EU AI Act กฎหมายปัญญาประดิษฐ์ฉบับแรกของโลกกับการควบคุม General Purpose AI

สหภาพยุโรป (EU) ได้บรรลุข้อตกลงทางการเมืองในการสร้างกฎหมายควบคุมปัญญาประดิษฐ์ที่ครอบคลุมที่สุดเป็นครั้งแรกของโลก โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างกรอบการทำงานที่ยืดหยุ่นและสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้ไม่ล้าสมัยในอนาคต

หัวใจสำคัญของกฎหมายนี้คือการกำกับดูแล General Purpose AI (GPAI) หรือ AI อเนกประสงค์ ซึ่งเป็นโมเดลพื้นฐานที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานได้หลากหลายรูปแบบ โดยทาง EU เลือกใช้คำว่า "General Purpose" แทนคำว่า "Foundational" หรือ "Frontier" เพื่อหลีกเลี่ยงการผูกติดกับเทคโนโลยีเฉพาะทางใดทางหนึ่ง เช่น Transformer-based machine learning ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ตัวอย่างของ GPAI Model คือ GPT-4 ในขณะที่ GPAI System คือ ChatGPT ซึ่งเป็นระบบที่นำโมเดล GPT-4 มาบูรณาการเพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้จริง

เกณฑ์การแบ่งระดับความเสี่ยงและการวัดผลด้วย FLOPs

EU AI Act แบ่งการกำกับดูแล GPAI ออกเป็นสองระดับหลัก คือ ระดับความเสี่ยงต่ำ และระดับความเสี่ยงสูง โดยใช้เกณฑ์การคำนวณพลังประมวลผลที่ใช้ในการฝึกฝนโมเดลที่เรียกว่า Floating Point Operations (FLOPs) เป็นตัวชี้วัด

ปัจจุบันมีการกำหนดเกณฑ์เบื้องต้นไว้ที่ 10^25 FLOPs หากโมเดลใดใช้พลังประมวลผลเกินกว่านี้ จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่มี "ขีดความสามารถส่งผลกระทบสูง" (High Impact Capabilities) และต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็นเพียงเกณฑ์เริ่มต้น ซึ่งคณะกรรมาธิการยุโรปสามารถปรับเปลี่ยนได้ในภายหลังผ่านกฎหมายลำดับรองเพื่อให้สอดคล้องกับวิวัฒนาการของเทคโนโลยี

ทั้งนี้ ภาระหน้าที่ในการประเมินตนเอง (Self-assessment) ว่าโมเดลของตนถึงเกณฑ์ FLOPs ที่กำหนดหรือไม่ จะตกเป็นหน้าที่ของผู้พัฒนา AI เนื่องจากไม่มีแหล่งข้อมูลสาธารณะที่ระบุตัวเลขนี้อย่างเป็นทางการสำหรับโมเดลชั้นนำอย่าง GPT-4 หรือ Gemini

สรุปการแบ่งระดับการกำกับดูแล GPAI ภายใต้ EU AI Act
ระดับความเสี่ยง เกณฑ์การพิจารณา ข้อกำหนดหลัก
ความเสี่ยงต่ำ (Low Tier) ต่ำกว่า 10^25 FLOPs เน้นความโปร่งใส และการทำ Watermarking
ความเสี่ยงสูง (High Tier) ตั้งแต่ 10^25 FLOPs ขึ้นไป ประเมินและลดความเสี่ยงทางระบบ (Systemic Risk) อย่างเข้มงวด

มาตรการควบคุมและความโปร่งใส

สำหรับ GPAI ในกลุ่มความเสี่ยงสูง จะต้องมีกระบวนการตรวจสอบล่วงหน้า (Ex ante) เพื่อวิเคราะห์และลดความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อสาธารณสุข ความปลอดภัย สิทธิขั้นพื้นฐาน หรือความมั่นคงของสังคม

ในด้านความโปร่งใส ผู้พัฒนาต้องนำระบบ Watermarking หรือการทำเครื่องหมายดิจิทัลมาใช้กับเนื้อหาที่สร้างโดย AI เพื่อให้ระบุได้ว่าข้อมูลนั้นไม่ได้สร้างโดยมนุษย์ โดยเฉพาะในรูปแบบวิดีโอและเสียง ซึ่งปัจจุบันทำได้ดีกว่ารูปแบบข้อความ แต่ EU กำหนดให้ต้องใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดเท่าที่มีในขณะนั้น

นอกจากนี้ ผู้พัฒนา GPAI ทุกราย รวมถึงกลุ่ม Open Source จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายลิขสิทธิ์ของ EU โดยต้องเคารพสิทธิในการปฏิเสธการนำข้อมูลไปใช้ในการทำ Text and Data Mining ตามที่ระบุไว้ใน EU Copyright Directive

กลไกการกำกับดูแล: AI Office และคณะที่ปรึกษา

เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ EU จะจัดตั้ง AI Office ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลที่จะทำงานร่วมกับคณะที่ปรึกษาทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Advisory Panel) เพื่อติดตามความเสี่ยงใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้น และพิจารณาเกณฑ์การวัดผลอื่นๆ นอกเหนือจาก FLOPs

แม้ว่าในขณะนี้จะยังไม่มีการระบุงบประมาณหรือจำนวนบุคลากรที่ชัดเจน แต่มีการคาดการณ์ว่าจะมีการจ้างผู้เชี่ยวชาญจากประเทศสมาชิกและผู้เชี่ยวชาญสัญญาจ้างจำนวนมากเพื่อขับเคลื่อนหน่วยงานนี้

Natasha Lomas

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ความยืดหยุ่น: กฎหมายถูกออกแบบให้ปรับเปลี่ยนเกณฑ์ (เช่น ค่า FLOPs) ได้ตามการพัฒนาของเทคโนโลยี
  • การบังคับใช้: คาดว่ากฎหมายจะมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบในปี 2026
  • ระยะเวลาผ่อนผัน: ผู้พัฒนา GPAI มีเวลา 24 เดือนในการปรับตัวให้สอดคล้องกับกฎความเสี่ยงสูง
  • ข้อห้ามเด็ดขาด: การใช้งาน AI ที่มีความเสี่ยงที่ยอมรับไม่ได้ (เช่น Social Scoring) จะถูกสั่งห้ามภายใน 6 เดือนหลังจากกฎหมายมีผลบังคับใช้
  • AI Pact: ในช่วงรอยต่อก่อนกฎหมายบังคับใช้ EU จะผลักดันให้บริษัท AI ปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติผ่าน AI Pact

คำถามที่พบบ่อย

General Purpose AI (GPAI) คืออะไร?

คือโมเดล AI ที่มีความสามารถหลากหลายและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในงานได้หลายประเภท เช่น GPT-4 ซึ่งเป็นโมเดลพื้นฐานที่ถูกนำไปใช้ในระบบอย่าง ChatGPT

เกณฑ์ 10^25 FLOPs มีความสำคัญอย่างไร?

เป็นตัวเลขที่ใช้แบ่งแยกโมเดล AI ระหว่างกลุ่มความเสี่ยงต่ำและกลุ่มความเสี่ยงสูง โดยวัดจากปริมาณการคำนวณที่ใช้ในการฝึกฝนโมเดล หากเกินเกณฑ์นี้จะถูกมองว่ามีขีดความสามารถที่ส่งผลกระทบสูงต่อระบบ

การทำ Watermarking ใน AI คืออะไร?

คือการใส่เครื่องหมายระบุว่าเนื้อหา (ข้อความ, ภาพ, เสียง, วิดีโอ) นั้นถูกสร้างขึ้นโดยปัญญาประดิษฐ์ เพื่อสร้างความโปร่งใสและป้องกันการเข้าใจผิด

โมเดล Open Source ต้องปฏิบัติตามกฎหมายนี้หรือไม่?

ต้องปฏิบัติตาม โดยเฉพาะในเรื่องของกฎหมายลิขสิทธิ์ (Copyright Directive) แม้ว่าจะได้รับข้อยกเว้นในบางข้อกำหนดด้านความโปร่งใสก็ตาม

กฎหมาย EU AI Act จะเริ่มบังคับใช้เมื่อไหร่?

คาดว่าจะมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบในปี 2026 แต่สำหรับข้อห้ามการใช้งาน AI ที่มีความเสี่ยงยอมรับไม่ได้ จะเริ่มมีผลเร็วกว่านั้น คือภายใน 6 เดือนหลังจากกฎหมายประกาศใช้