APT41 และ RedFly ภัยคุกคามไซเบอร์จีนที่มุ่งเป้าโจมตีโครงข่ายไฟฟ้า

ในโลกของการจารกรรมทางไซเบอร์ ชื่อของ APT41 (กลุ่มแฮกเกอร์ที่มีความเชื่อมโยงกับรัฐบาลจีน) เป็นที่รู้จักในฐานะกลุ่มที่ดำเนินการโจมตีอย่างกล้าหาญและหลากหลาย ตั้งแต่การโจมตีห่วงโซ่อุปทานซอฟต์แวร์ (Software Supply Chain Attack) หรือการฝังมัลแวร์ในแอปพลิเคชันยอดนิยม ไปจนถึงการขโมยเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยแพร่ระบาดจากรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อผลประโยชน์ทางการเงิน

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดมีการตรวจพบความเคลื่อนไหวที่น่ากังวลยิ่งกว่า เมื่อกลุ่มย่อยที่ชื่อว่า RedFly ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ APT41 ได้เปลี่ยนเป้าหมายจากการจารกรรมข้อมูลทั่วไป ไปสู่การเจาะระบบ โครงข่ายไฟฟ้า (Power Grids) ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญระดับชาติ

การบุกรุกโครงข่ายไฟฟ้าในเอเชีย

ทีมวิจัย Threat Hunter จาก Symantec (บริษัทความปลอดภัยในเครือ Broadcom) เปิดเผยว่า กลุ่ม RedFly ได้ลักลอบเข้าสู่เครือข่ายคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานไฟฟ้าแห่งชาติในประเทศหนึ่งในเอเชีย โดยการโจมตีเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ของปีนี้ และดำเนินต่อเนื่องยาวนานกว่า 6 เดือน แฮกเกอร์ได้พยายามขยายอำนาจการควบคุมภายในเครือข่าย IT ของหน่วยงานดังกล่าว แม้จะยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าพวกเขาสามารถเข้าถึงระบบควบคุมการผลิตหรือการส่งจ่ายไฟฟ้าได้โดยสมบูรณ์หรือไม่

Dick O'Brien นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Symantec ระบุว่า ประเทศที่ถูกโจมตีเป็นประเทศที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ต่อจีน แม้ในเบื้องต้นจะดูเหมือนเป็นการจารกรรมข้อมูล แต่ผู้เชี่ยวชาญจาก Mandiant พบเบาะแสว่ากลุ่มนี้อาจเป็นกลุ่มเดียวกับที่เคยโจมตีระบบไฟฟ้าในอินเดีย ซึ่งสอดคล้องกับคำเตือนก่อนหน้านี้เกี่ยวกับความพยายามของแฮกเกอร์จีนในการวางรากฐานเพื่อสร้างเหตุการณ์ไฟดับ (Blackouts) ในบางรัฐของสหรัฐฯ และในกวม

Image 7

ยุทธศาสตร์การฝังตัวเพื่อรอคำสั่งโจมตี

เป้าหมายของการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญไม่ใช่เพียงแค่การขโมยข้อมูล แต่คือการ รักษาขีดความสามารถในการก่อกวน (Disruptive Capability) ซึ่งหมายถึงการแอบฝังตัวอยู่ในระบบอย่างเงียบๆ เพื่อรอเวลาที่เกิดความตึงเครียดทางการเมืองหรือความขัดแย้งทางทหาร แล้วจึง "กดปุ่ม" เพื่อตัดกระแสไฟฟ้าในจุดยุทธศาสตร์ เช่น ฐานทัพทหาร

สถานการณ์นี้คล้ายคลึงกับกรณีของกลุ่ม Volt Typhoon ที่หน่วยงานความมั่นคงของสหรัฐฯ เช่น CISA และ NSA ตรวจพบว่าได้เจาะระบบไฟฟ้าในกวม เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีหากเกิดความขัดแย้งเหนือไต้หวัน หรือกรณีในปี 2021 ที่ Recorded Future พบมัลแวร์ในระบบไฟฟ้าและรถไฟของอินเดียในช่วงที่มีข้อพิพาทชายแดนกับจีน

ตารางสรุปกลุ่มแฮกเกอร์และเป้าหมายการโจมตี

สรุปการดำเนินงานของกลุ่มแฮกเกอร์ที่มีความเชื่อมโยงกับจีนและรัสเซีย
กลุ่มแฮกเกอร์ เป้าหมายหลัก วัตถุประสงค์/วิธีการ ผลลัพธ์/สถานะ
RedFly (APT41) โครงข่ายไฟฟ้าในเอเชีย/อินเดีย ใช้ ShadowPad และ C2 Server (Websencl.com) ฝังตัวระยะยาวเพื่อจารกรรมและเตรียมก่อกวน
Volt Typhoon ระบบไฟฟ้าในสหรัฐฯ และกวม วางรากฐานเพื่อตัดไฟฐานทัพทหาร เตรียมพร้อมสำหรับความขัดแย้งทางทหาร
Sandworm (รัสเซีย) โครงข่ายไฟฟ้าในยูเครน สร้างเหตุการณ์ไฟดับทางยุทธวิธี ประสบความสำเร็จในการทำให้ไฟดับ 2 ครั้ง
Berserk Bear (รัสเซีย) โครงข่ายไฟฟ้าในสหรัฐฯ เจาะระบบเพื่อรักษาการเข้าถึง ยังไม่มีการสร้างความเสียหายในวงกว้าง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • APT41 หรือที่รู้จักในชื่อ Wicked Panda หรือ Barium มีความเชื่อมโยงกับบริษัท Chengdu 404 ซึ่งเป็นผู้รับเหมาของกระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐของจีน
  • ShadowPad คือมัลแวร์ที่ RedFly ใช้ ซึ่งเคยถูกใช้ในการโจมตีห่วงโซ่อุปทานของบริษัท NetSarang ในปี 2017
  • Command-and-Control (C2) Server คือเซิร์ฟเวอร์ที่แฮกเกอร์ใช้สั่งการมัลแวร์ โดย RedFly ใช้โดเมน Websencl.com ในการโจมตีทั้งในอินเดียและประเทศเป้าหมายล่าสุด
  • จีนกำลังเปลี่ยนแนวทางจากการจารกรรมข้อมูล (Espionage) ไปสู่การมุ่งเป้าที่โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ (Critical Infrastructure) มากขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

RedFly แตกต่างจาก APT41 อย่างไร?

RedFly ถูกระบุว่าเป็นกลุ่มย่อยหรือสาขาที่แยกออกมาจาก APT41 โดยมุ่งเน้นเป้าหมายไปที่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและไฟฟ้าโดยเฉพาะ ในขณะที่ APT41 มีขอบเขตการทำงานที่กว้างกว่า ทั้งการจารกรรมรัฐและอาชญากรรมไซเบอร์เพื่อเงิน

ทำไมแฮกเกอร์ต้องเจาะระบบไฟฟ้าหากยังไม่ต้องการทำให้ไฟดับในทันที?

เพื่อเป็นการสร้าง "ทางลัด" หรือการเข้าถึงระบบไว้ล่วงหน้า เมื่อเกิดสถานการณ์วิกฤตหรือความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ แฮกเกอร์จะสามารถสั่งการให้ระบบหยุดทำงานได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาเจาะระบบใหม่

มัลแวร์ ShadowPad คืออะไรและอันตรายอย่างไร?

ShadowPad เป็นเครื่องมือควบคุมระยะไกลที่ทรงพลัง ซึ่งแฮกเกอร์ใช้เพื่อฝังตัวในระบบเป้าหมายและสั่งการให้ทำงานต่างๆ ได้อย่างแนบเนียน มักถูกใช้ในการโจมตีแบบห่วงโซ่อุปทานเพื่อกระจายตัวไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวนมาก

การโจมตีครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานทั่วไปหรือไม่?

ในปัจจุบัน การโจมตีมุ่งเน้นไปที่ระดับโครงสร้างพื้นฐานของรัฐและหน่วยงานไฟฟ้า ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงระดับชาติมากกว่าผู้ใช้รายบุคคล อย่างไรก็ตาม หากแฮกเกอร์ตัดสินใจ "กดปุ่ม" ก่อกวน อาจนำไปสู่เหตุการณ์ไฟดับเป็นวงกว้างที่กระทบต่อประชาชนทั่วไปได้