Disney เผชิญวิกฤตข้อมูลรั่วไหลครั้งใหญ่ หลังกลุ่ม NullBulge ปล่อยข้อมูล Slack กว่า 1.1 TB

กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกไซเบอร์เมื่อกลุ่มที่เรียกตนเองว่า NullBulge ได้ทำการเผยแพร่ชุดข้อมูลมหาศาลขนาด 1.1 เทราไบต์ (TB) ซึ่งอ้างว่าเป็นข้อมูลที่ถูกดึงมาจากคลังเก็บข้อมูลภายในของ Slack (แพลตฟอร์มสื่อสารภายในองค์กร) ของบริษัท Disney โดยข้อมูลที่หลุดออกมานี้ครอบคลุมข้อความและไฟล์จากช่องการสื่อสารเกือบ 10,000 ช่อง

สิ่งที่น่ากังวลคือเนื้อหาภายในประกอบด้วยข้อมูลสำคัญหลายส่วน ตั้งแต่รายละเอียดของโปรเจกต์ที่ยังไม่ได้เปิดตัว, ซอร์สโค้ด (Code), รูปภาพ, ข้อมูลการเข้าสู่ระบบ (Login Credentials) ไปจนถึงลิงก์ที่เชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ภายในและ API (Application Programming Interface หรือช่องทางการเชื่อมต่อระหว่างซอฟต์แวร์) ของบริษัท

เบื้องหลังการโจมตีและข้อสงสัยเรื่องคนใน

กลุ่ม NullBulge อ้างว่าพวกเขาสามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้ผ่านความช่วยเหลือจาก คนใน (Insider) ของ Disney พร้อมทั้งระบุชื่อบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าร่วมมือในครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่ามีการช่วยเหลือจากภายในจริงหรือไม่ เนื่องจากมีความเป็นไปได้ว่าแฮกเกอร์อาจใช้มัลแวร์ประเภท Info-stealing malware (ซอฟต์แวร์ขโมยข้อมูล) เพื่อเจาะเข้าบัญชีของพนักงานแทน

ทางด้าน Disney ยังไม่ได้ออกมายืนยันการรั่วไหลของข้อมูลอย่างเป็นทางการ แต่โฆษกของบริษัทได้ให้ข้อมูลกับ Wall Street Journal ว่าขณะนี้ทางบริษัทกำลังดำเนินการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอยู่

อุดมการณ์ของกลุ่ม NullBulge: แฮกเกอร์สายกิจกรรม

NullBulge นิยามตนเองว่าเป็นกลุ่ม Hacktivist (กลุ่มแฮกเกอร์ที่โจมตีเพื่อเป้าหมายทางสังคมหรือการเมือง) ที่มุ่งเน้นการปกป้องสิทธิของศิลปินและผลตอบแทนที่เป็นธรรม โดยพวกเขาจะเลือกโจมตีเป้าหมายที่ทำผิดกฎเหล็ก 3 ข้อ ได้แก่:

  • การส่งเสริมสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) หรือบริการที่เกี่ยวข้อง
  • การใช้ผลงานศิลปะที่สร้างโดย AI (AI-generated artwork) ซึ่งพวกเขามองว่าทำลายอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
  • การขโมยผลงานจากแพลตฟอร์มสนับสนุนศิลปิน เช่น Patreon หรือการขโมยงานจากศิลปินโดยตรง

ก่อนหน้านี้ กลุ่มดังกล่าวเคยโจมตีคอนเทนต์ครีเอเตอร์ชาวอินเดียที่ชื่อ Chief Shifter และได้เริ่มส่งสัญญาณถึงการโจมตี Disney มาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม โดยมีการปล่อยไฟล์ตัวอย่างบางส่วนเพื่อแสดงความจริงจัง

Image 7

ผลกระทบที่รุนแรงและการโจมตีบุคคล

นอกเหนือจากข้อมูลของบริษัทแล้ว NullBulge ยังได้ทำการ Doxxing (การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลสู่สาธารณะเพื่อประจาน) บุคคลที่พวกเขาอ้างว่าเป็นสายให้ข้อมูล โดยมีการปล่อยข้อมูลทางการแพทย์ ข้อมูลระบุตัวตน และข้อมูลจาก 1Password (โปรแกรมจัดการรหัสผ่าน) ของบุคคลดังกล่าว ซึ่งกลุ่มแฮกเกอร์อ้างว่าเป็นการตอบโต้หลังจากถูกตัดการติดต่อ

Roei Sherman ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยจาก Mitiga Security ระบุว่าการรั่วไหลครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ เนื่องจากปัจจุบันการโจมตีข้อมูลบนระบบ Cloud และ Software-as-a-Service (SaaS) ทำได้ง่ายขึ้นและให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าสำหรับผู้โจมตี

สรุปรายละเอียดเหตุการณ์ข้อมูล Disney รั่วไหล
หัวข้อ รายละเอียด
กลุ่มผู้โจมตี NullBulge (Hacktivist)
ปริมาณข้อมูล 1.1 Terabytes (TB)
แหล่งที่มาของข้อมูล คลังข้อมูลภายใน Slack ของ Disney
ประเภทข้อมูลที่หลุด ข้อความ 10,000 ช่อง, โค้ด, รหัสผ่าน, โปรเจกต์ลับ, ข้อมูลส่วนบุคคลพนักงาน
ช่องทางการเผยแพร่ BreachForums และเว็บไซต์ Mirror อื่นๆ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ข้อมูลรั่วไหลมีขนาดใหญ่ถึง 1.1 TB ประกอบด้วยข้อความจาก Slack เกือบ 10,000 ช่อง
  • มีการหลุดของข้อมูลสำคัญ เช่น API, รหัสผ่าน และโปรเจกต์ที่ยังไม่เปิดตัว
  • กลุ่ม NullBulge อ้างว่าโจมตีเพื่อปกป้องสิทธิศิลปินและต่อต้าน AI Art
  • มีการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว (Doxxing) ของพนักงานที่ถูกกล่าวหาว่าร่วมมือกับแฮกเกอร์
  • ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า Disney อาจตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีซ้ำจากแฮกเกอร์กลุ่มอื่น

คำถามที่พบบ่อย

ข้อมูลที่รั่วไหลมีอะไรบ้าง?

ข้อมูลประกอบด้วยข้อความและไฟล์จากช่อง Slack ภายในของ Disney เกือบ 10,000 ช่อง ซึ่งรวมถึงรหัสผ่าน, ลิงก์ API, ซอร์สโค้ด และรายละเอียดของโปรเจกต์ที่ยังไม่ได้เปิดเผยสู่สาธารณะ

กลุ่ม NullBulge คือใครและมีเป้าหมายอะไร?

เป็นกลุ่ม Hacktivist ที่อ้างว่าต้องการปกป้องสิทธิของศิลปิน โดยจะโจมตีเป้าหมายที่สนับสนุนคริปโตเคอร์เรนซี, ใช้ AI สร้างงานศิลปะ หรือขโมยผลงานของศิลปิน

Disney ยืนยันเรื่องการรั่วไหลนี้แล้วหรือยัง?

ปัจจุบัน Disney ยังไม่ได้ยืนยันว่าข้อมูลที่หลุดออกมาเป็นของจริงหรือไม่ แต่โฆษกของบริษัทระบุว่ากำลังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบข้อเท็จจริง

การรั่วไหลครั้งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?

กลุ่มแฮกเกอร์อ้างว่าได้รับความช่วยเหลือจากคนในบริษัท แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยมองว่าอาจเกิดจากการใช้มัลแวร์ขโมยข้อมูลจากบัญชีของพนักงาน

ทำไม Slack ถึงกลายเป็นเป้าหมายของการโจมตี?

เนื่องจาก Slack เป็นศูนย์รวมการสื่อสารภายในองค์กรที่มีข้อมูลสำคัญจำนวนมาก หากบัญชีใดบัญชีหนึ่งถูกเจาะ แฮกเกอร์จะสามารถเข้าถึงข้อมูลมหาศาลที่พนักงานใช้พูดคุยและส่งไฟล์งานกันได้