DarkSword ภัยคุกคามใหม่บน iPhone ที่เปลี่ยนการโจมตีแบบเจาะจงเป็นการแฮกแบบหว่านแห

ในอดีต เทคนิคการแฮก iPhone มักถูกเปรียบเหมือนสัตว์หายากที่พบเห็นได้ยากยิ่ง เนื่องจากแฮกเกอร์จะเลือกเป้าหมายอย่างระมัดระวังและใช้เครื่องมืออย่างลับๆ เพื่อไม่ให้ถูกตรวจพบ แต่ปัจจุบันสถานการณ์ได้เปลี่ยนไป เมื่อมีการค้นพบแคมเปญจารกรรมทางไซเบอร์ที่นำเครื่องมือระดับสูงมาฝังไว้ในเว็บไซต์ทั่วไป เพื่อโจมตีผู้ใช้งาน iPhone จำนวนมหาศาลโดยไม่เลือกเป้าหมาย

ล่าสุด นักวิจัยจาก Google ร่วมกับบริษัทความปลอดภัยไซเบอร์อย่าง iVerify และ Lookout ได้เปิดเผยถึงเทคนิคการโจมตีที่ชื่อว่า DarkSword ซึ่งเป็นเครื่องมือแฮก iOS ที่มีความซับซ้อนสูง โดยสามารถเข้าควบคุมเครื่องได้ทันทีและเงียบเชียบเพียงแค่ผู้ใช้กดเข้าชมเว็บไซต์ที่ติดเชื้อ

กลไกการทำงานของ DarkSword: การโจมตีแบบ 'ฉกชิงวิ่งราว'

สิ่งที่ทำให้ DarkSword น่ากลัวคือการใช้เทคนิค Fileless Malware หรือมัลแวร์ไร้ไฟล์ ซึ่งปกติมักพบในระบบปฏิบัติการ Windows โดยแทนที่จะติดตั้งซอฟต์แวร์สปายแวร์ลงในเครื่องซึ่งจะทิ้งร่องรอยให้ตรวจพบได้ง่าย DarkSword จะใช้วิธีการเข้าควบคุมกระบวนการทำงานปกติของระบบปฏิบัติการ iOS เพื่อขโมยข้อมูลแทน

ด้วยวิธีการนี้ การโจมตีจึงมีลักษณะเป็นแบบ Smash-and-Grab คือการรีบขโมยข้อมูลสำคัญออกไปให้เร็วที่สุดภายในไม่กี่นาทีหลังจากแฮกสำเร็จ และที่สำคัญคือการติดเชื้อนี้จะไม่คงอยู่ถาวร หากผู้ใช้ทำการรีบูตเครื่อง (Reboot) ร่องรอยการโจมตีจะหายไป ทำให้การตรวจจับทำได้ยากยิ่งขึ้น

Image may contain Electronics Phone Mobile Phone Blade Razor Weapon Texting and Computer

ข้อมูลที่เสี่ยงถูกขโมยและกลุ่มเป้าหมาย

DarkSword ถูกออกแบบมาเพื่อกวาดข้อมูลส่วนตัวอย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นรหัสผ่าน, รูปภาพ, ประวัติการแชทจาก iMessage, WhatsApp และ Telegram รวมถึงข้อมูลในปฏิทิน, บันทึก (Notes) และแม้กระทั่งข้อมูลสุขภาพจากแอป Health ของ Apple นอกจากนี้ยังมีการตรวจพบว่าเครื่องมือนี้ถูกใช้ขโมยข้อมูลกระเป๋าเงินคริปโตเคอร์เรนซี ซึ่งบ่งชี้ว่าแฮกเกอร์อาจใช้เพื่อผลประโยชน์ทางการเงินควบคู่ไปกับการจารกรรม

จากการตรวจสอบพบว่า DarkSword ถูกนำไปใช้ในหลายประเทศ เช่น ซาอุดีอาระเบีย, ตุรกี และมาเลเซีย โดยในตุรกีและมาเลเซียคาดว่าลูกค้าของบริษัท PARS Defense เป็นผู้ใช้งานเครื่องมือนี้ นอกจากนี้ยังพบว่าสายลับชาวรัสเซียได้นำ DarkSword ไปฝังไว้ในเว็บไซต์ข่าวและหน่วยงานรัฐบาลของยูเครนเพื่อดักเก็บข้อมูลผู้เข้าชม

ความประมาทของแฮกเกอร์ที่กลายเป็นช่องโหว่ให้คนอื่น

ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือ นักวิจัยพบว่าแฮกเกอร์ชาวรัสเซียทิ้งซอร์สโค้ด (Source Code) ของ DarkSword ไว้บนเว็บไซต์ที่ใช้โจมตีอย่างเปิดเผย พร้อมคำอธิบายภาษาอังกฤษที่ชัดเจน ทำให้แฮกเกอร์รายอื่นสามารถคัดลอกและนำไปใช้งานต่อได้ทันที ซึ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้กับผู้ใช้ iPhone ทั่วโลกอย่างมหาศาล

สรุปเปรียบเทียบเครื่องมือแฮก iOS: Coruna vs DarkSword
หัวข้อเปรียบเทียบ Coruna DarkSword
เวอร์ชัน iOS ที่ได้รับผลกระทบ iOS 13 ถึง 17 ส่วนใหญ่ของ iOS 18
รูปแบบการโจมตี ชุดเครื่องมือเต็มรูปแบบ (Full Toolkit) มัลแวร์ไร้ไฟล์ (Fileless / Smash-and-Grab)
เป้าหมายหลัก จารกรรมระดับรัฐ / ขโมยคริปโต จารกรรม / ขโมยข้อมูลส่วนตัวและคริปโต
ผู้ใช้งานที่ตรวจพบ กลุ่มจารกรรมรัสเซีย และอาชญากรไซเบอร์ สายลับรัสเซีย, PARS Defense และกลุ่มอื่นๆ

ที่มาของเครื่องมือและตลาดมืดของช่องโหว่

แม้จะไม่ทราบแน่ชัดว่าใครเป็นผู้สร้าง DarkSword แต่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าเครื่องมือนี้มาจาก Broker หรือบริษัทนายหน้าซื้อขายช่องโหว่ โดยมีความเชื่อมโยงกับ Operation Zero ซึ่งเป็นบริษัทนายหน้าชาวรัสเซียที่เคยถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตร และมีความเกี่ยวข้องกับ Trenchant (บริษัทลูกของ L3Harris) ที่เคยมีอดีตพนักงานยอมรับว่าขายเครื่องมือแฮกให้แก่ Operation Zero

ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า เครื่องมือแฮกที่เคยจำกัดอยู่เพียงกลุ่มจารกรรมระดับสูง กำลังกลายเป็นสินค้าในตลาดมืดที่อาชญากรไซเบอร์ทั่วไปสามารถเข้าถึงและนำมาใช้โจมตีประชาชนทั่วไปได้อย่างง่ายดาย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • DarkSword โจมตีผ่านเว็บไซต์ที่ติดเชื้อ โดยมุ่งเป้าไปที่ผู้ใช้ iOS 18
  • ใช้เทคนิค Fileless Malware ทำให้ตรวจจับยากและหายไปเมื่อรีสตาร์ทเครื่อง
  • สามารถขโมยข้อมูลได้หลากหลาย ตั้งแต่แชทส่วนตัว ข้อมูลสุขภาพ ไปจนถึงรหัสกระเป๋าเงินคริปโต
  • ผู้ใช้ที่อัปเดตเป็น iOS 26 หรือเปิดใช้งาน Lockdown Mode จะได้รับการปกป้อง
  • ซอร์สโค้ดของเครื่องมือถูกปล่อยหลุด ทำให้แฮกเกอร์รายอื่นนำไปใช้งานต่อได้ง่าย

คำถามที่พบบ่อย

iPhone ของฉันเสี่ยงต่อการถูก DarkSword โจมตีหรือไม่?

หากคุณยังใช้งาน iOS 18 และเข้าชมเว็บไซต์ที่ถูกฝังโค้ดอันตราย คุณมีความเสี่ยงที่จะถูกโจมตีได้ เนื่องจาก DarkSword มุ่งเป้าไปที่เวอร์ชันนี้โดยเฉพาะ

จะป้องกันตัวเองจาก DarkSword ได้อย่างไร?

วิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือการอัปเดตระบบปฏิบัติการเป็นเวอร์ชันล่าสุด (เช่น iOS 26) หรือสำหรับผู้ที่ต้องการความปลอดภัยสูงสุด สามารถเปิดใช้งาน Lockdown Mode ซึ่งเป็นโหมดรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดของ Apple

ถ้าเครื่องถูกแฮกด้วย DarkSword ข้อมูลจะยังอยู่หรือไม่?

DarkSword ใช้วิธีขโมยข้อมูลออกไปอย่างรวดเร็ว (Smash-and-Grab) ข้อมูลของคุณจะถูกส่งไปยังแฮกเกอร์ แต่ตัวมัลแวร์จะไม่ฝังตัวถาวรในเครื่องและจะหายไปเมื่อมีการรีบูต

ทำไมการอัปเดตซอฟต์แวร์ถึงสำคัญมากในกรณีนี้?

เพราะ Apple ได้ออกแพตช์ความปลอดภัยเพื่อปิดช่องโหว่ที่ DarkSword และ Coruna ใช้ การอัปเดตจึงเป็นการปิดประตูไม่ให้เครื่องมือเหล่านี้เข้าถึงระบบของเครื่องได้

ฉันจะตรวจสอบได้อย่างไรว่าเครื่องถูกโจมตีหรือไม่?

เนื่องจากเป็นมัลแวร์ไร้ไฟล์ การตรวจจับด้วยตนเองจึงทำได้ยาก อย่างไรก็ตาม แอปพลิเคชันด้านความปลอดภัยจาก iVerify และ Lookout ระบุว่าสามารถตรวจพบการติดเชื้อ DarkSword ในรูปแบบที่พวกเขาค้นพบได้