Eventbrite เตรียมจดทะเบียน IPO ก้าวสู่บริษัทมหาชนในช่วงครึ่งหลังของปีนี้
Eventbrite แพลตฟอร์มบริหารจัดการอีเวนต์ยักษ์ใหญ่จากซานฟรานซิสโกที่ดำเนินธุรกิจมานานกว่า 12 ปี กำลังเตรียมตัวก้าวเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์อย่างเป็นทางการ โดยมีรายงานจาก WSJ ระบุว่าบริษัทได้ยื่นเอกสารขอเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก หรือ IPO (Initial Public Offering) แบบไม่เปิดเผยข้อมูล และคาดว่าจะเข้าจดทะเบียนในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ โดยมีสถาบันการเงินชั้นนำอย่าง Goldman Sachs และ JPMorgan Chase & Co. ทำหน้าที่เป็นผู้รับประกันการจำหน่ายหุ้นหลัก
เส้นทางการเติบโตของ Eventbrite เริ่มต้นจากวิสัยทัศน์ของกลุ่มผู้ก่อตั้ง ได้แก่ Julia Hartz, Kevin Hartz และ Renaud Visage (CTO) ที่ต้องการสร้างทางเลือกใหม่ให้กับผู้จัดงานขนาดเล็กหรือปาร์ตี้ส่วนตัว ซึ่งในสมัยก่อนมักจะต้องใช้เพียงตาราง Excel ในการจัดการ เนื่องจากระบบขายตั๋วในยุคนั้นถูกออกแบบมาเพื่อรองรับเพียงสนามกีฬาหรือการแข่งขันกีฬารายการใหญ่เท่านั้น
จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ Eventbrite ได้ขยายตัวจนกลายเป็นผู้เล่นระดับโลกที่รองรับการขายตั๋วในกว่า 180 ประเทศ และมียอดขายตั๋วสะสมรวมแล้วกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยข้อมูลจาก Forbes ในปี 2017 ระบุว่าบริษัทสามารถประมวลผลการขายตั๋วได้มากกว่า 3 ล้านใบต่อสัปดาห์ ครอบคลุมทั้งงานสัมมนาและเทศกาลต่างๆ
กลยุทธ์การขยายอาณาจักรผ่านการควบรวมกิจการ
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Eventbrite เติบโตอย่างรวดเร็วคือการเข้าซื้อกิจการเชิงกลยุทธ์ เช่น การเข้าซื้อ Ticketfly บริษัทขายตั๋วสายบันเทิงสดในราคา 200 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นราคาที่ลดลงจากตอนที่ Pandora ซื้อไปในปี 2015 ที่ราคา 335 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ยังรุกตลาดสากลด้วยการซื้อกิจการ Ticketea ในสเปน และ Ticketscript ในอัมสเตอร์ดัม รวมถึงการเข้าซื้อบริษัทอื่นๆ อีกประมาณครึ่งโหล
ในด้านการเงิน Eventbrite ระดมทุนไปแล้วประมาณ 330 ล้านดอลลาร์ จากนักลงทุนชื่อดังอย่าง Sequoia Capital, Tiger Global Management และ DAG Ventures ซึ่งด้วยโมเดลธุรกิจที่สร้างรายได้ต่อเนื่องและมีความพร้อมในการดำเนินงาน ทำให้ตลาดคาดการณ์ถึงการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มาโดยตลอด
โครงสร้างการสร้างรายได้ของ Eventbrite
บริษัทสร้างรายได้จากการเก็บค่าธรรมเนียมในทุกธุรกรรมการขายตั๋ว โดยแบ่งเป็นแพ็กเกจต่างๆ ดังนี้:
- แพ็กเกจยอดนิยม: เก็บค่าธรรมเนียม 1% ของราคาตั๋ว + 0.99 ดอลลาร์ต่อใบ และมีค่าธรรมเนียมการชำระเงินอีก 3% ต่อธุรกรรม
- แพ็กเกจมืออาชีพ (Professional): เก็บค่าธรรมเนียม 2.5% ของราคาตั๋ว + 1.99 ดอลลาร์ต่อใบ และค่าธรรมเนียมการชำระเงิน 3% ต่อธุรกรรม
- แพ็กเกจพรีเมียม (Premium): กำหนดราคาแบบปรับแต่งตามความเหมาะสมของลูกค้า
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| สำนักงานใหญ่ | ซานฟรานซิสโก, สหรัฐอเมริกา |
| จำนวนประเทศที่ให้บริการ | มากกว่า 180 ประเทศ |
| ยอดขายตั๋วสะสม | มากกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ |
| ผู้รับประกันการจำหน่ายหุ้น | Goldman Sachs และ JPMorgan Chase & Co. |
| เงินระดมทุนสะสม | ประมาณ 330 ล้านดอลลาร์ |
การนำทัพโดยผู้นำหญิง
ปัจจุบัน Eventbrite บริหารงานโดย Julia Hartz ซึ่งก้าวขึ้นมารับตำแหน่ง CEO ในปี 2016 ต่อจาก Kevin Hartz ผู้เป็นสามีที่ต้องลาออกเนื่องจากปัญหาสุขภาพ (ซึ่งไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต) โดยก่อนหน้านี้ Julia รับผิดชอบด้านการตลาด, การสนับสนุนลูกค้า, การขาย และทรัพยากรบุคคล
การนำบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ในครั้งนี้ จะทำให้ Julia Hartz กลายเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งหญิงจำนวนน้อยที่สามารถนำบริษัทเทคโนโลยีเข้าสู่ตลาดหุ้นได้ เช่นเดียวกับ Katrina Lake ผู้ก่อตั้ง Stitch Fix ที่สร้างประวัติศาสตร์นำบริษัทอินเทอร์เน็ตเข้า IPO เป็นรายแรกของผู้หญิงในปี 2017
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- สถานะปัจจุบัน: ยื่น IPO แบบไม่เปิดเผยข้อมูล เตรียมเข้าตลาดหุ้นครึ่งหลังของปีนี้
- ขอบเขตการบริการ: รองรับการจัดงานใน 180+ ประเทศทั่วโลก
- โมเดลรายได้: เก็บค่าธรรมเนียมต่อตั๋วและค่าธรรมเนียมการชำระเงิน (Transaction Fee)
- การเติบโต: เน้นการเข้าซื้อกิจการ (M&A) เพื่อขยายฐานลูกค้าและพื้นที่ให้บริการ
คำถามที่พบบ่อย
Eventbrite คือบริษัททำอะไร?
เป็นแพลตฟอร์มสำหรับวางแผนและจัดการอีเวนต์ รวมถึงระบบขายตั๋วออนไลน์ที่รองรับตั้งแต่การจัดงานปาร์ตี้ส่วนตัวไปจนถึงงานคอนเฟอเรนซ์ระดับโลก
ใครเป็นผู้บริหารสูงสุดของ Eventbrite ในปัจจุบัน?
Julia Hartz ดำรงตำแหน่ง CEO ตั้งแต่ปี 2016 โดยดูแลภาพรวมการบริหารทั้งหมดของบริษัท
Eventbrite มีรายได้มาจากทางไหน?
รายได้หลักมาจากการเก็บค่าธรรมเนียมการใช้แพลตฟอร์มตามแพ็กเกจที่ผู้จัดงานเลือก และค่าธรรมเนียมในการประมวลผลการชำระเงินในทุกธุรกรรม
การเข้า IPO ของ Eventbrite มีความสำคัญอย่างไร?
เป็นการเปลี่ยนสถานะจากบริษัทเอกชนเป็นบริษัทมหาชน เพื่อระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์และสร้างการเติบโตในระดับที่สูงขึ้น รวมถึงเป็นการตอกย้ำความสำเร็จของผู้ก่อตั้งหญิงในวงการเทคโนโลยี
Eventbrite ขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศอย่างไร?
ใช้วิธีการเข้าซื้อกิจการท้องถิ่นในประเทศต่างๆ เช่น การซื้อ Ticketea ในสเปน และ Ticketscript ในเนเธอร์แลนด์ เพื่อให้เข้าถึงตลาดในยุโรปได้รวดเร็วยิ่งขึ้น



