ChatGPT AI Image Generator กับความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวที่คุณอาจไม่รู้

ในช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา โลกโซเชียลมีเดียทั้ง LinkedIn และ X ต่างถูกเติมเต็มด้วยภาพ Action Figure หรือฟิกเกอร์จำลองที่ดูเหมือนตัวจริงอย่างน่าเหลือเชื่อ พร้อมอุปกรณ์เสริมส่วนตัวที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ของผู้สร้าง เช่น แก้วกาแฟรักษ์โลก หรือเสื่อโยคะ ซึ่งกระแสนี้รวมถึงการเปลี่ยนภาพถ่ายให้เป็นสไตล์แอนิเมชันของ Studio Ghibli ที่กลายเป็นไวรัลอย่างรวดเร็ว

เบื้องหลังความสนุกนี้คือพลังของ GPT-4o เครื่องมือสร้างภาพรุ่นใหม่จาก OpenAI ที่ยกระดับความสามารถของ ChatGPT ในการแก้ไขรูปภาพและเรนเดอร์ข้อความให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น แม้การใช้งานจะง่ายเพียงแค่มีบัญชีฟรีและรูปถ่ายหนึ่งใบ แต่สิ่งที่ผู้ใช้ต้องแลกมาคือข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ถูกส่งต่อไปยัง OpenAI ซึ่งอาจถูกนำไปใช้ในการพัฒนาโมเดล AI ในอนาคต

ข้อมูลที่ถูกซ่อนอยู่ในรูปภาพของคุณ

หลายคนอาจคิดว่าการอัปโหลดรูปภาพคือการส่งเพียงแค่ "ภาพที่เห็น" แต่ในความเป็นจริงมีข้อมูลที่มองไม่เห็นแฝงอยู่ด้วย Tom Vazdar ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์จาก Open Institute of Technology ระบุว่า ทุกครั้งที่คุณอัปโหลดภาพ คุณกำลังส่ง Metadata หรือข้อมูลกำกับภาพ ซึ่งรวมถึง EXIF data (ข้อมูลทางเทคนิคของไฟล์ภาพ) ที่ระบุเวลาที่ถ่ายภาพและพิกัด GPS ของสถานที่นั้นๆ

นอกจากนี้ OpenAI ยังเก็บข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่ใช้เข้าถึงแพลตฟอร์ม เช่น ประเภทอุปกรณ์, ระบบปฏิบัติการ, เวอร์ชันของเบราว์เซอร์ และตัวระบุเอกลักษณ์เฉพาะ (Unique Identifiers) รวมถึง Behavioral Data หรือข้อมูลพฤติกรรม เช่น ข้อความที่พิมพ์ รูปแบบภาพที่ร้องขอ และความถี่ในการใช้งาน

UNDERSTAND ROBOTS, HACKING, AI AGENTS, WHAT'S NEXT <br> Get clarity. Because what happens next changes everything. <br><del>$4</del> <strong>$2/month for 1 year</strong> <br> CTA:GET DIGITAL ACCESS

Camden Woollven จาก GRC International Group เตือนว่า หากคุณอัปโหลดภาพที่มีความละเอียดสูง ข้อมูลทุกอย่างในพื้นหลัง ไม่ว่าจะเป็นบุคคลอื่น สิ่งของในห้อง หรือแม้แต่เอกสารและบัตรพนักงานที่อ่านได้ จะถูกส่งไปยังระบบทั้งหมด ซึ่งข้อมูลที่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้เหล่านี้ถือเป็น "ขุมทรัพย์" สำหรับการฝึกฝน Multimodal AI (AI ที่ประมวลผลข้อมูลได้หลายรูปแบบ เช่น ภาพและข้อความพร้อมกัน)

การเก็บข้อมูลกับนโยบายของ OpenAI

แม้ OpenAI จะปฏิเสธว่าไม่ได้สร้างกระแสไวรัลเพื่อหลอกเก็บข้อมูล แต่การที่ผู้ใช้อัปโหลดภาพใบหน้าของตนเองโดยสมัครใจ ช่วยให้บริษัทได้รับข้อมูลใบหน้าที่หลากหลาย ทั้งในด้านอายุ เชื้อชาติ และภูมิศาสตร์ โดยไม่ต้องไปดึงข้อมูล (Scrape) จากเว็บไซต์ต่างๆ

ทางโฆษกของ OpenAI ยืนยันว่าบริษัทไม่ได้แสวงหาข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อสร้างโปรไฟล์สำหรับโฆษณาหรือนำไปขาย อย่างไรก็ตาม ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวปัจจุบัน รูปภาพที่ส่งผ่าน ChatGPT สามารถถูกเก็บรักษาและนำไปใช้เพื่อปรับปรุงโมเดลของบริษัทได้ ซึ่ง Jake Moore จาก ESET อธิบายว่าข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านี้ช่วยให้ AI สามารถปรับจูน (Fine-tune) การทำงานให้แม่นยำยิ่งขึ้น

WIRED

กฎหมายคุ้มครองข้อมูลและความคลุมเครือทางเทคนิค

ในยุโรปและสหราชอาณาจักรมีกฎหมาย GDPR (General Data Protection Regulation) ที่คุ้มครองข้อมูลอย่างเข้มงวด รวมถึงการใช้ Biometric Data (ข้อมูลทางชีวภาพที่ใช้ระบุตัวตน) ที่ต้องได้รับความยินยอมอย่างชัดเจน แต่ Melissa Hall จาก MFMac ให้ความเห็นว่า การเปลี่ยนภาพถ่ายเป็นตัวการ์ตูนอาจไม่เข้าข่ายการประมวลผลข้อมูลชีวภาพตามนิยามทางกฎหมายเสมอไป

สำหรับในสหรัฐอเมริกา การคุ้มครองมีความแตกต่างกันไปตามรัฐ โดยแคลิฟอร์เนียและอิลลินอยส์มีกฎหมายที่เข้มแข็งที่สุด Annalisa Checchi จาก Ionic Legal ระบุว่านโยบายของ OpenAI ยังไม่มีข้อกำหนดที่ชัดเจนเกี่ยวกับข้อมูลรูปลักษณ์ (Likeness) ซึ่งสร้าง "พื้นที่สีเทา" ในการอัปโหลดภาพใบหน้าแบบสไตไลซ์ ความเสี่ยงคือภาพของคุณอาจถูกนำไปรวมกับข้อมูลอื่นเพื่อสร้างโปรไฟล์ และเมื่ออัปโหลดไปแล้ว การขอยกเลิกหรือลบออกทำได้ยาก

Image 27

วิธีปกป้องความเป็นส่วนตัวเมื่อใช้ AI

เพื่อให้คุณสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้โดยไม่เสียความเป็นส่วนตัว ผู้เชี่ยวชาญแนะนำขั้นตอนการป้องกันดังนี้:

  • ปิดประวัติการแชท (Chat History): ในการตั้งค่าของ ChatGPT เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลถูกนำไปฝึกโมเดล
  • ลบ Metadata: ใช้เครื่องมือแก้ไขภาพลบข้อมูล EXIF และพิกัด GPS ออกก่อนอัปโหลด
  • ใช้ภาพดัดแปลง: ใช้ฟิลเตอร์หรือสร้างอวตารดิจิทัลแทนการใช้ภาพถ่ายจริง
  • หลีกเลี่ยงข้อมูลอ่อนไหว: ไม่ใช้คำสั่ง (Prompt) ที่ระบุข้อมูลส่วนตัว และไม่ใช้ภาพถ่ายกลุ่มหรือภาพที่มีพื้นหลังระบุตัวตนได้
  • ตรวจสอบการตั้งค่า: ปิดตัวเลือกการนำข้อมูลไปฝึกโมเดล (Model Training) ในเมนูการตั้งค่าของบัญชี

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ข้อมูลที่ถูกเก็บ: ไม่ได้มีแค่รูปภาพ แต่รวมถึง Metadata, พิกัด GPS, ข้อมูลอุปกรณ์ และพฤติกรรมการใช้งาน
  • การนำไปใช้: OpenAI สามารถใช้รูปภาพที่อัปโหลดเพื่อปรับปรุงและฝึกฝนโมเดล AI ตามนโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ความแตกต่างทางกฎหมาย: GDPR ในยุโรปให้การคุ้มครองสูงกว่าในสหรัฐฯ ซึ่งมีมาตรฐานแตกต่างกันไปตามแต่ละรัฐ
  • การควบคุม: ผู้ใช้สามารถเลือก Opt-out หรือปิดการนำข้อมูลไปฝึกโมเดลได้ในการตั้งค่า Data Controls
สรุปความเสี่ยงและแนวทางป้องกันการใช้ AI Image Generator
สิ่งที่ผู้ใช้ส่งให้ AI ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น วิธีป้องกัน/แก้ไข
รูปถ่ายใบหน้า/ร่างกาย ถูกนำไปฝึกโมเดล AI หรือสร้างโปรไฟล์บุคคล ปิด Model Training ในการตั้งค่า
ไฟล์ภาพต้นฉบับ รั่วไหลของพิกัด GPS และเวลาที่ถ่าย (EXIF) ลบ Metadata ก่อนอัปโหลด
ภาพพื้นหลัง/บุคคลอื่น ละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้อื่นในภาพ ใช้ภาพที่ไม่มีบุคคลอื่นหรือพื้นหลังที่ระบุตัวตนได้
คำสั่ง (Prompts) ข้อมูลส่วนตัวในข้อความถูกบันทึกในระบบ หลีกเลี่ยงการพิมพ์ข้อมูลส่วนตัวใน Prompt

คำถามที่พบบ่อย

การใช้ ChatGPT สร้างรูปภาพฟรี ปลอดภัยหรือไม่?

มีความเสี่ยงในด้านความเป็นส่วนตัว เนื่องจากข้อมูลภาพและ Metadata อาจถูกนำไปใช้ฝึกฝน AI ของ OpenAI แม้จะใช้งานได้ฟรีแต่ผู้ใช้ควรตระหนักถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลส่วนบุคคล

Metadata คืออะไร และทำไมถึงอันตราย?

Metadata คือข้อมูลที่ฝังอยู่ในไฟล์ภาพ เช่น รุ่นกล้อง วันเวลา และพิกัด GPS ซึ่งหากหลุดไปจะทำให้ผู้อื่นทราบตำแหน่งที่ตั้งที่แน่นอนของคุณได้

เราสามารถลบรูปภาพที่เคยอัปโหลดไปแล้วได้หรือไม่?

OpenAI มีเครื่องมือให้ผู้ใช้เข้าถึง ส่งออก หรือลบข้อมูลส่วนบุคคลได้ แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าข้อมูลที่ถูกนำไปฝึกโมเดลแล้วอาจยากต่อการดึงกลับหรือลบออกอย่างสมบูรณ์

จะปิดไม่ให้ OpenAI นำข้อมูลเราไปฝึก AI ได้อย่างไร?

ผู้ใช้ ChatGPT (Free, Plus, Pro) สามารถเข้าไปที่การตั้งค่า Data Controls และปิดตัวเลือกที่อนุญาตให้ใช้เนื้อหาเพื่อปรับปรุงโมเดลได้

การเปลี่ยนรูปเป็นตัวการ์ตูนถือเป็นข้อมูลชีวภาพ (Biometric Data) หรือไม่?

ในทางกฎหมายบางแห่ง เช่น ยุโรป การประมวลผลภาพเพื่อสร้างเวอร์ชันการ์ตูนอาจไม่ถือเป็นการระบุตัวตนทางชีวภาพที่ชัดเจน จึงอาจไม่ได้รับความคุ้มครองภายใต้กฎหมายข้อมูลชีวภาพในบางกรณี