DHS ถูกฟ้องปมใช้หมายเรียกศุลกากรขอข้อมูล Google จากชายชาวแคนาดาที่วิจารณ์รัฐบาล

กลายเป็นประเด็นร้อนด้านสิทธิมนุษยชนและดิจิทัล เมื่อกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ (Department of Homeland Security หรือ DHS) พยายามเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล ประวัติการใช้งาน และตำแหน่งที่ตั้งของชายชาวแคนาดาคนหนึ่งผ่านทาง Google โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่ชายคนดังกล่าวได้โพสต์วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ บนโลกออนไลน์ กรณีการเสียชีวิตของ Renee Good และ Alex Pretti ซึ่งถูกสังหารโดยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองในเมืองมินนีแอโพลิส

ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือ ชายผู้เสียหายรายนี้ไม่ได้เดินทางเข้าสู่สหรัฐอเมริกามานานกว่าหนึ่งทศวรรษแล้ว ทำให้ทางทนายความจากสหภาพเสรีภาพพลเมืองแห่งสหรัฐอเมริกา (ACLU) ซึ่งเป็นตัวแทนในการฟ้องร้อง Markwayne Mullin รัฐมนตรีว่าการกระทรวง DHS มองว่าการกระทำนี้เป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต โดยใช้ข้อได้เปรียบที่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง Google มีสำนักงานตั้งอยู่ในสหรัฐฯ เพื่อดึงข้อมูลของบุคคลที่อยู่นอกเขตอำนาจศาลทางกฎหมาย

การบิดเบือนการใช้ "หมายเรียกศุลกากร"

เครื่องมือที่ DHS นำมาใช้ในครั้งนี้คือ Customs Summons หรือ หมายเรียกศุลกากร ซึ่งตามกฎหมายแล้วถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการตรวจสอบการนำเข้าสินค้า การจัดเก็บภาษีศุลกากร และการปฏิบัติตามกฎหมายการค้าเท่านั้น แต่ในกรณีนี้ DHS กลับนำมาใช้เพื่อติดตามตัวบุคคลที่วิจารณ์หน่วยงาน

ความน่ากลัวของหมายเรียกประเภทนี้คือเป็น Administrative Subpoena หรือ หมายเรียกทางปกครอง ซึ่งสามารถออกได้โดยไม่ต้องผ่านการพิจารณาหรืออนุมัติจากผู้พิพากษาหรือคณะลูกขุนก่อนส่งถึงบริษัทเป้าหมาย

สรุปข้อขัดแย้งกรณี DHS ขอข้อมูลจาก Google
หัวข้อ รายละเอียด
เครื่องมือที่ใช้ Customs Summons (หมายเรียกศุลกากร)
เป้าหมาย ข้อมูลตำแหน่งและประวัติการใช้งานของชายชาวแคนาดา
เหตุผลที่อ้าง พระราชบัญญัติภาษีศุลกากรปี 1930 (Tariff Act of 1930)
ข้อโต้แย้งหลัก ผู้ถูกเรียกข้อมูลไม่ได้นำเข้า/ส่งออกสินค้า และอยู่นอกเขตอำนาจศาลสหรัฐฯ
แรงจูงใจที่แท้จริง การวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • การละเมิดอำนาจ: DHS ถูกกล่าวหาว่าใช้กฎหมายศุลกากรเป็นเครื่องมือในการสอดแนมผู้เห็นต่างทางการเมือง
  • การปกป้องข้อมูล: Google ระบุว่ามีการตรวจสอบความถูกต้องทางกฎหมายของทุกคำขอ และจะคัดค้านคำขอที่กว้างเกินไปหรือไม่เหมาะสม
  • สถิติการใช้งาน: ระหว่างปี 2016 ถึงกลางปี 2022 มีการออกหมายเรียกศุลกากรมากกว่า 170,000 ครั้ง โดยเป้าหมายหลักคือบริษัทเทคโนโลยีและโทรคมนาคม
  • ประวัติการกระทำผิด: ผลการตรวจสอบจาก Office of the Inspector General พบว่าหน่วยงานภายใน CBP มีการออกหมายเรียกที่ละเมิดนโยบายของตนเองถึง 1 ใน 5 ของกรณีที่สุ่มตรวจ

ทางด้านผู้เสียหายเปิดเผยว่า เขาเพียงต้องการแสดงจุดยืนเพื่อสนับสนุนผู้สูญเสียและวิจารณ์การที่รัฐบาลพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้เสียชีวิต โดยระบุว่าโพสต์ของเขาแม้จะมีความดุเดือดแต่ไม่เคยมีการข่มขู่หรือปลุกระดมให้เกิดความรุนแรงแต่อย่างใด

กรณีนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดการปะทะกันระหว่างบริษัทเทคโนโลยีและ DHS โดยในปี 2017 Twitter (ปัจจุบันคือ X) เคยฟ้องร้อง DHS ในลักษณะเดียวกันก่อนที่หน่วยงานจะถอนคำขอไป ทำให้ไม่มีคำตัดสินจากศาลว่าการกระทำดังกล่าวผิดกฎหมายหรือไม่ ซึ่งสร้างความกังวลให้กับนักสิทธิพลเมืองว่าสหรัฐฯ กำลังกลายเป็นแบบอย่างที่เลวร้ายในการใช้อำนาจรัฐกดขี่ผู้คน

คำถามที่พบบ่อย

Customs Summons คืออะไร และปกติใช้ทำอะไร?

คือหมายเรียกศุลกากร ซึ่งเป็นเครื่องมือทางปกครองที่ใช้สำหรับขอเอกสารหรือคำให้การเกี่ยวกับการนำเข้าสินค้า การชำระภาษี และการปฏิบัติตามกฎหมายศุลกากรของสหรัฐฯ

ทำไมกรณีนี้ถึงถือว่าเป็นการใช้อำนาจมิชอบ?

เพราะผู้ถูกตรวจสอบเป็นชาวต่างชาติที่ไม่ได้ทำธุรกรรมนำเข้า-ส่งออกสินค้ากับสหรัฐฯ ในช่วงเวลาที่ระบุ และการใช้หมายเรียกนี้ไม่ได้ผ่านการกลั่นกรองจากศาล แต่ถูกนำมาใช้เพื่อติดตามตัวผู้ที่วิจารณ์รัฐบาลบนโลกออนไลน์

Google มีท่าทีอย่างไรต่อคำขอข้อมูลของรัฐบาล?

Google ยืนยันว่ามีกระบวนการตรวจสอบคำขอทางกฎหมายเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ และจะทำการคัดค้านหรือปฏิเสธคำขอที่ไม่มีความสมเหตุสมผลหรือกว้างจนเกินไป

เหตุใดการที่บริษัทเทคโนโลยีตั้งอยู่ในสหรัฐฯ จึงเป็นประเด็น?

เพราะรัฐบาลสหรัฐฯ ใช้ข้อเท็จจริงที่บริษัทเหล่านี้มีสำนักงานในประเทศ เป็นช่องทางในการขอข้อมูลของบุคคลที่อาศัยอยู่ในประเทศอื่น ซึ่งตามปกติแล้วจะอยู่นอกเหนือเขตอำนาจศาลของสหรัฐฯ

ผลกระทบของการใช้อำนาจในลักษณะนี้คืออะไร?

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระบุว่า การใช้อำนาจในทางที่ผิดจะทำลายความน่าเชื่อถือของการบังคับใช้กฎหมายที่ถูกต้อง และอาจทำให้ประเทศอื่นนำวิธีการนี้ไปใช้ในการกดขี่พลเมืองของตนเองเช่นกัน