Epic Games Store เตรียมยกเลิกกลยุทธ์จ่ายเงินซื้อเกม Exclusive บน PC ในอนาคต

ในโลกของตลาดเกม PC การแข่งขันระหว่างแพลตฟอร์มเป็นเรื่องที่ดุเดือดเสมอ โดยเฉพาะเมื่อ Epic Games ผู้สร้างเกมชื่อดังอย่าง Fortnite ได้ก้าวเข้ามาเขย่าวงการด้วยการเปิดตัว Epic Games Store ซึ่งเป็นหน้าร้านจำหน่ายเกมดิจิทัลที่มุ่งเน้นการสนับสนุนนักพัฒนาด้วยการเสนอส่วนแบ่งรายได้ที่จูงใจกว่าคู่แข่ง โดยให้ส่วนแบ่งแก่นักพัฒนาสูงถึง 88% และหักค่าธรรมเนียมเพียง 12% เท่านั้น

นอกเหนือจากเรื่องส่วนแบ่งรายได้ Epic Games ยังใช้กลยุทธ์ที่สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก นั่นคือการจ่ายเงินจำนวนมหาศาลให้ผู้พัฒนาเพื่อให้เกมวางจำหน่ายแบบ Exclusive (การจำกัดสิทธิ์ให้วางขายเพียงแพลตฟอร์มเดียว) บนร้านค้าของตนเท่านั้น ซึ่งกลยุทธ์นี้ทำให้ฐานผู้ใช้งานเติบโตอย่างรวดเร็วถึง 85 ล้านราย โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจากฐานผู้เล่นของ Fortnite ที่ต้องใช้ซอฟต์แวร์ของ Epic ในการเข้าถึงเกม

จุดเปลี่ยนของกลยุทธ์และความขัดแย้งในชุมชนเกมเมอร์

แม้ตัวเลขผู้ใช้งานจะเพิ่มขึ้น แต่แนวทางนี้กลับสร้างความไม่พอใจให้กับแฟนเกม PC โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้งาน Steam ของ Valve ที่มองว่าการนำระบบ Exclusive ซึ่งเป็นจุดเด่นของเครื่องคอนโซล (เช่น PlayStation หรือ Xbox) มาใช้กับระบบ Windows เป็นการทำลายเสรีภาพของระบบนิเวศเกม PC

หนึ่งในกรณีที่กลายเป็นประเด็นร้อนที่สุดคือเกม Metro Exodus ของ Deep Silver ที่มีการโฆษณาบน Steam ในช่วงแรก แต่ต่อมาถูกถอดออกเพื่อย้ายไปเป็นเกม Exclusive ของ Epic Games Store ซึ่งทาง Valve ถึงกับออกแถลงการณ์ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นเรื่องที่ "ไม่ยุติธรรม" ส่งผลให้เกิดกระแสต่อต้านจากผู้บริโภคอย่างรุนแรงในชุมชนออนไลน์อย่าง Reddit

สรุปข้อมูลสำคัญของ Epic Games Store และกลยุทธ์ทางธุรกิจ
หัวข้อ รายละเอียด
จำนวนผู้ใช้งาน 85 ล้านราย
ส่วนแบ่งรายได้ (นักพัฒนา : แพลตฟอร์ม) 88% : 12%
กลยุทธ์หลักในช่วงแรก จ่ายเงินซื้อสิทธิ์ Exclusive เพื่อดึงดูดเกมดัง
เป้าหมายในอนาคต ลดหรือยกเลิกการทำ Exclusive ให้เหลือศูนย์หรือน้อยที่สุด

ทิศทางในอนาคต: การมุ่งสู่ความยั่งยืนมากกว่าการผูกขาด

Steve Allison ผู้บริหารของ Epic Games Store ได้เปิดเผยในงาน Game Developers Conference (GDC) ว่าบริษัทตระหนักถึงเสียงวิจารณ์และไม่ได้มีแผนที่จะใช้กลยุทธ์จ่ายเงินซื้อเกม Exclusive ไปตลอดกาล โดยเขามองว่าปัจจุบันระบบนิเวศของร้านค้าเริ่มมีความแข็งแกร่งทั้งในด้านยอดขายและจำนวนผู้ใช้แล้ว

Allison ระบุว่าในอนาคต จำนวนเกม Exclusive ต่อปีจะลดลงจนเกือบเป็นศูนย์ เนื่องจากเป้าหมายที่แท้จริงคือการผลักดันโมเดลธุรกิจที่ช่วยให้นักพัฒนาอยู่รอดและเติบโตได้ ซึ่งหากอุตสาหกรรมปรับตัวตามมาตรฐานส่วนแบ่งรายได้ที่ Epic เสนอ การทำ Exclusive ก็จะไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • การเติบโต: ฐานผู้ใช้ 85 ล้านคน ส่วนใหญ่มาจากผู้เล่น Fortnite
  • นโยบายการเงิน: เสนอส่วนแบ่งรายได้ให้นักพัฒนา 88% ซึ่งสูงกว่าคู่แข่งในตลาด
  • การยอมรับผิด: ผู้บริหารยอมรับว่ากรณี Metro Exodus เป็นความผิดพลาดและจะไม่ทำซ้ำอีก
  • การปฏิเสธข้อกล่าวหา: Tim Sweeney และทีมงานยืนยันว่าร้านค้าไม่ใช่สปายแวร์ และไม่ได้ถูกควบคุมโดยรัฐบาลจีน แม้จะได้รับเงินลงทุนจาก Tencent ในปี 2013

คำถามที่พบบ่อย

ทำไม Epic Games Store ถึงต้องจ่ายเงินซื้อเกม Exclusive?

เพื่อดึงดูดผู้ใช้งานให้เข้ามาในแพลตฟอร์มใหม่และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันกับ Steam ในช่วงเริ่มต้นของการทำธุรกิจ

ในอนาคตจะยังมีเกม Exclusive บน Epic Games Store อีกหรือไม่?

Steve Allison ระบุว่าจำนวนเกม Exclusive จะลดลงอย่างมาก และมีเป้าหมายที่จะให้เหลือศูนย์หรือน้อยที่สุดในที่สุด

ข้อพิพาทเรื่อง Metro Exodus เกิดจากอะไร?

เกิดจากการที่เกมถูกโฆษณาบน Steam ก่อน แต่ภายหลังถูกถอดออกเพื่อไปวางจำหน่ายแบบ Exclusive บน Epic Games Store ทำให้ผู้เล่นและ Valve มองว่าไม่ยุติธรรม

Epic Games Store มีความเกี่ยวข้องกับรัฐบาลจีนจริงหรือไม่?

บริษัทได้รับเงินลงทุนจาก Tencent ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของจีนในปี 2013 แต่ทาง Tim Sweeney และผู้บริหารยืนยันว่าบริษัทไม่ได้ถูกควบคุมโดยจีนและไม่ได้สร้างซอฟต์แวร์เพื่อสอดแนมผู้ใช้

ส่วนแบ่งรายได้ของ Epic Games Store ดีกว่าที่อื่นอย่างไร?

Epic ให้ส่วนแบ่งแก่นักพัฒนาเกมถึง 88% ในขณะที่หักค่าธรรมเนียมเพียง 12% ซึ่งถือเป็นอัตราที่ใจกว้างกว่าแพลตฟอร์มคู่แข่งรายใหญ่ในตลาด PC