CISA ระงับงานความมั่นคงการเลือกตั้งสหรัฐฯ เพื่อทบทวนนโยบายตามคำสั่งทรัมป์
หน่วยงานความมั่นคงทางไซเบอร์และโครงสร้างพื้นฐาน (Cybersecurity and Infrastructure Security Agency หรือ CISA) ได้ประกาศระงับการดำเนินงานด้านความมั่นคงของการเลือกตั้งทั้งหมด เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบย้อนหลังตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญที่สะท้อนถึงการปรับตัวตามแนวทางของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตเลือกตั้งและการเซ็นเซอร์ข้อมูลบนโลกออนไลน์
Bridget Bean รักษาการผู้อำนวยการ CISA ได้ออกบันทึกข้อความถึงพนักงานทุกคน โดยสั่งให้มีการ "ทบทวนและประเมินผล" ทุกตำแหน่งงาน กิจกรรม และโครงการที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของการเลือกตั้ง รวมถึงการรับมือกับข้อมูลที่ผิด (Misinformation) และข้อมูลที่จงใจบิดเบือน (Disinformation) นับตั้งแต่ปี 2017 ซึ่งเป็นปีที่รัฐบาลสหรัฐฯ กำหนดให้ระบบการเลือกตั้งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ
การปรับโครงสร้างและผลกระทบต่อการดำเนินงาน
การระงับกิจกรรมครั้งนี้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง โดย CISA ได้ตัดงบประมาณสนับสนุนศูนย์แบ่งปันข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานการเลือกตั้ง (Elections Infrastructure Information Sharing & Analysis Center) ซึ่งเป็นหน่วยงานประสานงานหลักภายใต้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) นอกจากนี้ พนักงานที่เกี่ยวข้องกับงานความมั่นคงการเลือกตั้งและโครงการ MDM (การจัดการข้อมูลที่ผิด บิดเบือน และเป็นอันตราย) บางส่วนถูกสั่งให้พักงานตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
เป้าหมายของการปรับเปลี่ยนครั้งนี้คือการให้ CISA กลับไปมุ่งเน้นที่ภารกิจหลักด้านความปลอดภัยทางกายภาพและทางไซเบอร์เพียงอย่างเดียว โดยการตรวจสอบภายในนี้มีกำหนดจะสิ้นสุดลงในวันที่ 6 มีนาคม
| หัวข้อ | รายละเอียดการเปลี่ยนแปลง |
|---|---|
| สถานะการดำเนินงาน | ระงับกิจกรรมด้านความมั่นคงการเลือกตั้งทั้งหมดชั่วคราว |
| ขอบเขตการตรวจสอบ | ทบทวนตำแหน่งงาน, โครงการ และคู่มือการปฏิบัติงานตั้งแต่ปี 2017 |
| งบประมาณ | ระงับการให้ทุนแก่ศูนย์แบ่งปันข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานการเลือกตั้ง |
| เป้าหมายหลัก | กำจัดกิจกรรมที่เข้าข่ายการเซ็นเซอร์และปรับโฟกัสสู่ภารกิจหลัก |
ปมขัดแย้งเรื่องการเซ็นเซอร์และมุมมองทางการเมือง
ชนวนเหตุของการทบทวนครั้งนี้มาจากคำสั่งบริหารของประธานาธิบดีทรัมป์เมื่อวันที่ 20 มกราคม เพื่อยุติการเซ็นเซอร์โดยรัฐบาลกลาง โดยกลุ่มอนุรักษนิยมมองว่า CISA เคยประสานงานกับบริษัทเทคโนโลยีเพื่อระบุข้อมูลที่ผิดในช่วงการเลือกตั้งปี 2020 ซึ่งถือเป็นการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออก แม้ว่า CISA จะปฏิเสธข้อกล่าวหานี้และศาลฎีกาสหรัฐฯ จะยกฟ้องคดีที่เกี่ยวข้องไปแล้วก็ตาม
ในอดีต เจ้าหน้าที่เลือกตั้งทั้งสองพรรคการเมืองต่างชื่นชม CISA ในฐานะหน่วยงานที่เป็นกลาง ซึ่งให้ความช่วยเหลือทั้งการป้องกันการเจาะระบบทางไซเบอร์ การวางแผนรับมือเหตุรุนแรงในหน่วยเลือกตั้ง และการจัดการปัญหาไฟฟ้าดับหรือบัตรเลือกตั้งไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือนี้เริ่มสั่นคลอนเมื่อฝ่ายรีพับลิกันและกลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์โจมตีว่า CISA เป็นศูนย์กลางของการสอดแนมและเซ็นเซอร์โซเชียลมีเดีย
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- CISA ระงับงานความมั่นคงการเลือกตั้งเพื่อตรวจสอบย้อนหลังตั้งแต่ปี 2017
- มีการสั่งพักงานพนักงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการจัดการข้อมูลบิดเบือน (MDM)
- การตรวจสอบมีกำหนดเสร็จสิ้นในวันที่ 6 มีนาคม เพื่อรายงานผลต่อทำเนียบขาว
- เป้าหมายคือการตัดโครงการหรือตำแหน่งงานที่ขัดต่อคำสั่ง "ยุติการเซ็นเซอร์" ของทรัมป์
- การดำเนินงานนี้ส่งผลกระทบต่อการสนับสนุนด้านความปลอดภัยที่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเคยได้รับ
คำถามที่พบบ่อย
ทำไม CISA ถึงต้องระงับงานด้านความมั่นคงการเลือกตั้ง?
เพื่อทบทวนว่ากิจกรรมที่ผ่านมามีการละเมิดเสรีภาพในการแสดงออกหรือมีการเซ็นเซอร์ข้อมูลตามข้อกล่าวหาของฝ่ายอนุรักษนิยมหรือไม่ และเพื่อให้สอดคล้องกับคำสั่งบริหารของประธานาธิบดีทรัมป์
การตรวจสอบนี้ครอบคลุมถึงอะไรบ้าง?
ครอบคลุมทุกตำแหน่งงาน แผนการปฏิบัติงาน บริการสนับสนุน คู่มือ และสิ่งพิมพ์ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของการเลือกตั้งและการจัดการข้อมูลบิดเบือน
เจ้าหน้าที่เลือกตั้งในระดับท้องถิ่นได้รับผลกระทบอย่างไร?
เดิมทีเจ้าหน้าที่เหล่านี้พึ่งพาความเชี่ยวชาญของ CISA ในการป้องกันแฮกเกอร์และวางแผนความปลอดภัยทางกายภาพ ซึ่งการระงับงานครั้งนี้อาจทำให้ขาดทรัพยากรและการสนับสนุนที่เคยได้รับ
ใครเป็นผู้สั่งการให้มีการตรวจสอบครั้งนี้?
Bridget Bean รักษาการผู้อำนวยการ CISA เป็นผู้ลงนามในบันทึกสั่งการ โดยอ้างอิงถึงคำสั่งบริหารของทรัมป์ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นการสั่งการโดยตรงจากทำเนียบขาวหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิหรือไม่
ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นหลังการตรวจสอบคืออะไร?
CISA จะส่งรายงานให้ทำเนียบขาวเพื่อปรับลดบริการให้กระชับขึ้น และกำจัดบุคลากร สัญญา หรือโครงการที่ขัดต่อคำสั่งต่อต้านการเซ็นเซอร์ของประธานาธิบดี



