Deezer เปิดตัวเครื่องมือตรวจจับเพลง AI ช่วยแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งสู้การฉ้อโกงและปกป้องศิลปิน

ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI (Artificial Intelligence) สามารถสร้างสรรค์ผลงานเพลงได้อย่างแนบเนียน Deezer แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเพลงระดับโลก ได้ตัดสินใจก้าวสำคัญในการปกป้องอุตสาหกรรมดนตรี ด้วยการเปิดให้แพลตฟอร์มคู่แข่งสามารถเข้าถึงเครื่องมือตรวจจับเพลงที่สร้างโดย AI เพื่อสร้างมาตรฐานความโปร่งใสและคืนความเป็นธรรมให้กับศิลปินที่เป็นมนุษย์

เดิมที Deezer ได้นำระบบนี้มาใช้ภายในองค์กรเพื่อระบุเพลงที่สร้างจาก AI ทั้งหมด โดยระบบจะทำการติดป้ายกำกับให้ผู้ฟังทราบ และนำเพลงเหล่านี้ออกจากระบบแนะนำเพลง (Algorithmic Recommendations) รวมถึงรายการเพลงที่คัดสรรโดยบรรณาธิการ เพื่อให้มั่นใจว่าผลงานจากมนุษย์จะยังคงได้รับความสนใจและพื้นที่ในการนำเสนอ

วิกฤตเพลง AI และการฉ้อโกงยอดสตรีม

ตัวเลขสถิติที่ Deezer เปิดเผยสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของคอนเทนต์ AI โดยปัจจุบันมีเพลงที่สร้างจาก AI ถูกอัปโหลดเข้ามาถึง 60,000 เพลงต่อวัน รวมแล้วกว่า 13.4 ล้านเพลง ซึ่งหากย้อนกลับไปในเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว มีเพลง AI ถูกอัปโหลดเพียง 20,000 เพลงต่อวัน หรือคิดเป็น 18% ของยอดอัปโหลดรายวันเท่านั้น

สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือปัญหา Streaming Fraud หรือการฉ้อโกงยอดสตรีม ซึ่ง Deezer พบว่า 85% ของยอดการฟังเพลงที่สร้างจาก AI ทั้งหมดเข้าข่ายเป็นการฉ้อโกง ตัวอย่างที่ชัดเจนคือกรณีในรัฐนอร์ทแคโรไลนาที่นักดนตรีรายหนึ่งถูกกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) ฟ้องร้อง ข้อหาใช้บอทปั่นยอดสตรีมเพลง AI จนสร้างรายได้ปลอมกว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Image 1

ประสิทธิภาพและการทำงานของเครื่องมือตรวจจับ

เครื่องมือของ Deezer มีความแม่นยำสูงถึง 99.8% โดยสามารถระบุเพลงที่สร้างจากโมเดล Generative AI ยอดนิยมอย่าง Suno และ Udio ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากจะคัดออกจากระบบแนะนำเพลงแล้ว ระบบนี้ยังทำการ Demonetize หรือระงับการสร้างรายได้ และตัดเพลงเหล่านี้ออกจากกองทุนค่าลิขสิทธิ์ (Royalty Pool) เพื่อให้เงินรางวัลตกเป็นของนักแต่งเพลงและศิลปินตัวจริง

ปัจจุบันมีองค์กรที่ให้ความสนใจเครื่องมือนี้อย่างมาก เช่น Sacem บริษัทบริหารจัดการลิขสิทธิ์เพลงของฝรั่งเศส ซึ่งดูแลศิลปินชื่อดังอย่าง David Guetta และ DJ Snake โดยราคาค่าบริการจะขึ้นอยู่กับข้อตกลงของแต่ละบริษัท

สรุปข้อมูลการตรวจจับเพลง AI ของ Deezer
หัวข้อ รายละเอียด
ความแม่นยำของระบบ 99.8%
จำนวนเพลง AI ที่ตรวจพบ 13.4 ล้านเพลง
อัตราการอัปโหลดเพลง AI ปัจจุบัน 60,000 เพลง/วัน
สัดส่วนการสตรีมที่ฉ้อโกงในเพลง AI 85%
โมเดล AI ที่ตรวจจับได้ Suno, Udio และโมเดลหลักอื่นๆ

การตอบสนองของอุตสาหกรรมดนตรีต่อ AI

แต่ละแพลตฟอร์มและค่ายเพลงมีแนวทางรับมือกับ AI ที่แตกต่างกัน ดังนี้:

  • Bandcamp: เลือกใช้วิธีเด็ดขาดด้วยการสั่งแบนเพลงที่สร้างจาก AI ทั้งหมด
  • Spotify: ปรับนโยบายเพื่อลดสแปม กำหนดให้ระบุการใช้ AI ในการผลิต และสั่งห้ามการใช้เสียงเลียนแบบ (Voice Clones) ที่ไม่ได้รับอนุญาต
  • ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ (Universal และ Warner Music Group): เลือกที่จะประนีประนอมโดยการทำข้อตกลงลิขสิทธิ์กับ Suno และ Udio เพื่อให้ศิลปินได้รับค่าตอบแทนเมื่อผลงานถูกนำไปใช้ฝึกฝน AI

สำหรับ Deezer เองได้แสดงจุดยืนชัดเจนในการปกป้องสิทธิของมนุษย์ โดยเป็นแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งรายแรกที่ลงนามในแถลงการณ์ระดับโลกเกี่ยวกับการฝึกฝน AI ร่วมกับศิลปินและนักแสดงชื่อดัง เช่น Kevin Bacon และ Kit Harington

Lauren Forristal

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • Deezer เปิดให้แพลตฟอร์มอื่นใช้เครื่องมือตรวจจับเพลง AI เพื่อสู้กับการฉ้อโกงยอดสตรีม
  • ระบบมีความแม่นยำ 99.8% และสามารถระบุเพลงจาก Suno และ Udio ได้
  • เพลง AI ที่ถูกตรวจพบจะถูกระงับการสร้างรายได้และไม่ได้รับค่าลิขสิทธิ์
  • ยอดอัปโหลดเพลง AI เพิ่มขึ้นจาก 20,000 เป็น 60,000 เพลงต่อวัน
  • 85% ของยอดสตรีมเพลง AI ถูกระบุว่าเป็นการฉ้อโกง

คำถามที่พบบ่อย

เครื่องมือตรวจจับเพลง AI ของ Deezer ทำงานอย่างไร?

ระบบจะวิเคราะห์และระบุเพลงที่สร้างจากโมเดล Generative AI โดยจะทำการติดป้ายกำกับให้ผู้ฟังทราบ และนำเพลงเหล่านั้นออกจากระบบแนะนำเพลงอัตโนมัติ รวมถึงระงับการจ่ายค่าลิขสิทธิ์สำหรับเพลงดังกล่าว

ทำไม Deezer ถึงต้องเปิดให้คู่แข่งใช้เครื่องมือนี้?

เพื่อสร้างมาตรฐานความโปร่งใสในอุตสาหกรรมดนตรี และช่วยให้แพลตฟอร์มต่างๆ สามารถต่อสู้กับการฉ้อโกงยอดสตรีม (Streaming Fraud) ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้ของศิลปินที่เป็นมนุษย์

เพลง AI ทุกเพลงจะถูกลบออกจากระบบหรือไม่?

ต้นฉบับไม่ได้ระบุว่าลบทิ้งทั้งหมด แต่จะเน้นไปที่การติดป้ายกำกับ การนำออกจากระบบแนะนำเพลง และการระงับการสร้างรายได้ (Demonetization) เพื่อไม่ให้เบียดบังพื้นที่และรายได้ของศิลปินจริง

ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่มีความเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้?

ค่ายเพลงอย่าง Universal และ Warner Music Group มีแนวทางที่ต่างออกไป โดยเลือกทำข้อตกลงด้านลิขสิทธิ์กับบริษัท AI เพื่อให้มั่นใจว่าศิลปินจะได้รับค่าตอบแทนเมื่อผลงานถูกนำไปใช้เทรน AI

การฉ้อโกงยอดสตรีมด้วย AI รุนแรงแค่ไหน?

มีความรุนแรงสูง โดยมีกรณีตัวอย่างที่นักดนตรีในสหรัฐฯ ใช้บอทปั่นยอดสตรีมเพลง AI จนสามารถขโมยเงินค่าลิขสิทธิ์ไปได้มากกว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ