EA Sports FC ยุคใหม่ของการจำลองฟุตบอล หลังสิ้นสุดสัญญาชื่อ FIFA
ถือเป็นการปิดฉากตำนานที่ยาวนานเกือบ 30 ปี เมื่อ Electronic Arts (EA) ประกาศยุติการใช้ชื่อของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ FIFA ในเกมจำลองฟุตบอลยอดฮิต โดยเกม FIFA 23 จะเป็นภาคสุดท้ายที่ใช้ชื่อนี้ ก่อนที่ซีรีส์จะถูกรีแบรนด์ (Rebrand) หรือเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น EA Sports FC เริ่มตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นไป
แม้จะมีการเปลี่ยนชื่อ แต่แฟนเกมไม่ต้องกังวลว่าคุณภาพหรือเนื้อหาจะลดลง เพราะ EA ยังคงถือครองลิขสิทธิ์จากพันธมิตรฟุตบอลมากกว่า 300 ราย รวมถึงข้อตกลงพิเศษกับลีกดังระดับโลกอย่าง Premier League, MLS, La Liga, Bundesliga และ Serie A ซึ่งหมายความว่าองค์ประกอบหลักที่ผู้เล่นชื่นชอบจะยังคงอยู่ครบถ้วน
รายละเอียดและฟีเจอร์ที่ยังคงอยู่
ในเวอร์ชัน EA Sports FC ผู้เล่นจะได้สัมผัสกับความสมจริงที่คุ้นเคย โดยคาดว่าจะมีข้อมูลมหาศาลดังนี้:
- นักเตะมากกว่า 19,000 คน
- ทีมฟุตบอลกว่า 700 ทีม
- สนามแข่งขันมากกว่า 100 แห่ง
- ลีกฟุตบอลกว่า 30 ลีกทั่วโลก
นอกจากนี้ โหมดการเล่นยอดนิยมอย่าง Career Mode (โหมดสร้างอาชีพ), Ultimate Team (โหมดสร้างทีมในฝัน) และ VOLTA Football (โหมดฟุตบอลข้างถนน) จะยังคงมีให้เล่นเช่นเดิม อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่าการแยกทางครั้งนี้จะส่งผลต่อการนำรายการ World Cup หรือฟุตบอลโลกมาใส่ในเกมภาคต่อๆ ไปหรือไม่
| หัวข้อ | FIFA 23 (ภาคสุดท้าย) | EA Sports FC (ยุคใหม่) |
|---|---|---|
| ชื่อเกม | FIFA 23 | EA Sports FC |
| ลิขสิทธิ์ลีกดัง | มีครบถ้วน | ยังคงมีอยู่ (Premier League, La Liga ฯลฯ) |
| จำนวนนักเตะ/ทีม | มาตรฐานเดิม | 19,000+ คน / 700+ ทีม |
| โหมดการเล่นหลัก | Career, Ultimate Team, VOLTA | ยังคงมีครบถ้วน |
เบื้องหลังการแยกทางและเหตุผลทางธุรกิจ
การสิ้นสุดความร่วมมือครั้งนี้มีปัจจัยหลักมาจากเรื่อง ผลประโยชน์ทางการเงิน และ อำนาจในการควบคุมตลาด โดยมีรายงานว่า FIFA ต้องการค่าลิขสิทธิ์สูงถึง 1 พันล้านดอลลาร์ต่อรอบฟุตบอลโลกหนึ่งรอบ (4 ปี) จากเดิมที่ EA จ่ายให้ประมาณ 150 ล้านดอลลาร์ต่อปี นอกจากนี้ FIFA ยังต้องการขยายขอบเขตของเกมและอีสปอร์ตให้กว้างขึ้น ไม่ต้องการให้บริษัทเดียวผูกขาดตลาดเกมฟุตบอล
ทางด้าน Andrew Wilson CEO ของ EA ระบุว่าบริษัทพร้อมที่จะนำ EA Sports FC มาเป็นศูนย์กลางของกีฬาฟุตบอล เพื่อสร้างประสบการณ์ที่นวัตกรรมและสมจริงยิ่งขึ้นให้กับแฟนบอลทั่วโลก
ก้าวต่อไปของ FIFA ในโลกวิดีโอเกม
แม้จะไม่ได้ร่วมงานกับ EA แต่ FIFA ยังคงเดินหน้าในเส้นทางของตัวเอง โดยมีการขยายสัญญาชั่วคราวเพื่อให้ EA ออกเกม FIFA 23 ได้ ซึ่งจะเป็นภาคแรกที่มีทั้งฟุตบอลโลกชายและหญิงในเกมเดียว
นอกจากนี้ FIFA กำลังเจรจากับผู้พัฒนาเกมและนักลงทุนรายใหญ่ เพื่อสร้างเกมจำลองฟุตบอลภายใต้ชื่อ FIFA ของตัวเองในปี 2024 ซึ่ง Gianni Infantino ประธาน FIFA ยืนยันอย่างมั่นใจว่า ชื่อ FIFA จะยังคงเป็นชื่อที่ทรงพลังที่สุดในโลกของเกมฟุตบอลตลอดไป
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- FIFA 23 คือเกมสุดท้ายที่ใช้ชื่อแบรนด์ FIFA โดย EA
- ชื่อใหม่ของซีรีส์คือ EA Sports FC เริ่มใช้ในปี 2023
- EA ยังคงถือลิขสิทธิ์ลีกหลัก เช่น Premier League และ La Liga
- สาเหตุการแยกทางเกี่ยวข้องกับ ค่าลิขสิทธิ์ ที่ FIFA ร้องขอเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
- FIFA มีแผนพัฒนาเกมจำลองฟุตบอลของตัวเองในปี 2024
คำถามที่พบบ่อย
การเปลี่ยนชื่อเป็น EA Sports FC จะทำให้ลิขสิทธิ์นักเตะหายไปหรือไม่?
ไม่หาย เนื่องจาก EA ยังคงมีสัญญาลิขสิทธิ์กับพันธมิตรฟุตบอลกว่า 300 ราย และลีกดังระดับโลกส่วนใหญ่ยังคงอยู่กับ EA
โหมด Ultimate Team จะยังคงมีอยู่ใน EA Sports FC หรือไม่?
มีแน่นอน EA ยืนยันว่าฟีเจอร์หลักอย่าง Ultimate Team, Career Mode และ VOLTA Football จะยังคงอยู่ในเกมเวอร์ชันใหม่
ทำไม EA ถึงไม่ยอมจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้ FIFA ต่อ?
มีรายงานว่า FIFA ร้องขอค่าลิขสิทธิ์สูงถึง 1 พันล้านดอลลาร์ต่อรอบ 4 ปี ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงมากเมื่อเทียบกับยอดจ่ายเดิมที่ประมาณ 150 ล้านดอลลาร์ต่อปี
เราจะได้เห็นเกมชื่อ FIFA จากผู้พัฒนาเจ้าอื่นหรือไม่?
มีความเป็นไปได้สูง เนื่องจาก FIFA ระบุว่ากำลังเจรจากับผู้พัฒนาเกมและบริษัทสื่อชั้นนำเพื่อสร้างเกมจำลองฟุตบอลภายใต้ชื่อ FIFA สำหรับปี 2024
FIFA 23 จะมีความพิเศษอย่างไรในฐานะภาคสุดท้าย?
FIFA 23 จะเป็นภาคแรกที่รวมเอาการแข่งขันฟุตบอลโลกทั้งประเภทชายและหญิงมาไว้ในเกมเดียวกัน และจะเป็นภาคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก่อนการเปลี่ยนชื่อ



