Deepfake Undress เว็บไซต์ลอกคราบ AI กับช่องโหว่ความปลอดภัยจากยักษ์ใหญ่เทคโนโลยี

ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว กลับมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีนำเทคโนโลยีนี้มาสร้างเครื่องมือที่เป็นอันตราย โดยเฉพาะเว็บไซต์ประเภท "Undress" หรือ "Nudify" ซึ่งเป็นบริการที่ใช้ AI ในการลบเสื้อผ้าออกจากภาพถ่ายของบุคคลจริง เพื่อสร้างภาพเปลือยปลอมโดยที่เจ้าของภาพไม่ยินยอม ซึ่งถือเป็นการละเมิดสิทธิและสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อเหยื่อ

สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ เว็บไซต์เหล่านี้ไม่ได้ทำงานอย่างโดดเดี่ยว แต่กลับใช้ระบบโครงสร้างพื้นฐานจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานเข้าถึงบริการที่ผิดกฎหมายและผิดจริยธรรมได้อย่างง่ายดาย

การใช้ระบบ Sign-in จาก Big Tech เป็นทางลัดสู่การละเมิด

จากการวิเคราะห์ของ WIRED พบว่าเว็บไซต์ลอกคราบ AI รายใหญ่ถึง 16 แห่ง ใช้ระบบ Sign-in API (อินเทอร์เฟซโปรแกรมประยุกต์สำหรับการลงชื่อเข้าใช้) ของบริษัทดัง เช่น Google, Apple, Discord, X (Twitter), Patreon และ Line ซึ่งระบบนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างบัญชีได้ทันทีโดยไม่ต้องกรอกข้อมูลใหม่ ทำให้เว็บไซต์เหล่านี้ดูมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ก่อนที่จะนำผู้ใช้ไปสู่ขั้นตอนการชำระเงินเพื่อสร้างภาพอนาจาร

สถิติการใช้งานระบบลงชื่อเข้าใช้ในเว็บไซต์เหล่านี้มีดังนี้:

  • Google: พบการใช้งานใน 16 เว็บไซต์
  • Discord: พบการใช้งานใน 13 เว็บไซต์
  • Apple: พบการใช้งานใน 6 เว็บไซต์
  • X (Twitter): พบการใช้งานใน 3 เว็บไซต์
  • Patreon และ Line: พบการใช้งานใน 2 เว็บไซต์

Adam Dodge ทนายความและผู้ก่อตั้ง EndTAB ระบุว่า การที่บริษัทเทคโนโลยีปล่อยให้มีการใช้ API เพื่ออำนวยความสะดวกในกิจกรรมที่เข้าข่ายความรุนแรงทางเพศเช่นนี้ เปรียบเสมือนการสร้าง "สะพานทอด" ให้ผู้กระทำผิดเข้าถึงเหยื่อได้ง่ายขึ้น แทนที่จะสร้างกำแพงป้องกัน

Image 10

ธุรกิจมืดและการขยายตัวของอาชญากรรม AI

เทคโนโลยี Deepfake (การสร้างสื่อสังเคราะห์ที่เลียนแบบบุคคลจริง) เริ่มปรากฏชัดเจนตั้งแต่ปลายปี 2017 และได้เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะการสร้างภาพนิ่งที่ทำได้ง่ายกว่าวิดีโอ David Chiu อัยการเมืองซานฟรานซิสโก เปิดเผยว่าเพียงแค่ครึ่งแรกของปีนี้ เว็บไซต์ลอกคราบ 16 แห่งที่ถูกฟ้องร้อง มีจำนวนผู้เข้าชมสูงถึง 200 ล้านครั้ง

เว็บไซต์เหล่านี้ดำเนินงานในรูปแบบธุรกิจที่ปกปิดตัวตนเจ้าของ มีการใช้กลยุทธ์การตลาดผ่านช่องทาง Telegram ที่มีสมาชิกหลายหมื่นคน และบางแห่งยังมีการสร้างสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) ของตนเองเพื่อใช้ชำระค่าบริการ รวมถึงมีการพัฒนาระบบให้สามารถดึงรูปภาพจาก Instagram มาใช้งานได้โดยตรง

สรุปผลกระทบและการดำเนินงานของเว็บไซต์ Undress AI
หัวข้อ รายละเอียด
เป้าหมายหลัก ผู้หญิงและเด็กหญิงทั่วโลก
วัตถุประสงค์การใช้งาน กลั่นแกล้ง, ทำให้อับอาย, และข่มขู่คุกคาม
โมเดลธุรกิจ เก็บค่าบริการรายครั้ง/เครดิต, ระบบ Affiliate, และ Cryptocurrency
ช่องทางเข้าถึง ผลการค้นหาใน Search Engine, โฆษณาโซเชียลมีเดีย, และ App Store

การตอบสนองจากบริษัทเทคโนโลยีและผู้ให้บริการชำระเงิน

หลังจากมีการเปิดเผยข้อมูล บริษัทส่วนใหญ่ได้เริ่มดำเนินการจัดการกับบัญชีนักพัฒนาที่ละเมิดกฎ โดย Apple และ Discord ยืนยันว่าได้ยกเลิกสิทธิ์การเข้าถึง API ของเว็บไซต์ดังกล่าวแล้ว ขณะที่ Google ระบุว่าจะดำเนินการเมื่อพบการละเมิดข้อกำหนดการใช้งาน ส่วน Line อยู่ระหว่างการตรวจสอบ และ X ไม่ได้ให้ความเห็นต่อกรณีนี้

ในด้านการเงิน พบว่าบางเว็บไซต์มีการแสดงโลโก้ของ Mastercard และ Visa เพื่อให้ผู้ใช้ชำระเงิน ซึ่งทาง Mastercard ยืนยันว่าไม่อนุญาตให้ใช้เครือข่ายของตนในการซื้อเนื้อหา Deepfake ที่ไม่ได้รับความยินยอม และจะดำเนินการทันทีที่ตรวจพบ

อย่างไรก็ตาม Clare McGlynn ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัย Durham วิจารณ์ว่าการดำเนินการเหล่านี้เป็นเพียงการ "แก้ปัญหาตามหลัง" หลังจากถูกสื่อหรือนักรณรงค์กดดัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ขาดความกระตือรือร้นในการป้องกันปัญหาตั้งแต่ต้น

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • การละเมิดสิทธิ: เว็บไซต์ Undress AI ใช้ AI ลบเสื้อผ้าจากภาพจริงโดยไม่ได้รับความยินยอม ซึ่งถือเป็นการล่วงละเมิดทางเพศรูปแบบหนึ่ง
  • ช่องโหว่ API: ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีอย่าง Google และ Apple ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการยืนยันตัวตนเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้เว็บผิดกฎหมาย
  • สถิติที่น่าตกใจ: เว็บไซต์เป้าหมายเพียง 16 แห่ง มีผู้เข้าใช้งานสูงถึง 200 ล้านครั้งในช่วงครึ่งปีแรกของปีปัจจุบัน
  • การปรับตัวของอาชญากร: เมื่อถูกระงับ API จากแพลตฟอร์มหนึ่ง เว็บไซต์เหล่านี้จะรีบแจ้งผู้ใช้ผ่าน Telegram และพยายามกู้คืนระบบหรือเปลี่ยนไปใช้ช่องทางอื่นทันที

คำถามที่พบบ่อย

Deepfake Undress คืออะไร?

คือการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ประมวลผลภาพถ่ายของบุคคลจริงเพื่อลบเสื้อผ้าออก และสร้างภาพจำลองให้ดูเหมือนว่าบุคคลในภาพอยู่ในสภาพเปลือย โดยที่เจ้าของภาพไม่ได้ยินยอม

ทำไมเว็บไซต์เหล่านี้ถึงใช้การ Login ผ่าน Google หรือ Apple?

เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้สมัครสมาชิกได้รวดเร็ว และใช้ชื่อเสียงของบริษัทเทคโนโลยีเหล่านี้สร้างความน่าเชื่อถือ (Veneer of credibility) ให้กับเว็บไซต์ที่ดำเนินธุรกิจมืด

การกระทำนี้ผิดกฎหมายหรือไม่?

การสร้างและเผยแพร่ภาพอนาจารที่ไม่ได้เกิดจากความยินยอมถือเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวและเข้าข่ายอาชญากรรมทางเพศ ซึ่งในหลายประเทศรวมถึงสหรัฐฯ มีการฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้สร้างเว็บไซต์เหล่านี้

บริษัทเทคโนโลยีมีส่วนรับผิดชอบอย่างไร?

แม้บริษัทเหล่านี้จะมีกฎห้ามใช้บริการเพื่อสร้างความเสียหาย แต่ถูกวิจารณ์ว่าขาดการตรวจสอบเชิงรุก (Proactive moderation) และปล่อยให้ระบบ API ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดเป็นเวลานานก่อนจะมีการแก้ไขเมื่อเป็นข่าว

เราจะป้องกันตนเองได้อย่างไร?

ควรระมัดระวังการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของรูปภาพในโซเชียลมีเดีย และหลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลส่วนตัวหรือลงชื่อเข้าใช้เว็บไซต์ที่ไม่รู้จักผ่าน API ของบริษัทเทคโนโลยี หากไม่มั่นใจในความปลอดภัยของเว็บไซต์นั้นๆ