Apple Cash วิธีใช้งาน ส่งเงิน รับเงิน และจัดการยอดเงินใน Wallet แบบมือโปร
นอกเหนือจากการใช้ Apple Pay เพื่อชำระค่าสินค้าและบริการผ่าน iPhone, iPad หรือ Apple Watch แล้ว Apple ยังมีฟีเจอร์ Apple Cash ซึ่งทำหน้าที่เป็นกระเป๋าเงินดิจิทัล (Mobile Payment App) ที่ช่วยให้คุณสามารถส่งเงินให้เพื่อน หรือขอให้ผู้อื่นโอนเงินให้ได้อย่างสะดวกสบาย คล้ายกับการทำงานของ PayPal หรือ Venmo โดยยอดเงินจะถูกเก็บไว้ในยอดคงเหลือของ Apple Cash ซึ่งคุณสามารถนำไปใช้จ่ายต่อหรือโอนกลับเข้าบัญชีธนาคารได้
สำหรับผู้ที่ใช้งาน iOS 18 ขึ้นไป ยังมีฟีเจอร์ใหม่ที่ชื่อว่า Tap to Cash ซึ่งช่วยให้การโอนเงินทำได้ง่ายเพียงแค่การนำอุปกรณ์มาแตะใกล้กัน
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- เงื่อนไขการใช้งาน: ต้องพำนักอยู่ในสหรัฐอเมริกา, ใช้อุปกรณ์ที่รองรับ และเปิดใช้งานการยืนยันตัวตนสองชั้น (Two-Factor Authentication หรือ 2FA)
- ช่องทางการทำรายการ: สามารถส่งหรือขอเงินได้ผ่านแอป Wallet และแอป Messages (iMessage)
- การจัดการบัตร: สามารถตั้งค่าบัตรหลัก (Default Card) สำหรับการชำระเงินอัตโนมัติได้ในเมนูการตั้งค่า
- ความยืดหยุ่น: รองรับการตั้งค่าการชำระเงินแบบรายงวด (Recurring Payments) สำหรับค่าใช้จ่ายประจำ เช่น ค่าเช่าบ้าน
| ฟีเจอร์ | วิธีการทำงาน | จุดเด่น |
|---|---|---|
| ส่ง/ขอเงิน | ผ่านแอป Wallet หรือ iMessage | รวดเร็ว ไม่ต้องใช้เลขบัญชี |
| Tap to Cash | นำ iPhone สองเครื่องมาแตะกัน (iOS 18+) | โอนเงินได้ทันทีโดยไม่ต้องพิมพ์ |
| Recurring Payments | ตั้งเวลาโอนเงินอัตโนมัติ (รายสัปดาห์/เดือน) | เหมาะสำหรับจ่ายค่าเช่าหรือค่าบริการประจำ |
| Transfer to Bank | โอนยอดคงเหลือเข้าบัญชีธนาคารที่ผูกไว้ | เลือกได้ทั้งแบบด่วน (มีค่าธรรมเนียม) หรือแบบปกติ (ฟรี) |
การเริ่มต้นใช้งานและตั้งค่า Apple Cash
เพื่อให้ใช้งาน Apple Cash ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ คุณควรตรวจสอบว่าได้เปิดใช้งาน 2FA (Two-Factor Authentication) ซึ่งเป็นระบบความปลอดภัยที่ต้องยืนยันตัวตนสองขั้นตอนแล้ว
ในส่วนของการชำระเงิน คุณสามารถเพิ่มบัตรได้หลายใบใน Apple Pay แต่ควรเลือกบัตรใบใดใบหนึ่งเป็น บัตรหลัก (Default Card) โดยไปที่ Settings > Wallet & Apple Pay > Default Card ทั้งนี้ แนะนำให้ใช้บัตรเดบิตหรือเครดิตเป็นบัตรหลัก แทนการใช้ยอดเงินใน Apple Cash เพื่อป้องกันปัญหาเงินไม่พอชำระในกรณีที่ยอดซื้อมีราคาสูง
หากต้องการใช้ยอดเงินจาก Apple Cash ชำระสินค้า ให้แตะที่บัตรอื่นเพื่อแสดงรายการบัตรทั้งหมด จากนั้นเลือกบัตร Apple Cash แล้วกดปุ่มด้านข้างสองครั้งเพื่อยืนยันการชำระเงิน
วิธีส่งเงินและขอเงินจากผู้อื่น
การส่งเงิน (Send Money)
คุณสามารถโอนเงินได้โดยเข้าแอป Wallet เลือกบัตร Cash แล้วกดปุ่ม Send จากนั้นระบุชื่อ อีเมล หรือเบอร์โทรศัพท์ของผู้รับ ใส่จำนวนเงิน และกดยืนยันผ่าน iMessage โดยระบบจะให้คุณยืนยันตัวตนด้วย Face ID, Touch ID หรือ PIN ก่อนทำรายการ
นอกจากนี้ยังสามารถสั่งงานผ่าน Siri ได้ เช่น พูดว่า "Hey Siri, send 25 dollars to Stephen" โดยระบบจะหักเงินจากยอดคงเหลือใน Apple Cash หรือหักจากบัตรเดบิตที่ผูกไว้หากยอดเงินไม่เพียงพอ
การขอเงิน (Request Money)
หากต้องการเรียกเก็บเงิน ให้เลือกปุ่ม Request ในแอป Wallet ระบุผู้รับและจำนวนเงินที่ต้องการ จากนั้นส่งคำขอผ่าน iMessage ผู้รับจะต้องกดปุ่ม Pay เพื่ออนุมัติการโอนเงิน ซึ่งผู้รับสามารถปรับเปลี่ยนจำนวนเงินก่อนกดยืนยันได้
ทางเลือกในการโอนเงินผ่านช่องทางต่างๆ
โอนเงินผ่าน iMessage โดยตรง
คุณไม่จำเป็นต้องเข้าแอป Wallet เสมอไป แต่สามารถทำรายการในแชทได้เลย โดยใน iOS 17 หรือ iPadOS 17 ขึ้นไป ให้กดไอคอน + ข้างช่องพิมพ์ข้อความ แล้วเลือก Apple Cash เพื่อระบุจำนวนเงินและกดส่งหรือขอเงินได้ทันที
การส่งเงินผ่าน Apple Watch
สำหรับผู้ใช้ Apple Watch ให้ตั้งค่าบัตรเดบิตใน Apple Pay ให้เรียบร้อย จากนั้นเปิดแอป Messages เลือกผู้รับ ปัดลงแล้วเลือก Apple Pay คุณสามารถปรับจำนวนเงินได้โดยการหมุน Digital Crown แล้วกดยืนยันการชำระเงิน
การใช้ Tap to Cash (สำหรับ iOS 18)
ฟีเจอร์นี้ช่วยให้การแลกเปลี่ยนเงินทำได้ง่ายขึ้น โดยต้องเปิดใช้งาน Bringing Devices Together ในเมนู Settings > General > AirDrop จากนั้นในแอป Wallet ให้เลือก Tap to Cash ระบุจำนวนเงิน และนำ iPhone ของคุณไปแตะใกล้กับ iPhone ของอีกฝ่ายเพื่อโอนเงิน
การจัดการยอดเงินและการตั้งค่าขั้นสูง
การเติมเงินและการโอนออก
คุณสามารถเติมเงินเข้า Apple Cash ได้จากบัตรเดบิตที่ผูกไว้ โดยไปที่ Settings > Wallet & Apple Pay > Apple Cash > Add Money (ขั้นต่ำ 10 ดอลลาร์) หรือตั้งค่า Auto Reload เพื่อเติมเงินอัตโนมัติ
สำหรับการโอนเงินกลับเข้าบัญชีธนาคาร ให้เพิ่มข้อมูล Routing Number และ Account Number ในเมนู Bank Account จากนั้นเลือก Transfer to Bank โดยสามารถเลือกโอนแบบทันที (มีค่าธรรมเนียม) หรือโอนแบบปกติ (ไม่มีค่าธรรมเนียม)
การตั้งค่าการรับเงินแบบ Manual
ปกติแล้ว Apple Cash จะรับเงินโอนเข้าโดยอัตโนมัติ แต่คุณสามารถเปลี่ยนเป็น Manually Accept Payments ได้ที่ Settings > Wallet & Apple Pay > Apple Cash ซึ่งจะทำให้คุณต้องกดยอมรับการโอนเงินด้วยตนเองภายใน 7 วัน
การตั้งค่าโอนเงินรายงวด (Recurring Payments)
สำหรับค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเป็นประจำ คุณสามารถตั้งค่าในแอป Wallet โดยเลือก Send Recurring Payment ระบุผู้รับ จำนวนเงิน และเลือกความถี่ เช่น ทุกสัปดาห์ หรือทุกเดือน พร้อมกำหนดวันที่เริ่มต้นทำรายการได้
คำถามที่พบบ่อย
Apple Cash ต่างจาก Apple Pay อย่างไร?
Apple Pay คือระบบที่ใช้ชำระเงินผ่านบัตรเครดิตหรือเดบิตที่ผูกไว้ ส่วน Apple Cash คือกระเป๋าเงินดิจิทัลที่มียอดเงินคงเหลือในตัว ซึ่งสามารถใช้ส่งเงินหรือรับเงินระหว่างบุคคลได้
หากยอดเงินใน Apple Cash ไม่พอ ระบบจะทำอย่างไร?
หากคุณส่งเงินผ่าน Siri หรือทำรายการที่ผูกกับบัตรเดบิตไว้ ระบบจะหักเงินจากบัตรเดบิตที่เชื่อมต่ออยู่โดยอัตโนมัติเพื่อให้รายการสำเร็จ
การโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารเสียค่าธรรมเนียมหรือไม่?
ขึ้นอยู่กับความเร็วที่เลือก หากเลือกการโอนแบบปกติจะไม่มีค่าธรรมเนียม แต่หากต้องการโอนแบบทันที (Instant Transfer) จะมีค่าธรรมเนียมการทำรายการ
Tap to Cash ใช้ได้กับอุปกรณ์ทุกเครื่องหรือไม่?
ฟีเจอร์ Tap to Cash จำเป็นต้องใช้ iPhone ที่อัปเดตเป็น iOS 18 ขึ้นไป และทั้งผู้ส่งและผู้รับต้องเปิดใช้งานฟีเจอร์ Bringing Devices Together ในการตั้งค่า AirDrop
สามารถตั้งค่าให้ Apple Cash เป็นบัตรหลักในการชำระเงินได้หรือไม่?
ทำได้ แต่ไม่แนะนำหากยอดเงินใน Apple Cash มีจำกัด เพราะหากยอดซื้อสินค้าสูงกว่าเงินที่มี รายการชำระเงินจะล้มเหลว ควรใช้บัตรเครดิตหรือเดบิตเป็นบัตรหลักแทน
