Deep Tagging นวัตกรรมการค้นหาคอนเทนต์ Rich Media ให้แม่นยำระดับวินาที

ในยุคที่การเผยแพร่เนื้อหาแบบ Rich Media (สื่อประสมที่มีทั้งภาพ เสียง และวิดีโอ) เช่น พอดแคสต์ (Podcasting) และวิดีโอแคสติ้งบน YouTube เติบโตอย่างรวดเร็ว กลับกลายเป็นความท้าทายครั้งใหญ่สำหรับระบบ Search Engine เนื่องจากวิธีการจัดทำดัชนี (Indexing) และการจัดอันดับแบบดั้งเดิมที่ใช้กับข้อความ ไม่สามารถนำมาปรับใช้กับไฟล์สื่อเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะข้อมูลภายในไฟล์วิดีโอหรือเสียงไม่สามารถถูกอ่านและจัดเก็บเป็นดัชนีได้โดยง่าย

เพื่อแก้ปัญหานี้ จึงมีสตาร์ทอัพหลายรายพยายามสร้างระบบถอดความ (Transcription) หรือการเปลี่ยนเสียงเป็นข้อความ เช่น Pluggd และ Podzinger เพื่อให้ Search Engine สามารถเข้ามาจัดเก็บข้อมูลและค้นหาเนื้อหาภายในสื่อเหล่านั้นได้

อีกหนึ่งวิธีที่นิยมคือการใช้ Tags หรือการติดป้ายกำกับคำสำคัญ ซึ่งแพลตฟอร์มอย่าง YouTube และ Flickr นำมาใช้เพื่อให้ทั้งมนุษย์และระบบค้นหาเข้าใจเนื้อหาในภาพรวมได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม การติดแท็กในระดับพื้นฐานมักครอบคลุมเพียงหัวข้อกว้างๆ ทำให้รายละเอียดสำคัญจำนวนมากภายในไฟล์ถูกมองข้ามไป

การก้าวข้ามขีดจำกัดของ Metadata

การจัดการกับ Metadata (ข้อมูลที่ใช้อธิบายข้อมูลหลัก) ของสื่อประสมกลายเป็นธุรกิจที่มีมูลค่ามหาศาล ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ Truveo สตาร์ทอัพด้านการค้นหาวิดีโอที่ก่อตั้งในปี 2005 ซึ่งต่อมาถูก AOL ซื้อกิจการไปด้วยมูลค่าไม่ต่ำกว่า 50 ล้านดอลลาร์ แม้ Truveo จะช่วยแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังไม่สมบูรณ์แบบ เช่นเดียวกับ CastTV ที่พยายามยกระดับการค้นหาให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น แต่ถึงกระนั้น ระบบเหล่านี้ก็ยังไม่สามารถระบุตำแหน่งที่แน่นอนของเนื้อหาภายในไฟล์ได้อย่างแม่นยำ

ทำความรู้จักกับ Deep Tagging

นี่คือจุดที่ Deep Tagging เข้ามามีบทบาทสำคัญ ซึ่งแตกต่างจากการติดแท็กทั่วไปที่ผูกติดกับไฟล์ทั้งไฟล์ แต่ Deep Tagging จะเป็นการผูกแท็กเข้ากับ คลิปย่อย (Clip) หรือช่วงเวลาเฉพาะเจาะจงภายในไฟล์นั้นๆ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถคลิกที่แท็กแล้วกระโดดไปยังช่วงเวลาที่ต้องการรับชมหรือรับฟังได้ทันที แม้กระบวนการนี้จะต้องใช้แรงงานคนในการระบุตำแหน่ง แต่สำหรับผู้ผลิตคอนเทนต์แล้ว ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง

ปัจจุบันมีผู้ให้บริการที่สนับสนุนระบบนี้หลายราย เช่น MotionBox, Viddler, Click.tv และ JumpCut (ซึ่งถูก Yahoo ซื้อกิจการไป) ขณะที่ Google เองก็ได้เพิ่มฟีเจอร์คำบรรยาย (Captioning) และความสามารถในการสร้างลิงก์ถาวรเพื่อระบุจุดเวลาในคลิปวิดีโอ

ประสบการณ์การใช้งานจริงกับ Veotag

หนึ่งในเครื่องมือที่น่าสนใจคือ Veotag ซึ่งช่วยให้ผู้ฟังพอดแคสต์สามารถข้ามไปยังส่วนต่างๆ ของรายการได้ทันที ตัวอย่างเช่น ในรายการ TalkCrunch ที่มีการนำ Veotag มาปรับใช้ ทำให้ผู้ฟังไม่ต้องเสียเวลาเลื่อนหาเนื้อหาที่สนใจ และที่สำคัญคือสามารถนำเครื่องเล่นของ Veotag ไปฝัง (Embed) ไว้ในเว็บไซต์ได้โดยตรง ซึ่งมีประสิทธิภาพมากกว่าการใช้ Flash player แบบเดิม

สรุปเปรียบเทียบการระบุข้อมูลใน Rich Media
วิธีการ ลักษณะการทำงาน ข้อจำกัด
General Tagging ติดแท็กภาพรวมทั้งไฟล์ ไม่สามารถระบุตำแหน่งเนื้อหาที่ชัดเจนได้
Transcription ถอดเสียงเป็นข้อความทั้งหมด ใช้เวลาประมวลผลและอาจไม่แม่นยำ 100%
Deep Tagging ผูกแท็กกับช่วงเวลาเฉพาะในคลิป ต้องใช้แรงงานคนในการระบุตำแหน่ง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • Rich Media มีปัญหาด้านการทำ Indexing ทำให้ Search Engine ค้นหาเนื้อหาภายในได้ยาก
  • Deep Tagging ช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงเนื้อหาเฉพาะส่วนในวิดีโอหรือเสียงได้ทันทีผ่านการคลิกแท็ก
  • Truveo เป็นตัวอย่างความสำเร็จทางธุรกิจในด้านการค้นหาวิดีโอ โดยถูก AOL ซื้อกิจการในราคากว่า 50 ล้านดอลลาร์
  • Veotag เป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสบการณ์การฟังพอดแคสต์ให้สะดวกขึ้นด้วยการระบุจุดเวลาสำคัญ

คำถามที่พบบ่อย

Deep Tagging แตกต่างจากการติด Tag ปกติอย่างไร?

การติด Tag ปกติจะเป็นการระบุหัวข้อกว้างๆ ให้กับไฟล์ทั้งไฟล์ แต่ Deep Tagging จะระบุคำสำคัญลงไปในช่วงเวลาที่เฉพาะเจาะจงภายในไฟล์ ทำให้ผู้ใช้สามารถกดเพื่อข้ามไปยังนาทีหรือวินาทีที่ต้องการได้ทันที

ทำไม Search Engine ถึงค้นหาเนื้อหาในวิดีโอหรือพอดแคสต์ได้ยาก?

เนื่องจากข้อมูลในรูปแบบเสียงและวิดีโอไม่ใช่ข้อความ (Text) ซึ่งเป็นรูปแบบหลักที่ Search Engine ใช้ในการทำดัชนีและจัดอันดับ ทำให้ระบบไม่สามารถ "อ่าน" เนื้อหาภายในได้หากไม่มีการถอดความหรือการติดแท็กช่วย

การทำ Deep Tagging จำเป็นต้องใช้คนทำหรือไม่?

ใช่ ในปัจจุบันการทำ Deep Tagging ที่แม่นยำยังคงต้องอาศัยแรงงานมนุษย์ในการฟังหรือดูเนื้อหาเพื่อระบุจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของแต่ละแท็กให้ถูกต้อง

มีเครื่องมือใดบ้างที่รองรับการทำ Deep Tagging?

มีหลายเครื่องมือ เช่น Veotag, MotionBox, Viddler และ Click.tv รวมถึงฟีเจอร์บางส่วนของ Google ที่อนุญาตให้สร้างลิงก์ระบุเวลาในวิดีโอได้