Epic Games ซื้อกิจการ Psyonix กับดราม่าความไม่ชัดเจนเรื่อง Exclusive บน Steam
การที่ Epic Games ตัดสินใจเข้าซื้อกิจการ Psyonix ผู้พัฒนาเกมชื่อดังอย่าง Rocket League ดูเหมือนจะเป็นดีลที่สมบูรณ์แบบในเชิงธุรกิจ เมื่อสตูดิโอขนาดเล็กที่สร้างปรากฏการณ์เกมฟุตบอลรถยนต์จนประสบความสำเร็จระดับโลก ได้รับการสนับสนุนจากยักษ์ใหญ่ที่มีเงินทุนมหาศาลอย่างผู้สร้าง Fortnite
อย่างไรก็ตาม ดีลนี้กลับกลายเป็นชนวนเหตุความขัดแย้งครั้งใหม่ในชุมชนเกมเมอร์ PC โดยเฉพาะการปะทะกันระหว่าง Epic Games Store (EGS) และ Steam ของ Valve ซึ่งทำให้การประกาศครั้งนี้เต็มไปด้วยความตึงเครียด
เบื้องหลังความสัมพันธ์ของ Epic และ Psyonix
หากมองในมุมธุรกิจ การควบรวมครั้งนี้มีความสมเหตุสมผลอย่างมาก เนื่องจากทั้งสองบริษัทมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาเกือบ 20 ปี ผ่านการใช้งานเทคโนโลยี Unreal Engine (ซอฟต์แวร์สำหรับสร้างเกมประสิทธิภาพสูง) นอกจากนี้ ทั้งคู่ยังเคยร่วมมือกันผลักดันให้ Sony ยอมเปิดกว้างในตลาดคอนโซลมากขึ้น และ Rocket League เองก็มีระบบ e-sports ที่แข็งแกร่ง ซึ่งสามารถต่อยอดได้ด้วยทรัพยากรของ Epic
ปมปัญหา: คำประกาศที่คลุมเครือและการผูกขาด
จุดเริ่มต้นของดราม่าเกิดจากถ้อยคำในประกาศที่ระบุว่า Rocket League จะย้ายไปอยู่บน Epic Games Store ในช่วงปลายปี 2019 แม้ Epic จะยืนยันว่าผู้ที่ซื้อเกมผ่าน Steam ไปแล้วจะยังคงเล่นและได้รับการสนับสนุนต่อไป แต่การใช้คำว่า "ในระหว่างนี้" (in the meantime) และ "หลังจากนั้น" (thereafter) ทำให้ผู้เล่นกังวลว่าในอนาคต เกมนี้อาจถูกถอดออกจากการขายบน Steam และกลายเป็นเกม Exclusive (เกมที่วางจำหน่ายเฉพาะแพลตฟอร์มเดียว) ของ EGS
แม้ภายหลัง Epic และ Psyonix จะออกมาชี้แจงว่ายังไม่มีแผนที่จะหยุดขายเกมบน Steam แต่ความไม่ชัดเจนนี้ทำให้เกิดการวิเคราะห์ว่า Epic อาจกำลังรอให้ EGS พัฒนาฟีเจอร์สำคัญให้ทัดเทียมกับ Steam เช่น ระบบ Mod, การแลกเปลี่ยนไอเทม และตารางคะแนน (Leaderboards) ก่อนจะตัดสินใจขั้นเด็ดขาด
สงครามส่วนแบ่งรายได้และกลยุทธ์การตลาด
ความขัดแย้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของเกมเดียว แต่เป็นส่วนหนึ่งของสงครามระหว่าง Tim Sweeney CEO ของ Epic และ Valve โดย Sweeney ต้องการให้ Valve ปรับเปลี่ยนส่วนแบ่งรายได้ให้เหลือ 88/12% (ผู้พัฒนาได้ 88% และแพลตฟอร์มได้ 12%) เพื่อให้เป็นธรรมกับผู้พัฒนาเกมมากขึ้น
ที่ผ่านมา Epic ใช้กลยุทธ์ดึงเกมดังมาลงแบบ Exclusive จำนวนมาก เช่น World War Z, Borderlands 3, Hades, Metro Exodus และ The Outer Worlds ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มผู้เล่นที่ไม่อยากติดตั้งหลายแอปพลิเคชัน หรือกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
| หัวข้อ | มุมมองของ Epic Games | มุมมองของชุมชนเกมเมอร์/Steam |
|---|---|---|
| การเข้าถึงเกม | ต้องการขยายฐานผู้ใช้ Epic Games Store | ไม่ต้องการให้เกมที่เคยมีอยู่ถูกจำกัดแพลตฟอร์ม |
| ส่วนแบ่งรายได้ | เสนอโมเดล 88/12 เพื่อช่วยผู้พัฒนา | มองว่าเป็นการใช้เกม Exclusive เป็นเครื่องมือต่อรอง |
| ฟีเจอร์ระบบ | กำลังพัฒนาให้ทัดเทียม | EGS ยังขาดฟีเจอร์สำคัญ เช่น Mod และ Community Hub |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- Psyonix เป็นผู้พัฒนา Rocket League และมีความสัมพันธ์ยาวนานกับ Epic ผ่าน Unreal Engine
- Epic Games Store พยายามดึงเกม Exclusive เพื่อแข่งขันกับ Steam ของ Valve
- ประเด็นหลัก คือความกังวลว่า Rocket League จะถูกถอดจากการขายบน Steam ในอนาคต
- เป้าหมายของ Tim Sweeney คือการกดดันให้ Valve ลดค่าธรรมเนียมส่วนแบ่งรายได้ลง
- สถานะปัจจุบัน ผู้ที่ครอบครองเกมบน Steam ยังคงสามารถเล่นและรับการสนับสนุนได้ตามปกติ
คำถามที่พบบ่อย
ผู้ที่ซื้อ Rocket League บน Steam จะยังเล่นได้หรือไม่?
เล่นได้แน่นอน โดย Epic และ Psyonix ยืนยันว่าผู้ที่ซื้อเกมผ่าน Steam ไปแล้วจะได้รับการสนับสนุนและสามารถเข้าเล่นเกมได้ต่อไป
ทำไม Epic Games ถึงพยายามทำให้เกมเป็น Exclusive?
เพื่อดึงดูดให้ผู้เล่นย้ายมาใช้ Epic Games Store และใช้เป็นเครื่องมือในการกดดันให้ Valve ปรับลดส่วนแบ่งรายได้ที่หักจากผู้พัฒนาเกม
Epic Games Store ต่างจาก Steam อย่างไรในมุมมองของผู้ใช้?
ผู้ใช้บางส่วนมองว่า Steam มีฟีเจอร์ที่ครบถ้วนกว่า เช่น ระบบ Mod และสังคมผู้เล่นที่เหนียวแน่น ในขณะที่ EGS ถูกวิจารณ์ว่ายังมีฟีเจอร์ไม่ครบถ้วนและมีการบังคับใช้ระบบ Exclusive ที่สร้างความไม่พอใจ
Rocket League จะถูกถอดออกจาก Steam หรือไม่?
ปัจจุบันยังไม่มีการประกาศถอดออกอย่างเป็นทางการ แต่คำประกาศในช่วงแรกมีความคลุมเครือ ซึ่งทำให้เกิดการคาดการณ์ว่าอาจเกิดขึ้นในอนาคตเมื่อ EGS มีความพร้อมมากขึ้น
