Bill Gates กับการกล่าวปาฐกถาครั้งสุดท้ายที่ CES 2008 และวิสัยทัศน์สู่ทศวรรษดิจิทัลที่สอง
บรรยากาศที่งาน CES (Consumer Electronics Show) ปี 2008 เต็มไปด้วยความตื่นเต้น เมื่อ Bill Gates ประธานบริษัท Microsoft ในขณะนั้น ได้ขึ้นกล่าวปาฐกถา (Keynote) เป็นครั้งที่ 12 และถือเป็นครั้งสุดท้ายในฐานะผู้นำสูงสุดขององค์กร ท่ามกลางผู้เข้าชมกว่า 6,000 คนที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในการส่งท้ายบทบาทผู้บริหารของชายผู้เปลี่ยนโลกด้วยซอฟต์แวร์
ย้อนรอยทศวรรษดิจิทัลแรกสู่ก้าวต่อไปของโลกซอฟต์แวร์
Bill Gates ได้เริ่มต้นด้วยการระลึกถึงจุดเริ่มต้นในการขึ้นพูดที่ CES ครั้งแรกเมื่อปี 1994 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ Windows 95 กำลังถูกพัฒนาและอินเทอร์เน็ตเพิ่งเริ่มก่อตัว เขาเรียกช่วงเวลานั้นว่า "ทศวรรษดิจิทัลแรก" ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล โดยเห็นได้จากจำนวนเครื่อง PC ที่เพิ่มขึ้นจนทะลุ 1 พันล้านเครื่องทั่วโลก
สำหรับก้าวต่อไป Gates มองว่าสื่อและความบันเทิงทั้งหมดจะถูกขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ และเรากำลังเข้าสู่ "ทศวรรษดิจิทัลที่สอง" ซึ่งจะมุ่งเน้นไปที่การเชื่อมต่อผู้คนและการยึดผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง (User Centric) โดย Microsoft จะสร้างแพลตฟอร์มที่รองรับแอปพลิเคชันซึ่งทำงานข้ามอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น PC, สมาร์ทโฟน, รถยนต์, ทีวี หรือแม้แต่บน Cloud (ระบบจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต)
3 เสาหลักแห่งนวัตกรรมในอนาคต
Bill Gates ได้นำเสนอองค์ประกอบสำคัญ 3 ประการที่จะเปลี่ยนแปลงประสบการณ์การใช้งานเทคโนโลยี ดังนี้:
- ประสบการณ์ความละเอียดสูง (High Definition) ทุกที่: การแสดงผลคุณภาพสูงจะปรากฏอยู่ทุกที่ ตั้งแต่บนผนัง โต๊ะทำงาน ไปจนถึงอุปกรณ์พกพา โดยผู้ใช้สามารถจัดการข้อมูลได้อย่างง่ายดาย
- การเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้รอยต่อ: ข้อมูลจะถูกจัดเก็บไว้บน Cloud ทำให้การสำรองข้อมูล การค้นหา และการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์เป็นเรื่องง่าย ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องโอนย้ายข้อมูลด้วยตนเองเมื่อเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่
- อินเทอร์เฟซผู้ใช้แบบธรรมชาติ (Natural User Interface - NUI): คือการโต้ตอบกับคอมพิวเตอร์ด้วยวิธีที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติของมนุษย์ เช่น การสัมผัส (Touch) ซึ่งเห็นได้จาก Windows PC และ iPhone ซึ่ง Gates เชื่อว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการเข้าถึงข้อมูลที่ง่ายขึ้น
การอัปเดตผลิตภัณฑ์และพันธมิตรทางธุรกิจ
ในงานนี้มีการสาธิตประสิทธิภาพของ Windows Live ที่รวมบริการต่างๆ เข้าด้วยกันผ่าน ID เดียว เพื่อความสะดวกในการใช้งานทั้งปฏิทินและคลังภาพ นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัว Surface ซึ่งเป็นโต๊ะอัจฉริยะที่รองรับการจดจำและโต้ตอบกับวัตถุ รวมถึงการประกาศความร่วมมือกับ NBC ในการใช้ Silverlight (เทคโนโลยีเว็บสำหรับการแสดงผลวิดีโอและกราฟิกขั้นสูง) เพื่อถ่ายทอดสดและให้บริการวิดีโอออนดีมานด์สำหรับการแข่งขันโอลิมปิก
ด้านความบันเทิง Robbie Bach ได้นำเสนอความสำเร็จของ Xbox 360 ที่มียอดส่งมอบเครื่องถึง 17.7 ล้านเครื่อง และการเติบโตของ Xbox Live ที่มีสมาชิกทะลุ 10 ล้านคน พร้อมการนำคอนเทนต์จาก ABC และ Disney มาลงในแพลตฟอร์ม รวมถึงการขยายตลาดเครื่องเล่นเพลง Zune ไปยังประเทศแคนาดา และการนำเสนอ Zune Social เพื่อสร้างประสบการณ์การฟังเพลงร่วมกัน
| หัวข้อ | รายละเอียดสำคัญ |
|---|---|
| วิสัยทัศน์หลัก | ก้าวสู่ทศวรรษดิจิทัลที่สอง เน้น Cloud และ User Centric |
| เทคโนโลยีเด่น | Natural User Interface (NUI) และ Silverlight |
| ผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ | Surface, Xbox 360, Zune |
| ความสำเร็จของ Xbox | ยอดขายเครื่อง 17.7 ล้านเครื่อง / สมาชิก Xbox Live 10 ล้านคน |
| พันธมิตรสำคัญ | NBC (วิดีโอโอลิมปิก), BT (IPTV ผ่าน Xbox 360) |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- Bill Gates กล่าวปาฐกถาที่ CES ทั้งหมด 12 ครั้ง โดยครั้งปี 2008 เป็นครั้งสุดท้ายในฐานะประธาน Microsoft
- Windows Vista มีผู้ใช้งานถึง 100 ล้านคน ณ ขณะนั้น
- Windows Mobile มีผู้ใช้ใหม่เพิ่มขึ้น 10 ล้านคนในปีที่ผ่านมา
- Xbox 360 สร้างรายได้ในสหรัฐฯ (ถึง พ.ย.) สูงถึง 3.5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่ายอดใช้จ่ายใน Wii และ PS3 รวมกัน
คำถามที่พบบ่อย
ทศวรรษดิจิทัลที่สองในมุมมองของ Bill Gates คืออะไร?
คือยุคที่ซอฟต์แวร์จะเน้นการเชื่อมต่อผู้คนเป็นหลัก โดยมีผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง และข้อมูลจะถูกจัดการผ่าน Cloud เพื่อให้เข้าถึงได้จากทุกอุปกรณ์อย่างไร้รอยต่อ
Natural User Interface (NUI) คืออะไรและสำคัญอย่างไร?
คือการออกแบบส่วนติดต่อผู้ใช้ที่เลียนแบบพฤติกรรมธรรมชาติ เช่น การสัมผัสหน้าจอ ซึ่งช่วยให้ผู้คนเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็วกว่าการใช้เมาส์หรือคีย์บอร์ดแบบเดิม
Silverlight มีบทบาทอย่างไรในงานนี้?
Silverlight เป็นเทคโนโลยีเว็บที่ Microsoft ใช้เป็นเครื่องมือหลักในการร่วมมือกับ NBC เพื่อให้บริการวิดีโอคุณภาพสูงสำหรับการแข่งขันโอลิมปิกทั้งแบบสดและออนดีมานด์
ความสำเร็จของ Xbox 360 ในช่วงนั้นเป็นอย่างไร?
Xbox 360 ประสบความสำเร็จอย่างสูงทั้งในด้านยอดขายเครื่อง (17.7 ล้านเครื่อง) และการสร้างรายได้ที่เหนือกว่าคู่แข่งอย่าง Wii และ PS3 ในตลาดสหรัฐฯ รวมถึงการขยายตัวของบริการ Xbox Live
Zune Social ถูกนำเสนอเพื่อวัตถุประสงค์ใด?
เพื่อเปลี่ยนการฟังเพลงจากกิจกรรมส่วนตัวให้เป็นประสบการณ์ทางสังคม โดยอนุญาตให้ผู้ใช้แบ่งปันและค้นพบเพลงร่วมกับผู้อื่นได้



