Dialog เครือข่ายลับของ Peter Thiel กับระบบจัดเกรดผู้ทรงอิทธิพลด้วยอัลกอริทึม
เบื้องหลังการรวมตัวของเหล่าผู้ทรงอิทธิพลระดับโลกในเครือข่าย Dialog ซึ่งก่อตั้งโดย Peter Thiel และ Auren Hoffman ไม่ได้มีเพียงการแลกเปลี่ยนทางปัญญาเท่านั้น แต่ยังมีระบบการจัดลำดับชั้นที่ซับซ้อนและเป็นความลับ ข้อมูลที่หลุดออกมาเผยให้เห็นว่ากลุ่มนี้มีการใช้ Algorithm (ชุดคำสั่งประมวลผลอัตโนมัติ) เพื่อประเมินค่าสมาชิกและแขกผู้มีเกียรติ โดยใช้เกณฑ์ด้านความมั่งคั่งและชื่อเสียงเป็นตัวกำหนดสถานะ
เครือข่ายนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 2006 โดยทำหน้าที่เป็นคลับส่วนตัวที่รวบรวมบุคคลระดับสูงจากหลากหลายวงการ ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง, นักลงทุน, ผู้ประกอบการ, ผู้นำทางทหาร, นักวิชาการ และผู้บริหารระดับสูง เพื่อเข้าร่วมการประชุมแบบปิด (Off-the-record) โดยมีสมาชิกที่ชำระค่าบำรุงกว่า 1,000 คน และมีผู้เคยเข้าร่วมกิจกรรมประจำปีมากกว่า 2,500 คน
ระบบการจัดเกรดและเกณฑ์การวัดค่าบุคคล
จากข้อมูลที่ WIRED ได้รับ พบว่า Dialog มีการแบ่งระดับผู้เข้าร่วมออกเป็น 3 เกรดหลัก คือ A, B และ C ซึ่งแต่ละระดับมีความหมายที่สะท้อนถึง "มูลค่า" ในสายตาขององค์กร ดังนี้:
- เกรด C: เป็นระดับสูงสุดที่สงวนไว้สำหรับบุคคลที่มีชื่อเสียงและทรงอิทธิพลอย่างมาก (VIP) โดยมีเพียง 1 ใน 7 คนเท่านั้นที่ได้รับเกรดนี้
- เกรด B: เป็นกลุ่มคนส่วนใหญ่ของเครือข่าย ซึ่งถูกมองว่ามีความสำคัญแต่ยังไม่ถึงขั้นเป็นบุคคลระดับโลก
- เกรด A: มักถูกมอบให้กับสมาชิกเก่าแก่ที่แม้จะมีความมั่นคง แต่ถูกประเมินว่ามีความโดดเด่นน้อยกว่าในปัจจุบัน
ปัจจัยสำคัญที่ใช้ในการตัดสินเกรดคือ ความมั่งคั่ง (เช่น จำนวนสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร หรือ AUM - Assets Under Management) และ ชื่อเสียง โดยอัลกอริทึมจะวิเคราะห์ว่า "คนทั่วไป" รู้จักบุคคลนั้นหรือไม่ ตัวอย่างเช่น นักแสดงชื่อดังอย่าง Josh Brolin ถูกจัดเป็น VIP เนื่องจากบทบาทในภาพยนตร์ทำเงินและยอดผู้ติดตามใน Instagram ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญบางท่านอาจถูกลดระดับหากชื่อเสียงจำกัดอยู่เพียงในวงการวิชาการเท่านั้น
| ระดับเกรด | กลุ่มเป้าหมาย | เกณฑ์การพิจารณาหลัก | ผลกระทบด้านค่าใช้จ่าย |
|---|---|---|---|
| เกรด C (VIP) | ผู้ทรงอิทธิพลระดับโลก | ชื่อเสียงในวงกว้าง, ความมั่งคั่งมหาศาล | มีโอกาสได้รับส่วนลดค่าธรรมเนียมสูง |
| เกรด B | บุคคลชั้นนำในสาขาอาชีพ | ความเชี่ยวชาญ, การยอมรับในวงจำกัด | จ่ายราคาปกติเป็นส่วนใหญ่ |
| เกรด A | สมาชิกดั้งเดิม/ผู้มีฐานะ | ความอาวุโส, ความโดดเด่นลดลง | จ่ายราคาเต็ม (ประมาณ 70%) |
การบริหารจัดการสมาชิกและการจับคู่ทางสังคม
นอกเหนือจากเกรดตัวอักษร Dialog ยังมีการให้คะแนน Value-add (คะแนนการสร้างมูลค่าเพิ่ม) ตั้งแต่ 1 ถึง 4 ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการได้รับเชิญ หากคะแนนนี้ต่ำเกินไปหรือถูกมองว่า "ไม่เข้ากับวัฒนธรรมองค์กร" (Poor Culture Fit) สมาชิกอาจถูกถอดถอนจากการเข้าร่วมกิจกรรมได้
อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่น่าสนใจคือระบบ Matchmaking ที่ใช้อัลกอริทึมช่วยจับคู่สมาชิกเพื่อการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจหรือแม้แต่การเดท โดยจะพิจารณาจากความสนใจและสถานที่พำนัก อย่างไรก็ตาม มีรายการ "ห้ามจับคู่" (Do-not-pair) สำหรับบางบุคคลด้วยเหตุผลด้านความสัมพันธ์ส่วนตัวหรือความเหมาะสมทางวิชาชีพ
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- การรั่วไหลของข้อมูล: ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลสำคัญเกือบ 200 คน รวมถึงที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และแนวคิดทางการเมืองถูกเปิดเผย
- ความเหลื่อมล้ำทางเพศ: ผู้หญิงมีสัดส่วนประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ถูกจัดเกรด แต่มีเพียง 18% เท่านั้นที่ได้รับเกรดสูงสุด (เกรด C)
- การติดตามทางการเมือง: แม้องค์กรจะอ้างว่าเป็นกลางทางการเมือง แต่มีการบันทึกแนวคิดทางการเมืองของสมาชิก โดยพบว่าผู้ที่มีแนวคิดขวาจัดมีโอกาสได้รับเกรด C มากกว่ากลุ่มซ้ายถึงสองเท่า
- ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วม: ค่าธรรมเนียมการเข้าร่วมกิจกรรมอาจสูงถึงหลายหมื่นดอลลาร์ โดยราคาจะแปรผันตามเกรดของบุคคลนั้นๆ
คำถามที่พบบ่อย
Dialog คืออะไรและใครเป็นผู้ก่อตั้ง?
Dialog คือคลับส่วนตัวสำหรับผู้ทรงอิทธิพลระดับโลก ก่อตั้งขึ้นในปี 2006 โดย Peter Thiel และ Auren Hoffman เพื่อเป็นพื้นที่พบปะพูดคุยแบบไม่เป็นทางการในหัวข้อสำคัญ เช่น AI, ภูมิรัฐศาสตร์ และความมั่นคง
ระบบการจัดเกรด A, B, C ทำงานอย่างไร?
ระบบนี้ใช้ประเมินสถานะทางสังคม โดยเกรด C คือกลุ่ม VIP ที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุด เกรด B คือกลุ่มคนดังในสายอาชีพ และเกรด A คือสมาชิกทั่วไปหรือสมาชิกเก่าที่ความโดดเด่นลดลง
เกณฑ์ใดบ้างที่ถูกนำมาใช้ในการให้คะแนนสมาชิก?
เกณฑ์หลักคือความมั่งคั่ง (เช่น สินทรัพย์ที่บริหาร) และชื่อเสียงที่คนทั่วไปรู้จัก รวมถึงการประเมิน "Value-add" หรือคุณค่าที่บุคคลนั้นสามารถมอบให้กับเครือข่ายได้
ข้อมูลที่หลุดออกมามีอะไรบ้าง?
ข้อมูลที่รั่วไหลประกอบด้วยข้อมูลส่วนตัวเชิงลึก เช่น ที่อยู่บ้าน, เบอร์โทรศัพท์ส่วนตัว, อีเมล, วันเกิด, ข้อมูลการแพ้อาหาร และการประเมินแนวคิดทางการเมืองโดยทีมงานของ Dialog
Dialog มีจุดประสงค์ทางการเมืองหรือไม่?
ทางองค์กรระบุว่าตนเองไม่มีวาระทางอุดมการณ์และเป็นกลางทางการเมือง แต่ข้อมูลที่หลุดออกมาแสดงให้เห็นว่ามีการติดตามและจัดประเภทสมาชิกตามแนวคิดทางการเมืองอย่างเป็นระบบ



