Apple ก้าวขึ้นเป็นผู้ค้าปลีกเพลงอันดับ 3 ในสหรัฐฯ แซงหน้า Amazon

สถานการณ์ในคูเปอร์ติโนกำลังไปได้สวย เมื่อผลสำรวจรายไตรมาสจาก NPD ซึ่งเป็นกลุ่มวิจัยตลาดชื่อดัง เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า Apple สามารถผลักดันตัวเองขึ้นมาเป็นผู้ค้าปลีกเพลงรายใหญ่ที่สุดอันดับ 3 ในสหรัฐอเมริกา โดยสามารถทำยอดขายแซงหน้ายักษ์ใหญ่อย่าง Amazon ได้สำเร็จ

ความสำเร็จในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องที่เหนือความคาดหมายเสียทีเดียว เนื่องจาก Steve Jobs เคยคาดการณ์ไว้ตั้งแต่ช่วงงาน Showtime เมื่อเดือนกันยายนว่า iTunes Store (ร้านค้าจำหน่ายเพลงดิจิทัลของ Apple) จะสามารถก้าวข้าม Amazon ได้ในที่สุด แต่สิ่งที่สร้างความประหลาดใจคือความรวดเร็วในการเติบโต เพราะในไตรมาสที่ผ่านมา Apple ไม่เพียงแต่แซง Amazon แต่ยังสามารถทำยอดแซงหน้า Target ได้อีกด้วย

ปัจจุบัน iTunes ครองส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 10% ซึ่งตามหลังเพียงยักษ์ใหญ่ด้านค้าปลีกอย่าง Wal-Mart ที่มีส่วนแบ่ง 16% และ Best Buy ที่มีส่วนแบ่ง 14% แม้ว่าการจะก้าวขึ้นไปครองอันดับหนึ่งหรือสองอาจต้องใช้เวลาอีกสักพัก แต่แนวโน้มการเติบโตของการขายเพลงแบบ DRM-free (เพลงที่ไม่มีระบบการจัดการสิทธิ์ดิจิทัล หรือไม่มีการล็อกไฟล์ให้ใช้ได้เฉพาะบางอุปกรณ์) กำลังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทีมงาน iTunes ของ Apple มีความมั่นใจในการขยายตลาดมากขึ้น

Engadget
สรุปส่วนแบ่งการตลาดผู้ค้าปลีกเพลงในสหรัฐฯ
อันดับ ผู้ค้าปลีก ส่วนแบ่งการตลาด (%)
1 Wal-Mart 16%
2 Best Buy 14%
3 Apple (iTunes) 10%

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • Apple ขึ้นแท่นผู้ค้าปลีกเพลงอันดับ 3 ของสหรัฐฯ แซงหน้า Amazon และ Target
  • iTunes Store มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 10%
  • Wal-Mart และ Best Buy ยังคงครองอันดับ 1 และ 2 ตามลำดับ
  • การเติบโตส่วนหนึ่งได้รับแรงหนุนจากการจำหน่ายเพลงแบบ DRM-free

คำถามที่พบบ่อย

ปัจจุบัน Apple อยู่ในอันดับที่เท่าไหร่ของตลาดผู้ค้าปลีกเพลงในสหรัฐฯ?

Apple ครองอันดับที่ 3 โดยมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 10% ตามข้อมูลจาก NPD

ใครคือผู้ค้าปลีกเพลงที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดในสหรัฐฯ?

Wal-Mart เป็นอันดับหนึ่งด้วยส่วนแบ่งการตลาด 16% ตามมาด้วย Best Buy ที่ 14%

Apple แซงหน้าบริษัทใดบ้างในการจัดอันดับครั้งนี้?

Apple สามารถทำยอดแซงหน้า Amazon และ Target ขึ้นมาเป็นอันดับ 3 ได้สำเร็จ

DRM-free คืออะไรและส่งผลอย่างไรต่อ Apple?

DRM-free คือเพลงที่ไม่มีการจำกัดสิทธิ์ในการใช้งาน ทำให้ผู้ซื้อสามารถนำไฟล์เพลงไปใช้กับอุปกรณ์ใดก็ได้ ซึ่งแนวโน้มการขายเพลงรูปแบบนี้ช่วยเพิ่มโอกาสในการเติบโตให้กับ iTunes Store