Apple iMac (Spring 2011) รีวิวคอมพิวเตอร์ All-in-One สเปกแรงเพื่อการทำงานระดับโปร

Apple กลับมาอัปเกรด iMac อีกครั้งในเวอร์ชัน Spring 2011 โดยครั้งนี้เน้นการปรับปรุงไส้ในให้ทรงพลังยิ่งขึ้นภายใต้ตัวเครื่องดีไซน์หรูหราที่คุ้นเคย การเปลี่ยนแปลงหลักอยู่ที่การนำขุมพลังใหม่มาใช้เพื่อเพิ่มความเร็วในการประมวลผล ทำให้เครื่อง All-in-One (คอมพิวเตอร์ที่รวมหน้าจอและตัวเครื่องไว้ในชิ้นเดียว) รุ่นนี้ไม่ได้เป็นเพียงคอมพิวเตอร์สำหรับใช้งานในครอบครัว แต่ก้าวขึ้นมาเป็นเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพสำหรับผู้ใช้งานระดับมืออาชีพ

เจาะลึกสเปกและฮาร์ดแวร์

สำหรับรุ่น 27 นิ้วที่นำมาทดสอบนี้ มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Intel Core i5 ความเร็ว 3.1GHz ซึ่งเป็นตัวเลือกมาตรฐานสำหรับรุ่นราคาสูง แต่สำหรับผู้ที่ต้องการความแรงขั้นสุด สามารถอัปเกรดเป็น Core i7 ความเร็ว 3.4GHz ได้ในราคาเพิ่มเติม 200 ดอลลาร์ โดยทั้งสองตัวเลือกเป็นแบบ Quad-core (ประมวลผล 4 แกน) ที่ให้ประสิทธิภาพสูง

ในส่วนของหน่วยความจำและพื้นที่เก็บข้อมูล รุ่นนี้ติดตั้ง RAM DDR3 ขนาด 4GB (1333MHz) แบ่งเป็น 2GB จำนวนสองแถว และฮาร์ดดิสก์ SATA ความเร็ว 7,200RPM ความจุ 1TB ด้านการแสดงผลใช้หน้าจอ IPS panel ความละเอียด 2,560 x 1,440 พิกเซล ขับเคลื่อนด้วยการ์ดจอ AMD Radeon HD 6970M พร้อมหน่วยความจำ GDDR5 ขนาด 1GB

จุดเด่นที่สำคัญคือการเพิ่มพอร์ต Thunderbolt (พอร์ตเชื่อมต่อความเร็วสูง) จำนวน 2 พอร์ตที่ด้านหลัง ซึ่งช่วยให้สามารถต่อหน้าจอภายนอกได้สูงสุดถึง 4 จอในทางทฤษฎี แม้ว่าหน้าจอ LED ในตัวจะมีความสว่างและสวยงามเพียงพอสำหรับการใช้งานส่วนใหญ่แล้วก็ตาม

ดีไซน์และการใช้งานภายนอก

รูปลักษณ์ภายนอกยังคงใช้ดีไซน์เดิมที่เน้นความทันสมัยและเรียบง่าย ซึ่งแม้จะดูดีแต่ก็มีจุดที่น่าหงุดหงิดบางประการ เช่น ตำแหน่งของช่องใส่ SD Card ที่อยู่ใกล้กับช่อง DVD-ROM มากเกินไป และปุ่มเปิดเครื่องที่มักจะถูกกดโดยไม่ตั้งใจเวลาปรับองศาหน้าจอ

หน้าจอเป็นแบบกระจกเงา (Hyper-glossy) ซึ่งให้ภาพที่คมชัดแต่สะท้อนแสงได้ง่าย และยังไม่มีตัวเลือกหน้าจอแบบด้าน (Matte) ให้เลือก นอกจากนี้ Apple ยังได้เพิ่มกล้อง FaceTime HD รุ่นใหม่บริเวณขอบจอ และเปิดโอกาสให้ผู้ใช้เลือกเปลี่ยนจาก Magic Mouse เป็น Magic Trackpad ได้

ประสิทธิภาพการทำงานจริง

จากการทดสอบพบว่า iMac รุ่นนี้สามารถจัดการงานทั่วไปได้อย่างสบาย ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมอย่าง Half-Life 2 หรือ Portal 2 ที่ความละเอียดสูงสุดได้อย่างลื่นไหล รวมถึงการเปิดคลิปวิดีโอความละเอียด 1080p พร้อมกันถึง 5 คลิป โดยไม่มีอาการกระตุกของเฟรมเรต

อย่างไรก็ตาม เมื่อทดสอบกับงานหนักอย่างการตัดต่อวิดีโอ 4K ในโปรแกรม REDCINE พบว่ามีอาการหน่วงเล็กน้อย ซึ่งแก้ไขได้ด้วยการตั้งค่าการพรีวิวที่ความละเอียดครึ่งหนึ่ง (Half-res) เพื่อให้การทำงานราบรื่นขึ้น สำหรับผลทดสอบ Benchmark พบว่าทำคะแนน Geekbench ได้ 8,465 คะแนน และสามารถส่งออก (Export) คลิป 720p ความยาว 30 วินาที ผ่าน iMovie ได้ในเวลาเพียง 20 วินาที

สรุปข้อมูลทางเทคนิค Apple iMac (Spring 2011) รุ่น 27 นิ้ว
หัวข้อ รายละเอียดสเปก
หน่วยประมวลผล Intel Core i5 3.1GHz (อัปเกรดเป็น i7 3.4GHz ได้)
หน่วยความจำ (RAM) 4GB DDR3 1333MHz
การ์ดจอ AMD Radeon HD 6970M (1GB GDDR5)
หน้าจอ 27 นิ้ว IPS ความละเอียด 2,560 x 1,440
การเชื่อมต่อพิเศษ Dual Thunderbolt Ports
พื้นที่เก็บข้อมูล 1TB SATA 7,200RPM (รองรับการอัปเกรด SSD)

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ความเร็วเพิ่มขึ้น: ใช้ CPU Intel Sandy Bridge และการ์ดจอ AMD Radeon รุ่นใหม่เพื่อยกระดับประสิทธิภาพ
  • การเชื่อมต่อล้ำสมัย: พอร์ต Thunderbolt ช่วยให้ขยายการใช้งานหน้าจอภายนอกและรับส่งข้อมูลได้รวดเร็ว
  • ทางเลือกสำหรับมือโปร: สามารถเพิ่ม SSD ขนาด 256GB (ราคา 500 ดอลลาร์) เพื่อเปลี่ยนให้เป็นเครื่องทำงานระดับอาชีพ
  • ดีไซน์เดิม: รูปลักษณ์ภายนอกไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากรุ่นก่อนหน้า

บทสรุป

สำหรับผู้ใช้งานระดับมืออาชีพที่ทำงานด้าน Photoshop, Premiere หรือ REDCINE เครื่องนี้สามารถตอบโจทย์ได้ โดยเฉพาะหากเลือกติดตั้ง SSD ภายในและใช้หน่วยเก็บข้อมูลภายนอกความเร็วสูงผ่าน Thunderbolt แม้ว่าการซื้อเครื่อง PC แยกกับหน้าจออาจเป็นทางเลือกอื่นที่น่าสนใจ แต่ iMac ก็ยังคงโดดเด่นในเรื่องความง่ายในการติดตั้งและความสวยงาม

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป รุ่น 21.5 นิ้วที่มีราคาถูกกว่าอาจเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าและเหมาะสมกว่า แต่หากคุณต้องการความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพที่สูงขึ้น iMac รุ่น 27 นิ้วนี้ก็เป็นตัวเลือกที่ยากจะปฏิเสธ

คำถามที่พบบ่อย

iMac รุ่นนี้เหมาะกับใครมากที่สุด?

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวที่จบทั้งเรื่องดีไซน์และประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการหน้าจอขนาดใหญ่ หรือมืออาชีพที่ต้องการเครื่องทำงานที่ทรงพลังและติดตั้งง่าย

พอร์ต Thunderbolt มีประโยชน์อย่างไรในรุ่นนี้?

ช่วยให้การรับส่งข้อมูลมีความเร็วสูงขึ้นมาก และรองรับการเชื่อมต่อหน้าจอภายนอกได้สูงสุดถึง 4 จอ ซึ่งจำเป็นมากสำหรับงานตัดต่อวิดีโอหรือการทำงานหลายหน้าจอ

สามารถอัปเกรดให้ทำงานระดับโปรได้จริงหรือไม่?

ทำได้จริง โดยแนะนำให้เลือกอัปเกรดเป็น SSD ภายในขนาด 256GB และใช้ External Storage ความเร็วสูงเชื่อมต่อผ่าน Thunderbolt จะทำให้การประมวลผลไฟล์ขนาดใหญ่รวดเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ข้อเสียที่เห็นได้ชัดของรุ่นนี้คืออะไร?

คือการที่ไม่มีการปรับปรุงดีไซน์ภายนอก ทำให้ยังมีปัญหาเรื่องตำแหน่งปุ่มเปิดเครื่องที่กดยาก และหน้าจอแบบกระจกที่สะท้อนแสงมาก รวมถึงไม่มีตัวเลือกหน้าจอแบบด้าน