CBP เพิ่มการตรวจค้นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ สูงสุดเป็นประวัติการณ์

หน่วยงานศุลกากรและป้องกันชายแดนของสหรัฐฯ หรือ CBP (Customs and Border Protection) เปิดเผยสถิติล่าสุดที่น่าสนใจ โดยพบว่ามีการตรวจค้นโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของผู้เดินทางที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นจำนวนที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา

ข้อมูลระบุว่าในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา ยอดการตรวจค้นพุ่งสูงขึ้นประมาณ 17% โดยเฉพาะในช่วง 6 เดือนหลังที่มีการเร่งความเข้มงวดมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

สถิติการตรวจค้นที่พุ่งสูงขึ้นในรอบปีงบประมาณ

สำหรับปีงบประมาณ 2025 (ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2024 ถึงกันยายน 2025) เจ้าหน้าที่ CBP ได้ดำเนินการตรวจค้นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไปแล้วประมาณ 55,424 ครั้ง ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2024 ที่มีการตรวจค้นอยู่ที่ประมาณ 47,000 ครั้ง

หากพิจารณาเป็นรายไตรมาส จะเห็นแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายนมีการตรวจค้น 14,899 เครื่อง และพุ่งสูงขึ้นอีกเป็น 16,173 เครื่องในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดรายไตรมาส

สรุปสถิติการตรวจค้นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์โดย CBP
ปีงบประมาณ / ช่วงเวลา จำนวนการตรวจค้น (ครั้ง/เครื่อง) หมายเหตุ
ปี 2015 8,503 จุดเริ่มต้นของแนวโน้มขาขึ้น
ปี 2018 ประมาณ 30,000 เริ่มมีการขยายการตรวจค้น
ปี 2024 ประมาณ 47,000 -
ปี 2025 55,424 สูงสุดเป็นประวัติการณ์
ก.ค. - ก.ย. 2025 16,173 ไตรมาสที่มีการตรวจค้นสูงสุด

รูปแบบและวิธีการตรวจค้นทางดิจิทัล

การตรวจสอบของเจ้าหน้าที่แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ตามระดับความเข้มข้นและเครื่องมือที่ใช้:

  • การตรวจค้นพื้นฐาน (Basic Search): เป็นการที่เจ้าหน้าที่เลื่อนดูข้อมูลในโทรศัพท์ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นวิธีที่พบบ่อยที่สุด โดยในปีที่ผ่านมามีการตรวจค้นรูปแบบนี้ถึง 51,061 ครั้ง
  • การตรวจค้นขั้นสูง (Advanced Search): เป็นการใช้เครื่องมือพิเศษเพื่อคัดลอกและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก ซึ่งในปีที่ผ่านมามีการดำเนินการ 4,363 ครั้ง (เพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อน)

สำหรับการตรวจค้นขั้นสูง CBP ได้นำเทคโนโลยีจากบริษัทเอกชนมาใช้ เช่น Cellebrite’s UFED ที่สามารถข้ามระบบล็อกเครื่องและกู้คืนไฟล์ที่ถูกลบ, GrayKey ที่เน้นเจาะระบบ iPhone รุ่นใหม่ และ Magnet AXIOM ที่ใช้สร้างไทม์ไลน์กิจกรรมจากอุปกรณ์และคลาวด์ ซึ่งเครื่องมือเหล่านี้เปลี่ยนงานวิเคราะห์ที่เคยใช้เวลาหลายสัปดาห์ในห้องแล็บ ให้กลายเป็นขั้นตอนปกติที่จุดตรวจ

Image 7

อำนาจทางกฎหมายและข้อโต้แย้งด้านสิทธิ

เจ้าหน้าที่ชายแดนมีอำนาจกว้างขวางในการตรวจค้นอุปกรณ์ของทุกคนที่เดินทางเข้าสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยว พลเมืองสหรัฐฯ หรือผู้ถือกรีนการ์ด เนื่องจากพื้นที่สนามบินและด่านชายแดนมักจะได้รับข้อยกเว้นจาก Fourth Amendment (บทแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับที่ 4) ซึ่งปกติจะกำหนดให้ต้องมีหมายศาลในการตรวจค้น

อย่างไรก็ตาม ศาลรัฐบาลกลางในแต่ละเขตยังมีคำวินิจฉัยที่แตกต่างกัน บางเขตอนุญาตให้ตรวจค้นได้โดยไม่ต้องมีเหตุสงสัย ในขณะที่บางเขตกำหนดว่าการตรวจค้นขั้นสูงต้องมี Reasonable Suspicion (เหตุอันควรสงสัย) หรือแม้กระทั่ง Probable Cause (เหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำผิด)

Image 8

ผลกระทบต่อภาพลักษณ์และการท่องเที่ยว

การเพิ่มความเข้มงวดนี้เกิดขึ้นท่ามกลางนโยบายกวาดล้างการย้ายถิ่นฐานของรัฐบาลทรัมป์ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติบางส่วนเริ่มกังวลและลดจำนวนการเดินทางเข้าสหรัฐฯ มีรายงานกรณีที่นักท่องเที่ยวถูกกักตัวเป็นเวลานาน หรือถูกปฏิเสธการเข้าเมืองเนื่องจากข้อความในโทรศัพท์ เช่น กรณีนักท่องเที่ยวชาวนอร์เวย์ที่ถูกส่งกลับเพราะมีภาพมีมล้อเลียนรองประธานาธิบดี JD Vance หรือนักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศสที่ถูกตรวจค้นเพื่อดูว่ามีการวิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดีหรือไม่

ทางด้านโฆษกของ CBP คุณ Rhonda Lawson ระบุว่าการตรวจค้นนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจหา Digital Contraband (สิ่งของผิดกฎหมายในรูปแบบดิจิทัล) เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย และข้อมูลเพื่อพิจารณาสิทธิ์ในการเข้าเมือง โดยยืนยันว่าสัดส่วนผู้ถูกตรวจค้นนั้นน้อยกว่า 0.01% ของผู้เดินทางทั้งหมด

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ยอดการตรวจค้นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ปี 2025 สูงถึง 55,424 ครั้ง ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดใหม่
  • การตรวจค้นส่วนใหญ่เป็นแบบพื้นฐาน (Basic Search) โดยมีการตรวจค้นขั้นสูงเพียงส่วนน้อย
  • เจ้าหน้าที่สามารถตรวจค้นอุปกรณ์ได้โดยไม่ต้องมีหมายศาลในพื้นที่ด่านชายแดน
  • มีการใช้ซอฟต์แวร์เฉพาะทาง เช่น Cellebrite และ GrayKey เพื่อเข้าถึงข้อมูลที่ถูกล็อกหรือลบ
  • สัดส่วนผู้ถูกตรวจค้นคิดเป็นน้อยกว่า 0.01% ของผู้เดินทางเข้าสหรัฐฯ ทั้งหมด

คำถามที่พบบ่อย

ใครบ้างที่อาจถูกตรวจค้นโทรศัพท์เมื่อเข้าสหรัฐฯ?

ทุกคนที่เดินทางผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ มีโอกาสถูกตรวจค้นได้ทั้งหมด รวมถึงนักท่องเที่ยว พลเมืองสหรัฐฯ และผู้ถือบัตรเขียว (Green Card holders)

การตรวจค้นแบบพื้นฐานและแบบขั้นสูงแตกต่างกันอย่างไร?

การตรวจค้นพื้นฐานคือการที่เจ้าหน้าที่เลื่อนดูข้อมูลในเครื่องด้วยตาเปล่า ส่วนการตรวจค้นขั้นสูงจะใช้ซอฟต์แวร์พิเศษคัดลอกข้อมูลจากเครื่องไปวิเคราะห์ในคอมพิวเตอร์ ซึ่งอาจรวมถึงการกู้คืนไฟล์ที่ถูกลบ

หากปฏิเสธไม่ให้รหัสผ่านโทรศัพท์จะเกิดอะไรขึ้น?

การปฏิเสธให้รหัสผ่านอาจนำไปสู่การยึดอุปกรณ์ไว้ตรวจสอบ และอาจทำให้กระบวนการตรวจคนเข้าเมืองล่าช้าออกไป

เจ้าหน้าที่ CBP มีสิทธิ์ตรวจค้นโดยไม่มีหมายศาลจริงหรือ?

ใช่ เนื่องจากพื้นที่ชายแดนและสนามบินนานาชาติมักได้รับข้อยกเว้นทางกฎหมายจากบทแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับที่ 4 ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจค้นอุปกรณ์ได้โดยไม่ต้องมีหมายศาล

ทำไม CBP ถึงต้องตรวจค้นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์?

เพื่อค้นหาสิ่งผิดกฎหมายในรูปแบบดิจิทัล ตรวจสอบเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย และประเมินว่าผู้เดินทางมีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเข้าเมืองตามกฎหมายหรือไม่