Disney Research พัฒนาเทคโนโลยี Capacitive Fingerprinting แยกแยะผู้ใช้บนหน้าจอสัมผัส
ลองจินตนาการถึงหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ที่สามารถรู้ได้ทันทีว่าใครเป็นคนแตะ โดยไม่ต้องมีการล็อกอินหรือสแกนลายนิ้วมือแบบเดิม ล่าสุด Disney Research กำลังพัฒนาเทคโนโลยีที่ทำให้หน้าจอสัมผัสสามารถระบุและแยกแยะบุคคลที่แตกต่างกันได้ในเวลาเดียวกัน ซึ่งจะช่วยยกระดับการใช้งานหน้าจอแบบหลายผู้ใช้ (Multi-user) ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
หัวใจสำคัญของนวัตกรรมนี้คือสิ่งที่ทีมวิจัยเรียกว่า Capacitive Fingerprinting ซึ่งเป็นวิธีการระบุตัวตนผ่าน Impedance Profile หรือโปรไฟล์ค่าความต้านทานไฟฟ้าจำเพาะของแต่ละบุคคล โดยระบบจะตรวจวัดค่าความต้านทานไฟฟ้าของร่างกายผ่านช่วงความถี่กระแสสลับ (AC frequencies) ที่หลากหลาย
เนื่องจากปัจจัยทางกายภาพของมนุษย์มีความแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นความหนาแน่นของกระดูก มวลกล้ามเนื้อ หรือแม้แต่ประเภทของเสื้อผ้าที่สวมใส่ สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อค่าความต้านทานไฟฟ้า ทำให้แต่ละคนมีโปรไฟล์ทางไฟฟ้าที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งระบบสามารถนำข้อมูลนี้มาใช้แยกแยะผู้ใช้งานแต่ละคนได้อย่างแม่นยำ
ต่อยอดจากระบบ Touché สู่ประสบการณ์การใช้งานรูปแบบใหม่
เทคโนโลยี Capacitive Fingerprinting ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นจากศูนย์ แต่เป็นการพัฒนาต่อยอดมาจาก Touché system ซึ่งเป็นระบบตรวจจับการสัมผัสที่สามารถแยกแยะวัตถุหรือส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ และยังมีความสามารถในการเปลี่ยนพื้นผิวทั่วไปที่ปกติไม่รองรับการสัมผัส ให้กลายเป็นพื้นผิวที่ตอบสนองต่อการแตะได้
แม้ว่าเทคโนโลยีนี้จะมีศักยภาพสูงในการนำไปใช้กับการทำงานร่วมกันบนหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ แต่มีความเป็นไปได้สูงว่า Disney จะนำไปประยุกต์ใช้กับ เกมมัลติเพลเยอร์ (Multiplayer Gaming) ซึ่งจะช่วยสร้างประสบการณ์การเล่นที่ลื่นไหลและโต้ตอบได้สมจริงยิ่งขึ้น คล้ายกับแนวทางของแพลตฟอร์ม SideBySide ที่ทางทีมงานเคยเปิดตัวไปเมื่อปีที่ผ่านมา
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| กลไกการทำงาน | ตรวจวัดค่า Impedance Profile ผ่านความถี่ AC |
| ปัจจัยที่ใช้ระบุตัวตน | มวลกล้ามเนื้อ, ความหนาแน่นของกระดูก, เสื้อผ้า |
| เทคโนโลยีพื้นฐาน | ต่อยอดจาก Touché system |
| เป้าหมายการใช้งาน | หน้าจอสัมผัสหลายผู้ใช้ และเกมมัลติเพลเยอร์ |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- Capacitive Fingerprinting ใช้ค่าความต้านทานไฟฟ้าของร่างกายในการระบุตัวตน
- ระบบสามารถแยกแยะผู้ใช้ได้โดยวิเคราะห์จากปัจจัยทางกายภาพ เช่น มวลกล้ามเนื้อและกระดูก
- เป็นการพัฒนาขั้นกว่าของระบบ Touché ที่เปลี่ยนพื้นผิวทั่วไปให้สัมผัสได้
- มุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์การใช้งานร่วมกัน โดยเฉพาะในด้านความบันเทิงและเกม
คำถามที่พบบ่อย
Capacitive Fingerprinting ทำงานอย่างไร?
ระบบจะส่งกระแสไฟฟ้าความถี่ AC ผ่านหน้าจอสัมผัสเพื่อวัดค่าความต้านทานไฟฟ้า (Impedance) ของผู้ที่มาสัมผัส ซึ่งค่านี้จะแตกต่างกันไปตามร่างกายของแต่ละบุคคล
ปัจจัยใดบ้างที่ทำให้แต่ละคนมีโปรไฟล์ไฟฟ้าต่างกัน?
ปัจจัยหลักประกอบด้วย มวลกล้ามเนื้อ ความหนาแน่นของกระดูก และรวมไปถึงสิ่งที่สวมใส่ เช่น เสื้อผ้า ซึ่งส่งผลต่อการนำไฟฟ้าและการต้านทานไฟฟ้าที่ระบบตรวจวัดได้
เทคโนโลยีนี้แตกต่างจากการสแกนลายนิ้วมือทั่วไปอย่างไร?
การสแกนลายนิ้วมือทั่วไปจะตรวจจับลักษณะทางกายภาพของผิวหนัง (เส้นลายนิ้วมือ) แต่ Capacitive Fingerprinting ตรวจวัดคุณสมบัติทางไฟฟ้าของร่างกายในภาพรวม
Disney จะนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ทำอะไรในอนาคต?
คาดว่าจะนำไปใช้ในระบบหน้าจอสัมผัสที่รองรับผู้ใช้หลายคนพร้อมกัน โดยเฉพาะในด้านการสร้างเกมมัลติเพลเยอร์ที่สามารถระบุตัวผู้เล่นแต่ละคนได้ทันที
ระบบ Touché คืออะไร?
Touché คือเทคโนโลยีตรวจจับการสัมผัสที่สามารถแยกแยะวัตถุหรือส่วนของร่างกายได้ และสามารถทำให้พื้นผิวที่ไม่ใช่หน้าจอสัมผัสกลายเป็นจุดรับคำสั่งจากการแตะได้

