Codec เครื่องมือวิเคราะห์วิดีโอพลิกเกมคดีประท้วง George Floyd ในนิวยอร์ก
เหตุการณ์ประท้วงครั้งใหญ่ในสหรัฐอเมริกาช่วงปลายเดือนพฤษภาคมถึงต้นเดือนมิถุนายน ปี 2020 เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้แก่ George Floyd นำไปสู่การเผชิญหน้าระหว่างผู้ประท้วงและเจ้าหน้าที่ตำรวจนิวยอร์ก (NYPD) ซึ่งมีรายงานการใช้ความรุนแรง การฉีดสเปรย์พริกไทย และการจับกุมผู้บริสุทธิ์จำนวนมาก
สามปีต่อมา ความคืบหน้าทางกฎหมายครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเมืองนิวยอร์กตกลงจ่ายเงินชดเชยให้แก่ผู้ประท้วงประมาณ 1,380 คน คนละ 9,950 ดอลลาร์ รวมเป็นเงินกว่า 13 ล้านดอลลาร์ ซึ่งทีมกฎหมายระบุว่าเป็นจำนวนเงินชดเชยที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ สำหรับกลุ่มผู้ประท้วง
เบื้องหลังชัยชนะทางกฎหมาย: พลังของข้อมูลมหาศาล
กุญแจสำคัญที่ทำให้ทีมทนายความสามารถเอาชนะคดีนี้ได้คือการจัดการกับข้อมูลวิดีโอจำนวนมหาศาล ทั้งจากกล้องติดตัวตำรวจ (Body Cams), กล้องตรวจการณ์จากเฮลิคอปเตอร์ และคลิปจากโซเชียลมีเดีย ซึ่งมีจำนวนหลายหมื่นชั่วโมง รวมถึงข้อความและอีเมลจำนวนมาก
เพื่อจัดการกับข้อมูลเหล่านี้ ทีมกฎหมายได้นำ Codec มาใช้งาน ซึ่งเป็นเครื่องมือจัดหมวดหมู่วิดีโอที่พัฒนาโดย SITU Research เอเจนซี่ด้านการออกแบบที่มุ่งเน้นเรื่องสิทธิพลเมือง โดย Codec ช่วยให้สามารถวิเคราะห์และคัดกรองวิดีโอจำนวนหลายเทราไบต์ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อค้นหาหลักฐานการใช้ความรุนแรงที่ถูกจัดตั้งโดยรัฐ
การเปลี่ยนข้อมูลดิบให้เป็นแผนที่หลักฐาน
ทีมกฎหมายได้วิเคราะห์วิดีโอกว่า 6,300 คลิป และคัดเลือกคลิปที่สำคัญที่สุด 72 คลิป โดยนำข้อมูลพิกัดทางภูมิศาสตร์ (Geospatial information) และการประทับเวลา (Time stamps) มาสร้างเป็นแผนที่ดิจิทัล ซึ่งแสดงจุดที่เกิดเหตุการณ์ที่เข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของตำรวจ
หลักฐานในวิดีโอเผยให้เห็นภาพที่น่าตกใจ เช่น เจ้าหน้าที่ฉีดสเปรย์พริกไทยใส่คนที่ยืนนิ่งๆ อยู่ข้างตึก, การใช้ประตูรถชนผู้ประท้วง หรือแม้แต่การที่เจ้าหน้าที่ประสานมือกันบุกเข้าทำร้ายผู้ประท้วงด้วยกระบอง ซึ่งชี้ให้เห็นถึงรูปแบบการใช้ความรุนแรงอย่างเป็นระบบในช่วงวันที่ 28 พฤษภาคม ถึง 4 มิถุนายน 2020

ทำความรู้จักกับ Codec: เครื่องมือสืบสวนดิจิทัล
Codec คือเครื่องมือแบบ Open Source (ซอฟต์แวร์ที่เปิดเผยซอร์สโค้ดให้ใช้งานฟรี) ที่ช่วยให้นักวิเคราะห์สามารถจัดหมวดหมู่วิดีโอตามเกณฑ์ต่างๆ เช่น สถานที่ วันที่ และเวลา นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มพารามิเตอร์เฉพาะเจาะจงได้ เช่น การระบุว่าคลิปใดมีการใช้สเปรย์พริกไทย เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหาหลักฐานในคดีความ
เดิมที SITU Research ใช้เครื่องมือนี้สืบสวนเหตุการณ์ระดับโลก เช่น การปฏิวัติไมดานในยูเครนปี 2014 และการลุกฮือในอิรักปี 2019 ก่อนจะหันมาใช้สืบสวนเหตุการณ์ภายในสหรัฐฯ เช่น การประท้วง Black Lives Matter ในเมืองพอร์ตแลนด์ และชาร์ลอตต์
จาก Mott Haven สู่ระดับเมือง
ความสำเร็จของ Codec เริ่มเห็นชัดจากคดีในย่าน Mott Haven เขตบร็องซ์ ซึ่งมีการพิสูจน์ว่า NYPD ใช้ยุทธวิธี Kettling (การล้อมกรอบผู้ประท้วงไม่ให้มีทางออก) เพื่อบีบให้ผู้ประท้วงละเมิดคำสั่งเคอร์ฟิว จนนำไปสู่การจ่ายเงินชดเชยรายบุคคลที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์การจับกุมหมู่ของสหรัฐฯ (21,500 ดอลลาร์ต่อคน)
| หัวข้อ | รายละเอียดคดีรวม (City-wide) | รายละเอียดคดี Mott Haven |
|---|---|---|
| จำนวนผู้ได้รับชดเชย | ประมาณ 1,380 คน | มากกว่า 300 คน |
| จำนวนเงินชดเชยต่อคน | 9,950 ดอลลาร์ | 21,500 ดอลลาร์ |
| เครื่องมือวิเคราะห์หลัก | Codec (SITU Research) | Codec (SITU Research) |
| ประเด็นหลัก | การใช้ความรุนแรงอย่างเป็นระบบ | ยุทธวิธี Kettling (การล้อมกรอบ) |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- มูลค่ารวม: การชดเชยในคดีรวมทั่วเมืองนิวยอร์กมีมูลค่ากว่า 13 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นยอดรวมที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ สำหรับผู้ประท้วง
- การวิเคราะห์ข้อมูล: ทีมกฎหมายวิเคราะห์วิดีโอมากกว่า 6,300 คลิป โดยใช้ Codec ช่วยจัดหมวดหมู่
- ประเภทการละเมิด: แบ่งเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ การจับกุมโดยมิชอบ, การใช้สเปรย์พริกไทยผิดวิธี, การใช้กระบองทำร้าย และการใช้กำลังเกินกว่าเหตุ
- อนาคตของเทคโนโลยี: SITU Research กำลังพัฒนา Machine Learning และ Computer Vision เพื่อให้ Codec สามารถตรวจจับวัตถุ (เช่น กระบอง) ได้โดยอัตโนมัติ
คำถามที่พบบ่อย
Codec คืออะไรและทำงานอย่างไร?
Codec เป็นเครื่องมือ Open Source สำหรับจัดหมวดหมู่วิดีโอ โดยใช้ข้อมูลสถานที่ เวลา และพารามิเตอร์ที่ผู้ใช้กำหนดเอง เพื่อเปลี่ยนวิดีโอจำนวนมหาศาลให้เป็นข้อมูลที่นำไปใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมายได้ง่ายขึ้น
ยุทธวิธี Kettling ที่กล่าวถึงในบทความคืออะไร?
Kettling คือยุทธวิธีของตำรวจในการล้อมกรอบกลุ่มผู้ประท้วงไว้ในพื้นที่จำกัด เพื่อไม่ให้สามารถหลบหนีหรือเคลื่อนที่ได้ ซึ่งในคดี Mott Haven ถูกใช้เพื่อทำให้ผู้ประท้วงกลายเป็นผู้ละเมิดคำสั่งเคอร์ฟิวโดยปริยาย
ทำไมกล้องติดตัวตำรวจ (Body Cam) ถึงไม่เพียงพอในการเป็นหลักฐาน?
เนื่องจากวิดีโอจากกล้องตัวเดียวเห็นภาพได้จำกัด และอาจถูกใช้เพื่อบิดเบือนข้อเท็จจริงได้ การใช้เครื่องมืออย่าง Codec ช่วยให้เห็นภาพรวม (Zoomed-out vantage point) ของเหตุการณ์ทั้งหมด ทำให้เห็นรูปแบบการกระทำที่เกิดขึ้นในหลายจุดพร้อมกัน
ผลลัพธ์ทางกฎหมายของคดีนี้เป็นอย่างไร?
เมืองนิวยอร์กตกลงจ่ายเงินชดเชยให้ผู้ประท้วง 1,380 คน คนละ 9,950 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ทางเมืองและ NYPD ไม่ได้ยอมรับว่ามีการกระทำผิดหรือมีการจัดตั้งเพื่อละเมิดสิทธิผู้ประท้วง



