Cloudflare สกัดกั้น AI Bot กว่า 4 แสนล้านครั้ง ปกป้องผู้สร้างคอนเทนต์จากการถูกดูดข้อมูล

ในยุคที่ Generative AI หรือปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถสร้างเนื้อหาใหม่ได้ กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด สิ่งที่ตามมาคือความต้องการข้อมูลมหาศาลเพื่อใช้ในการฝึกฝนโมเดล ซึ่งนำไปสู่การใช้ AI Bot หรือโปรแกรมอัตโนมัติที่คอยท่องเว็บเพื่อเก็บข้อมูล (Scraping) ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเจ้าของเว็บไซต์และผู้สร้างสรรค์ผลงานทั่วโลก

Matthew Prince ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO ของ Cloudflare บริษัทผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตระดับโลก ได้เปิดเผยในงาน WIRED’s Big Interview ณ เมืองซานฟรานซิสโก ว่าบริษัทของเขาได้ดำเนินการบล็อกคำขอเข้าถึงข้อมูลจาก AI Bot เพื่อปกป้องลูกค้าไปแล้วมากกว่า 4 แสนล้านครั้ง นับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา

จุดเปลี่ยนของโมเดลธุรกิจอินเทอร์เน็ต

Prince มองว่าเรากำลังเผชิญกับ Platform Shift หรือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของแพลตฟอร์ม ซึ่งจะส่งผลให้โมเดลธุรกิจเดิมของอินเทอร์เน็ตที่เน้นการสร้างคอนเทนต์เพื่อดึงดูดทราฟฟิก (Traffic) แล้วนำไปสร้างรายได้ผ่านโฆษณาหรือระบบสมาชิก ต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง

เพื่อตอบโจทย์นี้ Cloudflare จึงได้ริเริ่มแคมเปญ Content Independence Day ในเดือนกรกฎาคม โดยร่วมมือกับสำนักพิมพ์และบริษัท AI เพื่อให้ผู้สร้างคอนเทนต์สามารถบล็อก AI Crawler (โปรแกรมเก็บข้อมูลของ AI) ได้โดยค่าเริ่มต้น เว้นแต่บริษัท AI เหล่านั้นจะยอมจ่ายค่าตอบแทนในการเข้าถึงข้อมูล

Matthew Prince attends the WIRED Big Interview Event.

ปัญหาการผูกขาดและข้อจำกัดของ Google

ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือกลยุทธ์ของ Google ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ในตลาด AI โดย Google ได้รวม Search Crawler (ตัวเก็บข้อมูลเพื่อนำไปแสดงผลในผลการค้นหา) และ AI Crawler (ตัวเก็บข้อมูลเพื่อฝึก AI) เข้าเป็นหนึ่งเดียวกัน

สถานการณ์นี้ทำให้ผู้สร้างคอนเทนต์ตกอยู่ในที่นั่งลำบาก เพราะหากต้องการบล็อกไม่ให้ AI นำข้อมูลไปใช้ ก็จะต้องยอมถูกถอดออกจากระบบการค้นหาของ Google ด้วย ซึ่งส่งผลเสียต่อการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย Prince วิจารณ์ว่านี่คือการใช้ความได้เปรียบจากการผูกขาดในอดีต เพื่อสร้างอำนาจผูกขาดในตลาดแห่งอนาคต

Matthew Prince attend the WIRED Big Interview Event.

ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงข้อมูล

ข้อมูลจาก Cloudflare ระบุว่า Google มีสิทธิ์เข้าถึงหน้าเว็บได้มากกว่าบริษัท AI อื่นๆ อย่างมีนัยสำคัญ โดยพบว่า Google เห็นหน้าเว็บมากกว่า OpenAI ถึง 3.2 เท่า, มากกว่า Microsoft 4.6 เท่า และมากกว่า Meta หรือ Anthropic ถึง 4.8 เท่า

ตารางเปรียบเทียบสัดส่วนการเข้าถึงข้อมูลของ Google เทียบกับบริษัท AI อื่นๆ
บริษัท AI สัดส่วนการเข้าถึงข้อมูล (เมื่อเทียบกับ Google)
OpenAI Google เข้าถึงได้มากกว่า 3.2 เท่า
Microsoft Google เข้าถึงได้มากกว่า 4.6 เท่า
Meta / Anthropic Google เข้าถึงได้มากกว่า 4.8 เท่า

ทางออกเพื่อความยั่งยืนของผู้สร้างสรรค์

Prince เชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์และมุมมองที่เป็นเอกลักษณ์ของมนุษย์ยังมีมูลค่าสูงมากสำหรับบริษัท AI ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเชิงลึกจากข่าวท้องถิ่นหรือไอเดียจากผู้ใช้ Reddit ซึ่งสิ่งนี้สามารถนำไปสู่การทำข้อตกลงด้านลิขสิทธิ์ (Licensing Deals) ที่เป็นธรรมและสร้างรายได้ให้ผู้ผลิตคอนเทนต์ในระยะยาว

ในท้ายที่สุด การออกกฎหมายควบคุมอาจเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อบีบให้บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ปฏิบัติตามกฎเดียวกัน และแยกการทำงานของ Crawler ระหว่างการค้นหาและการฝึก AI ออกจากกัน เพื่อให้โลกอินเทอร์เน็ตเป็นพื้นที่ที่ธุรกิจทุกขนาดสามารถเติบโตได้อย่างเท่าเทียม

Image 4

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • จำนวนการบล็อก: Cloudflare บล็อกคำขอจาก AI Bot ไปแล้ว 416 พันล้านครั้ง ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2024 (ข้อมูลอัปเดตถึงปี 2025)
  • กลยุทธ์ Google: รวม Search และ AI Crawler เข้าด้วยกัน ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถเลือกบล็อกเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งได้
  • ความได้เปรียบ: Google เข้าถึงข้อมูลบนเว็บได้มากกว่าคู่แข่งอย่าง OpenAI และ Meta หลายเท่าตัว
  • เป้าหมาย: ผลักดันให้เกิดโมเดลธุรกิจ AI ที่มีการจ่ายค่าตอบแทนแก่เจ้าของข้อมูล แทนการดูดข้อมูลฟรี

คำถามที่พบบ่อย

AI Bot และ AI Crawler คืออะไร?

คือโปรแกรมอัตโนมัติที่ถูกส่งออกไปท่องเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลจำนวนมหาศาล นำมาใช้ในการฝึกฝนโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) เพื่อให้ AI สามารถตอบคำถามหรือสร้างเนื้อหาได้ใกล้เคียงกับมนุษย์

ทำไมการรวม Crawler ของ Google ถึงเป็นปัญหา?

เพราะทำให้เจ้าของเว็บไม่มีทางเลือก หากต้องการป้องกันไม่ให้ AI นำข้อมูลไปใช้ฟรีๆ ก็ต้องยอมแลกด้วยการหายไปจากผลการค้นหาของ Google ซึ่งเป็นช่องทางหลักในการดึงคนเข้าเว็บไซต์

Content Independence Day คืออะไร?

เป็นโครงการของ Cloudflare ที่สนับสนุนให้ผู้สร้างคอนเทนต์มีสิทธิ์ควบคุมข้อมูลของตนเอง โดยสามารถตั้งค่าบล็อก AI Bot ได้โดยเริ่มต้น เพื่อสร้างอำนาจต่อรองในการเรียกเก็บค่าลิขสิทธิ์จากบริษัท AI

การบล็อก AI Bot จะส่งผลเสียต่อเว็บไซต์หรือไม่?

หากเป็นการบล็อก AI Bot ทั่วไปจะไม่มีผลเสีย แต่หากบล็อก Crawler ของ Google ในปัจจุบัน จะส่งผลให้เว็บไซต์ไม่ถูกจัดดัชนี (Index) และไม่ปรากฏในผลการค้นหาของ Google

อนาคตของรายได้ผู้สร้างคอนเทนต์ในยุค AI จะเป็นอย่างไร?

มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนจากการพึ่งพาค่าโฆษณาเพียงอย่างเดียว ไปสู่การทำสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ (Licensing) โดยบริษัท AI ต้องจ่ายเงินเพื่อเข้าถึงข้อมูลที่มีคุณภาพและมีความเป็นมนุษย์