CarderBee การโจมตี Supply Chain รูปแบบใหม่ที่ใช้ลายเซ็นดิจิทัลของ Microsoft พรางตัว

ในโลกของความปลอดภัยทางไซเบอร์ การโจมตีแบบ Software Supply Chain Attack หรือการโจมตีห่วงโซ่อุปทานซอฟต์แวร์ ถือเป็นภัยคุกคามที่น่าสะพรึงกลัว เพราะแฮกเกอร์จะทำการฝังมัลแวร์ลงในแอปพลิเคชันที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อส่งต่อไวรัสไปยังผู้ใช้งานจำนวนมหาศาลในคราวเดียว ล่าสุดทีมวิจัย Threat Hunter จาก Symantec (บริษัทในเครือ Broadcom) ได้ตรวจพบกลุ่มแฮกเกอร์หน้าใหม่ที่ชื่อว่า CarderBee ซึ่งมีวิธีการทำงานที่ซับซ้อนและน่าจับตามองเป็นพิเศษ

กลุ่ม CarderBee ได้ทำการเจาะระบบการอัปเดตซอฟต์แวร์ของ Cobra DocGuard ซึ่งเป็นโปรแกรมด้านความปลอดภัยจากประเทศจีนที่ใช้สำหรับเข้ารหัสและปกป้องไฟล์ข้อมูล โดยแฮกเกอร์ได้ฉีดมัลแวร์เข้าไปในตัวอัปเดตเพื่อมุ่งเป้าโจมตีคอมพิวเตอร์ประมาณ 100 เครื่องในภูมิภาคเอเชีย โดยส่วนใหญ่อยู่ในฮ่องกง

กลยุทธ์การพรางตัวขั้นสูงด้วยลายเซ็นของ Microsoft

สิ่งที่ทำให้การโจมตีครั้งนี้โดดเด่นกว่าครั้งอื่นคือ ความสามารถในการทำให้มัลแวร์ดูเหมือนซอฟต์แวร์ที่เชื่อถือได้ โดย CarderBee ได้นำโค้ดอันตรายที่เรียกว่า Korplug (หรือ PlugX) ซึ่งเป็น Backdoor หรือประตูหลังที่แฮกเกอร์ชาวจีนนิยมใช้ ไปผ่านกระบวนการลงลายเซ็นดิจิทัล (Digital Signature) ของ Microsoft

โดยปกติแล้ว ลายเซ็นนี้จะใช้ในโปรแกรม Windows Hardware Compatibility Publisher เพื่อยืนยันว่าโค้ดนั้นปลอดภัยและได้รับความไว้วางใจ การที่มัลแวร์มีลายเซ็นของ Microsoft ทำให้ระบบตรวจจับมัลแวร์ส่วนใหญ่ข้ามการตรวจสอบไป เพราะเชื่อว่าเป็นซอฟต์แวร์ที่ผ่านการรับรองแล้ว ซึ่งผู้เชี่ยวชาญระบุว่าแฮกเกอร์อาจใช้วิธีสร้างบัญชีนักพัฒนาปลอมหรือขโมยบัญชีจากนักพัฒนาที่ลงทะเบียนไว้กับ Microsoft เพื่อให้ได้ลายเซ็นนี้มา

Image 7

การวิเคราะห์เป้าหมายและความเชื่อมโยงกับกลุ่ม APT

แม้ว่า Cobra DocGuard จะมีผู้ใช้งานราว 2,000 ราย แต่ CarderBee กลับเลือกติดตั้งมัลแวร์เพียง 100 เครื่องเท่านั้น สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าแฮกเกอร์มีการคัดกรองเหยื่ออย่างเฉพาะเจาะจง ไม่ใช่การหว่านล้อมโจมตีแบบสุ่ม โดยมัลแวร์ที่ติดตั้งสามารถสั่งการระยะไกลและบันทึกการกดแป้นพิมพ์ (Keystrokes) ของเหยื่อได้

ในแง่ของความเชื่อมโยง Symantec พบว่าพฤติกรรมบางอย่างคล้ายกับกลุ่ม APT (Advanced Persistent Threat) หรือกลุ่มแฮกเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ซึ่งมักมีการโจมตีที่ต่อเนื่องและซับซ้อน โดยก่อนหน้านี้บริษัท ESET เคยพบว่า Cobra DocGuard ถูกใช้เป็นช่องทางโจมตีบริษัทการพนันในฮ่องกงโดยกลุ่ม LuckyMouse (หรือ APT27/Budworm) และมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่ม APT41 (Barium) ที่เชี่ยวชาญการโจมตี Supply Chain เช่นกัน อย่างไรก็ตาม Symantec ยังไม่สรุปว่า CarderBee คือกลุ่มเดิมหรือไม่ เนื่องจากอาจเป็นกลุ่มใหม่ที่เลียนแบบวิธีการเดิมที่เคยได้ผล

สรุปข้อมูลการโจมตีโดยกลุ่ม CarderBee
หัวข้อ รายละเอียด
กลุ่มผู้โจมตี CarderBee
ซอฟต์แวร์ที่ถูกใช้เป็นช่องทาง Cobra DocGuard (โดย EsafeNet/Nsfocus)
มัลแวร์ที่ใช้ Korplug / PlugX (Backdoor)
เทคนิคการพรางตัว ใช้ลายเซ็นดิจิทัลจาก Microsoft
พื้นที่เป้าหมายหลัก ฮ่องกง และภูมิภาคเอเชีย
จำนวนเหยื่อที่ตรวจพบ ประมาณ 100 เครื่อง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • CarderBee เป็นกลุ่มแฮกเกอร์ที่ใช้การโจมตีแบบ Supply Chain ผ่านซอฟต์แวร์ Cobra DocGuard
  • มีการใช้ Korplug/PlugX ซึ่งเป็นมัลแวร์ประเภท Backdoor เพื่อควบคุมเครื่องเหยื่อ
  • ความน่ากลัวอยู่ที่การหลอกให้ Microsoft ลงลายเซ็นดิจิทัลให้มัลแวร์ ทำให้ตรวจจับได้ยากขึ้น
  • เป้าหมายถูกเลือกอย่างเฉพาะเจาะจง ไม่ใช่การโจมตีแบบสุ่ม
  • มีความเชื่อมโยงทางเทคนิคกับกลุ่ม APT จากจีน แต่ยังไม่สามารถระบุตัวตนที่แน่ชัดได้

คำถามที่พบบ่อย

Software Supply Chain Attack คืออะไร?

คือการโจมตีที่แฮกเกอร์ไม่ได้เจาะเข้าเครื่องเหยื่อโดยตรง แต่ใช้วิธีเจาะระบบของผู้พัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อฝังโค้ดอันตรายลงในตัวโปรแกรมหรือตัวอัปเดต เมื่อผู้ใช้ดาวน์โหลดหรืออัปเดตซอฟต์แวร์ที่เชื่อถือได้ มัลแวร์ก็จะถูกติดตั้งลงในเครื่องโดยอัตโนมัติ

ทำไมลายเซ็นดิจิทัลของ Microsoft ถึงทำให้มัลแวร์อันตรายขึ้น?

เพราะลายเซ็นดิจิทัลเป็นเครื่องหมายยืนยันว่าซอฟต์แวร์นั้นมาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ นักล่าภัยคุกคาม (Threat Hunters) และโปรแกรมแอนตี้ไวรัสหลายตัวมักจะยกเว้นการตรวจสอบไฟล์ที่มีลายเซ็นของ Microsoft ทำให้มัลแวร์สามารถทำงานในระบบได้โดยไม่ถูกสงสัย

กลุ่ม APT คือใคร?

APT ย่อมาจาก Advanced Persistent Threat หมายถึงกลุ่มแฮกเกอร์ที่มีทักษะสูง มีทรัพยากรจำนวนมาก และมักได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล เพื่อเป้าหมายในการจารกรรมข้อมูลทางราชการ การทหาร หรือโครงสร้างพื้นฐานของประเทศอื่นในระยะยาว

Cobra DocGuard คือโปรแกรมอะไร?

เป็นซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัยที่พัฒนาโดยบริษัทในจีน (จำหน่ายโดย EsafeNet ภายใต้ Nsfocus) มีหน้าที่หลักในการเข้ารหัสและปกป้องไฟล์ข้อมูลตามสิทธิ์ของผู้ใช้งานภายในองค์กร

เราจะป้องกันการโจมตีลักษณะนี้ได้อย่างไร?

แม้การโจมตี Supply Chain จะป้องกันได้ยากเพราะเกิดจากแหล่งที่เชื่อถือได้ แต่การใช้หลักการ Zero Trust (ไม่ไว้วางใจสิ่งใดเลย), การตรวจสอบพฤติกรรมที่ผิดปกติของระบบ (Behavioral Analysis) และการอัปเดตระบบรักษาความปลอดภัยให้ทันสมัยอยู่เสมอจะช่วยลดความเสี่ยงได้