มีความเสี่ยงสูงมาก เนื่องจากยาเหล่านั้นอาจไม่ได้ผ่านการรับรองจาก FDA อาจเป็นยาปลอม หรือมีส่วนผสมที่เป็นอันตรายถึงชีวิต ซึ่งการขายยาควบคุมโดยไม่มีใบสั่งยาจากแพทย์ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย
Eventbrite มีวิธีป้องกันปัญหานี้อย่างไร?
บริษัทใช้การผสมผสานระหว่าง Machine Learning, ระบบตรวจสอบตามกฎ (Rules-based system), การรายงานจากผู้ใช้ และการตรวจสอบโดยมนุษย์ เพื่อตรวจจับและลบเนื้อหาที่ละเมิดนโยบาย
เราจะสังเกตได้อย่างไรว่ากิจกรรมในแพลตฟอร์มเป็นสแปมหรือมิจฉาชีพ?
ให้สังเกตกิจกรรมที่ไม่มีรายละเอียดสถานที่จัดงานที่ชัดเจน มีการชักชวนให้ติดต่อผ่านแอปพลิเคชันภายนอก เช่น Telegram หรือ WhatsApp และมีการเสนอขายสินค้าหรือบริการที่ผิดกฎหมายหรือดูดีเกินจริง



