Apple Pay กับความท้าทายในการบุกตลาดค้าปลีกสหรัฐฯ

แม้ว่า Tim Cook ซีอีโอของ Apple จะแสดงความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมว่าปี 2015 จะเป็นปีทองของ Apple Pay (ระบบชำระเงินดิจิทัลที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถซื้อสินค้าได้โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิตแบบเดิม) แต่ในความเป็นจริง การผลักดันให้ร้านค้าปลีกยอมรับเทคโนโลยีนี้กลับไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด

จากการสำรวจของสำนักข่าว Reuters ที่เจาะลึกกลุ่มบริษัทค้าปลีกชั้นนำ 100 อันดับแรกในสหรัฐฯ ตามรายชื่อของ National Retail Federation ซึ่งส่วนใหญ่เป็นร้านค้าที่มีหน้าร้านจริง (Brick-and-mortar stores) พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า มีร้านค้าเพียงไม่ถึง 1 ใน 4 เท่านั้นที่รองรับ Apple Pay ในขณะที่ร้านค้าประมาณ 2 ใน 3 ระบุว่าไม่มีแผนที่จะนำระบบนี้มาใช้ภายในปีนี้ และมีเพียง 4 บริษัทเท่านั้นที่วางแผนจะเข้าร่วมในอนาคตอันใกล้

Page Mobile Banner

เหตุผลที่ร้านค้ายังไม่เปิดรับ Apple Pay

ปัจจัยที่ทำให้ผู้ประกอบการลังเลในการนำ Apple Pay มาใช้มีหลายประการ โดยสาเหตุหลักคือ ความต้องการของผู้บริโภค ที่ยังไม่มากพอ นอกจากนี้ยังมีข้อจำกัดด้าน โครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี ที่ร้านค้าบางแห่งยังไม่มีเครื่องมือรองรับการทำธุรกรรมรูปแบบนี้

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือเรื่อง ข้อมูลการทำธุรกรรม เนื่องจากร้านค้ามองว่าการใช้ Apple Pay ทำให้พวกเขาได้รับข้อมูลลูกค้าน้อยกว่าการชำระเงินแบบดั้งเดิม และยังมีร้านค้าบางส่วนที่เลือกจะรอระบบชำระเงินจากคู่แข่งแทน

การแข่งขันจาก CurrentC และคู่แข่งรายอื่น

หนึ่งในคู่แข่งสำคัญคือ CurrentC ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวในช่วงกลางปี 2015 โดยได้รับการสนับสนุนจากยักษ์ใหญ่ด้านค้าปลีกอย่าง Wal-Mart ความน่าสนใจคือข้อตกลงของ CurrentC มีเงื่อนไขผูกมัดว่า ร้านค้าที่ติดตั้งระบบนี้จะไม่สามารถใช้ระบบชำระเงินผ่านมือถือเจ้าอื่น รวมถึง Apple Pay ได้จนกว่าจะถึงปี 2016

Apple Pay Hands On

อย่างไรก็ตาม Apple Pay ยังคงมีการเติบโตในโลกออนไลน์ โดยข้อมูล ณ เดือนมีนาคมระบุว่ามีเว็บไซต์กว่า 700,000 แห่งที่รองรับระบบนี้ ส่วนในด้านพฤติกรรมผู้ใช้ ผลสำรวจจาก Phoenix Marketing International ในเดือนกุมภาพันธ์พบว่า ในช่วง 4 เดือนแรกของการเปิดตัว ผู้ใช้งาน Apple Pay มีการทำธุรกรรมเฉลี่ยอยู่ที่ 2.6 ครั้งต่อคน

ในขณะเดียวกัน ตลาดนี้ยังต้องจับตามอง Android Pay ระบบชำระเงินจาก Google ที่เพิ่งเปิดตัวในงาน Google I/O ซึ่งต้องลุ้นว่าจะมีอุปสรรคในการเข้าถึงร้านค้าปลีกเช่นเดียวกับที่ Apple กำลังเผชิญอยู่หรือไม่

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • การยอมรับในร้านค้า: ร้านค้าปลีกชั้นนำในสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ยังไม่รองรับ Apple Pay และไม่มีแผนจะใช้ในปี 2015
  • อุปสรรคหลัก: ขาดความต้องการจากลูกค้า, เทคโนโลยีไม่พร้อม และการสูญเสียข้อมูลการซื้อขาย
  • คู่แข่งสำคัญ: CurrentC มีข้อตกลงห้ามร้านค้าใช้ระบบอื่นจนถึงปี 2016
  • สถิติการใช้งาน: ผู้ใช้ทั่วไปทำธุรกรรมเฉลี่ย 2.6 ครั้งในช่วง 4 เดือนแรก
สรุปสถานะของ Apple Pay ในตลาดค้าปลีกสหรัฐฯ (ข้อมูลจากการสำรวจ 100 บริษัท)
สถานะการรองรับ Apple Pay สัดส่วน/จำนวน
รองรับการใช้งานในปัจจุบัน น้อยกว่า 25%
ไม่มีแผนรองรับในปีนี้ ประมาณ 66% (2 ใน 3)
มีแผนจะเข้าร่วมในอนาคต (ภายใน 1 ปี) 4 บริษัท
จำนวนเว็บไซต์ที่รองรับ (ข้อมูลเดือน มี.ค.) 700,000 แห่ง

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมร้านค้าปลีกหลายแห่งถึงไม่ยอมใช้ Apple Pay?

สาเหตุหลักมาจากความต้องการของผู้บริโภคที่ยังไม่สูงพอ ร้านค้าบางแห่งขาดเทคโนโลยีที่รองรับ และบางส่วนไม่พอใจที่ได้รับข้อมูลการทำธุรกรรมน้อยกว่าการชำระเงินแบบปกติ

CurrentC ส่งผลกระทบต่อ Apple Pay อย่างไร?

CurrentC มีข้อตกลงทางสัญญาที่ห้ามร้านค้าที่ใช้ระบบของตนนำระบบชำระเงินมือถืออื่น เช่น Apple Pay มาใช้ในร้านจนกว่าจะถึงปี 2016 ซึ่งเป็นการปิดกั้นโอกาสในการเข้าถึงร้านค้าปลีกรายใหญ่

ผู้ใช้งาน Apple Pay มีพฤติกรรมการใช้งานอย่างไรในช่วงแรก?

จากผลสำรวจพบว่าในช่วง 4 เดือนแรกของการเปิดตัว ผู้ใช้งานมีการทำธุรกรรมผ่าน Apple Pay เฉลี่ยประมาณ 2.6 ครั้ง

Android Pay จะประสบปัญหาแบบเดียวกับ Apple Pay หรือไม่?

เป็นประเด็นที่น่าติดตาม เนื่องจาก Android Pay เพิ่งเปิดตัวโดย Google และต้องเผชิญกับความท้าทายเดียวกันในการโน้มน้าวให้ร้านค้าปลีกยอมรับเทคโนโลยีการชำระเงินแบบใหม่นี้