Change Healthcare เผชิญวิกฤตข้อมูลรั่วไหลครั้งใหญ่ หลังกลุ่มแฮกเกอร์ขู่ขายข้อมูลผู้ป่วยสหรัฐฯ

วิกฤตความปลอดภัยทางไซเบอร์ของ Change Healthcare ทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง เมื่อกลุ่มอาชญากรทางไซเบอร์ที่เรียกตัวเองว่า RansomHub ออกมาประกาศขายข้อมูลที่อ้างว่าขโมยมาจากบริษัท ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลทางการแพทย์และข้อมูลทางการเงินที่มีความอ่อนไหวสูงของชาวอเมริกันจำนวนมาก

เหตุการณ์นี้ถือเป็นผลกระทบระลอกใหม่ที่ต่อเนื่องมาจากการโจมตีด้วย Ransomware (มัลแวร์เรียกค่าไถ่ หรือซอฟต์แวร์ที่เข้ารหัสข้อมูลเพื่อเรียกเงินแลกกับการปลดล็อก) เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งในครั้งนั้นได้สร้างความเสียหายอย่างหนักจนระบบการชำระเงินค่ารักษาพยาบาลในสหรัฐฯ เป็นอัมพาต ส่งผลให้โรงพยาบาลหลายแห่งประสบปัญหาด้านเงินทุนในการดำเนินงาน

รายละเอียดข้อมูลที่ถูกโจรกรรม

จากหลักฐานภาพถ่ายหน้าจอที่กลุ่ม RansomHub นำมาเผยแพร่ พบว่าข้อมูลที่ถูกขโมยไปมีความหลากหลายและครอบคลุมข้อมูลสำคัญหลายด้าน ดังนี้:

  • ข้อมูลสุขภาพ: ประวัติการรักษาพยาบาลและข้อมูลทางทันตกรรม
  • ข้อมูลการเงิน: รายละเอียดการเคลมค่ารักษาพยาบาล และข้อมูลประกันภัย
  • ข้อมูลระบุตัวตน: หมายเลขประกันสังคม (Social Security numbers) และที่อยู่อีเมล
  • ข้อมูลเฉพาะกลุ่ม: ข้อมูลด้านสุขภาพของบุคลากรทางทหารสหรัฐฯ ที่ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่

สาเหตุที่ข้อมูลมีปริมาณมหาศาลและหลากหลาย เนื่องจาก Change Healthcare ทำหน้าที่เป็นตัวกลางสำคัญระหว่างบริษัทประกันภัยและผู้ให้บริการทางการแพทย์ เพื่ออำนวยความสะดวกในการชำระเงินและจัดเก็บข้อมูลการรักษาของผู้ป่วย

ผลกระทบต่อบริษัทพันธมิตรและการเรียกค่าไถ่

กลุ่ม RansomHub ได้ระบุชื่อบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากการรั่วไหลครั้งนี้ ได้แก่ MetLife, CVS Caremark, Davis Vision, Health Net และ Teachers Health Trust โดยกลุ่มแฮกเกอร์เสนอให้บริษัทประกันเหล่านี้จ่ายค่าไถ่เป็นรายบริษัทเพื่อระงับการขายข้อมูลของตน

ทางด้าน CVS Health ได้ออกมาชี้แจงว่ารับทราบถึงการกล่าวอ้างของกลุ่มผู้ไม่หวังดีแล้ว แต่ระบุว่าข้อมูลดังกล่าวยังไม่มีหลักฐานยืนยันแน่ชัด และกำลังเฝ้าติดตามการตอบสนองของ Change Healthcare อย่างใกล้ชิด

สรุปความเสียหายและสถานการณ์ของ Change Healthcare
หัวข้อ รายละเอียด
กลุ่มแฮกเกอร์ที่เกี่ยวข้อง BlackCat (AlphV) และ RansomHub
มูลค่าค่าไถ่ที่คาดว่าจ่ายให้ AlphV 22 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ค่าใช้จ่ายในการจัดการเหตุการณ์ (ถึง 31 มี.ค.) 872 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
หน่วยงานที่ตรวจสอบ กระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์ (HHS) และคณะกรรมการพลังงานและพาณิชย์ของสภาผู้แทนราษฎร

แรงกดดันทางกฎหมายและการวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญ

Brett Callow นักวิเคราะห์ภัยคุกคามจาก Emsisoft มองว่าการประกาศขายข้อมูลในครั้งนี้อาจไม่ใช่เป้าหมายหลักเพื่อทำกำไรจากการขายข้อมูล แต่เป็นกลยุทธ์ในการสร้างแรงกดดันให้ Change Healthcare และบริษัทพันธมิตรยอมจ่ายเงินค่าไถ่เพิ่มเติม

ในขณะเดียวกัน UnitedHealth Group ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Change Healthcare กำลังถูกกดดันอย่างหนักจากฝ่ายนิติบัญญัติและหน่วยงานกำกับดูแล โดยมีการตั้งคำถามถึงความหละหลวมของระบบรักษาความปลอดภัย และการตรวจสอบว่าบริษัทได้ละเมิดกฎระเบียบความปลอดภัยของข้อมูลระดับรัฐบาลกลางหรือไม่

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • RansomHub อ้างว่าครอบครองข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลสุขภาพของชาวอเมริกันจำนวนมาก
  • ข้อมูลที่รั่วไหลรวมถึงประวัติการรักษา หมายเลขประกันสังคม และข้อมูลของทหารสหรัฐฯ
  • Change Healthcare เคยจ่ายค่าไถ่ให้กลุ่ม AlphV ไปแล้วประมาณ 22 ล้านดอลลาร์
  • บริษัทใช้เงินไปกว่า 872 ล้านดอลลาร์ในการแก้ไขวิกฤตการณ์ไซเบอร์ครั้งนี้
  • หน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ กำลังสอบสวนการละเมิดกฎความปลอดภัยของข้อมูล

คำถามที่พบบ่อย

ข้อมูลประเภทใดบ้างที่ถูกขโมยไปจาก Change Healthcare?

ข้อมูลที่ถูกอ้างว่ารั่วไหลประกอบด้วย ประวัติการรักษาพยาบาลและทันตกรรม, รายละเอียดการเคลมประกัน, หมายเลขประกันสังคม, อีเมล และข้อมูลสุขภาพของบุคลากรทางทหารสหรัฐฯ

กลุ่ม RansomHub มีเป้าหมายอะไรในการประกาศขายข้อมูล?

นอกจากการขายข้อมูลแล้ว ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าเป็นการสร้างแรงกดดันให้ Change Healthcare และบริษัทคู่ค้าที่ได้รับผลกระทบยอมจ่ายเงินค่าไถ่เพื่อปกป้องข้อมูล

บริษัทใดบ้างที่ถูกระบุว่าข้อมูลรั่วไหลในครั้งนี้?

กลุ่มแฮกเกอร์ระบุชื่อบริษัท ได้แก่ MetLife, CVS Caremark, Davis Vision, Health Net และ Teachers Health Trust

Change Healthcare ได้รับความเสียหายทางการเงินอย่างไรบ้าง?

บริษัทรายงานว่าใช้จ่ายเงินไปถึง 872 ล้านดอลลาร์สหรัฐในการตอบสนองต่อเหตุการณ์นี้ (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม) และมีการระบุว่าได้จ่ายค่าไถ่ให้กลุ่ม AlphV ไป 22 ล้านดอลลาร์

ปัจจุบันมีการดำเนินการทางกฎหมายอย่างไร?

กระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์ (HHS) กำลังตรวจสอบว่าบริษัทละเมิดกฎความปลอดภัยข้อมูลของรัฐบาลกลางหรือไม่ ขณะที่คณะกรรมการของสภาผู้แทนราษฎรได้จัดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับความปลอดภัยทางไซเบอร์ในภาคส่วนสุขภาพ