Apple Card บัตรเครดิตดิจิทัลจาก Apple วิธีสมัครและสิทธิประโยชน์ที่คุณควรรู้

Apple Card คือบัตรเครดิตใบแรกของ Apple ที่เปิดตัวในปี 2019 โดยมีความร่วมมือกับ Goldman Sachs จุดเด่นที่ทำให้บัตรใบนี้แตกต่างคือการเป็นบัตรเครดิตรูปแบบดิจิทัลที่เน้นการใช้งานผ่าน iPhone เป็นหลัก โดยผู้ใช้สามารถเพิ่มบัตรลงใน Apple Wallet (แอปพลิเคชันกระเป๋าสตางค์ดิจิทัล) และชำระเงินผ่าน Apple Pay ได้ทันที นอกจากนี้ยังไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี ค่าธรรมเนียมการใช้งานในต่างประเทศ หรือค่าธรรมเนียมเมื่อชำระล่าช้า พร้อมสิทธิประโยชน์เด่นอย่าง "Daily Cash" ที่ให้เงินคืนรวดเร็วทันใจ

เงื่อนไขและวิธีสมัคร Apple Card

แม้ว่าการสมัครจะทำได้ง่าย แต่ผู้สมัครจำเป็นต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อกำหนดดังนี้:

  • มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป
  • เป็นพลเมืองสหรัฐฯ หรือผู้อยู่อาศัยที่ถูกกฎหมาย และมีที่อยู่ในสหรัฐฯ
  • รายงานเครดิต (Credit Report) ต้องไม่อยู่ในสถานะถูกระงับ (Freeze)
  • ใช้อุปกรณ์ที่รองรับการทำงานของ Apple Pay
  • มี Apple ID ที่เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนแบบสองปัจจัย (Two-factor authentication)

ขั้นตอนการสมัคร: คุณสามารถสมัครได้ผ่านทางเว็บไซต์ของ Apple Card โดยคลิกที่ปุ่ม Apply และลงชื่อเข้าใช้ด้วย Apple ID หรือทำผ่านแอป Wallet ใน iPhone โดยกดเครื่องหมายบวก (+) แล้วเลือก Apple Card จากรายการ จากนั้นกรอกข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ วันเกิด เบอร์โทรศัพท์ เลขหลักสุดท้ายของ Social Security number สัญชาติ และรายได้ต่อปี เมื่อกดยอมรับข้อตกลง Apple จะแจ้งวงเงินเครดิตและอัตราดอกเบี้ยให้ทราบเพื่อตัดสินใจกดยอมรับบัตร

ทำความรู้จักกับ Daily Cash ระบบเงินคืนรายวัน

ความพิเศษของ Apple Card คือระบบ Daily Cash ซึ่งเป็นเงินคืน (Cashback) ที่ไม่ต้องรอจนจบรอบบิล แต่จะถูกประมวลผลและสามารถนำไปใช้จ่ายได้ในวันถัดไป โดยอัตราเงินคืนจะแบ่งตามรูปแบบการใช้งานดังนี้:

  • คืนเงิน 3% เมื่อใช้ซื้อสินค้าหรือบริการของ Apple
  • คืนเงิน 2% เมื่อชำระเงินผ่าน Apple Pay
  • คืนเงิน 1% เมื่อใช้บัตรใบจริง (Physical Card) ในการชำระเงิน

โดยปกติ เงินคืนนี้จะถูกโอนเข้ายอดคงเหลือใน Apple Cash เพื่อใช้ส่งเงินผ่านแอป Messages หรือ Wallet แต่หากคุณมีบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูงของ Apple Card สามารถเลือกให้โอนเงินคืนเข้าบัญชีดังกล่าวเพื่อรับดอกเบี้ย 4.15% APY ได้

สรุปสิทธิประโยชน์และอัตราเงินคืนของ Apple Card
รูปแบบการใช้งาน อัตราเงินคืน (Daily Cash) ช่องทางการรับเงิน
สินค้าและบริการของ Apple 3% Apple Cash หรือ บัญชีออมทรัพย์ Apple
ชำระผ่าน Apple Pay 2% Apple Cash หรือ บัญชีออมทรัพย์ Apple
ใช้บัตรไทเทเนียม (ใบจริง) 1% Apple Cash หรือ บัญชีออมทรัพย์ Apple

การจัดการบัตรไทเทเนียมและหมายเลขบัตร

แม้จะเน้นการใช้งานแบบดิจิทัล แต่ผู้ใช้สามารถขอ บัตรไทเทเนียม (Physical Card) ได้ในขั้นตอนการสมัคร หรือขอภายหลังผ่านแอป Wallet โดยไปที่ Apple Card > More > Get Apple Card

การเปิดใช้งานบัตร (Activation):

  • iPhone XR/XS และรุ่นใหม่กว่า: นำโทรศัพท์ไปวางใกล้บัตรแล้วกด Activate บนหน้าจอ
  • iPhone X และรุ่นเก่ากว่า: เข้าแอป Wallet เลือก Activate แล้วนำเครื่องไปวางใกล้บัตรเพื่อยืนยัน

สำหรับหมายเลขบัตร Apple Card จะใช้ระบบ Virtual Card Number (หมายเลขบัตรเสมือน) 16 หลัก ซึ่งสามารถดูได้ในแอป Wallet (สำหรับ iPhone), การตั้งค่า Wallet & Apple Pay (สำหรับ iPad) หรือในแอป Wallet (สำหรับ Apple Watch) โดยต้องผ่านการยืนยันตัวตนก่อนเห็นหมายเลข หากต้องการความปลอดภัยเพิ่มขึ้น สามารถเปิด Advanced Fraud Protection เพื่อให้ระบบสุ่มเปลี่ยนรหัสความปลอดภัย (Security Code) ของบัตรโดยอัตโนมัติ

หมายเหตุ: บัตรไทเทเนียมใบจริงจะไม่มีหมายเลขบัตรพิมพ์ไว้บนตัวบัตร และจะมีหมายเลขที่แตกต่างจากบัตรเสมือน หากต้องการคืนสินค้าและต้องใช้เลข 4 หลักสุดท้ายของบัตรใบจริง สามารถตรวจสอบได้จากรายละเอียดการทำรายการ (Transactions) ในแอป Wallet ของแต่ละอุปกรณ์

การติดตั้งและใช้งานในอุปกรณ์ต่างๆ

คุณสามารถเพิ่ม Apple Card ลงในทุกอุปกรณ์ของ Apple ได้ดังนี้:

  • iPhone: แอป Wallet > กด (+) > Add Card > Apple Card
  • iPad: Settings > Wallet & Apple Pay > Add (ในส่วน Other Card on Your iPad)
  • Apple Watch: แอป Watch ใน iPhone > Wallet & Apple Pay > Add
  • Mac: System Settings > Wallet & Apple Pay > กด (+) > Apple Card

นอกจากนี้ คุณสามารถตั้งค่าให้ Apple Card เป็น บัตรเริ่มต้น (Default Card) เพื่อให้ระบบเรียกใช้บัตรนี้เป็นอันดับแรกในการชำระเงินแบบไร้สัมผัส การซื้อของออนไลน์ หรือการซื้อแอปใน App Store โดยสามารถปรับเปลี่ยนได้ในเมนูการตั้งค่า Wallet & Apple Pay ของแต่ละอุปกรณ์

วิธีการชำระเงินและติดตามการใช้จ่าย

การใช้จ่ายด้วย Apple Card ทำได้ง่ายผ่าน Apple Pay ทั้งในร้านค้าและออนไลน์ หากร้านค้าไม่รองรับ Apple Pay คุณสามารถนำหมายเลขบัตรเสมือน วันหมดอายุ และรหัสความปลอดภัยจากเมนู Card Information ในแอป Wallet ไปกรอกในแบบฟอร์มเว็บได้ หรือใช้บัตรไทเทเนียมรูดจ่ายในร้านที่รับ Mastercard นอกจากนี้ยังรองรับการใช้เป็นบัตรสำหรับระบบขนส่งมวลชน (Express Transit) อีกด้วย

สำหรับการติดตามค่าใช้จ่าย แอป Wallet จะแสดงยอดคงเหลือและรายการล่าสุด พร้อมระบบ Color-coded ที่แยกหมวดหมู่การใช้จ่ายด้วยสี เช่น อาหารและเครื่องดื่ม, การเดินทาง, สุขภาพ และความบันเทิง ช่วยให้คุณวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้เงินได้รายสัปดาห์และรายเดือน

เมื่อถึงกำหนดชำระเงิน คุณสามารถจ่ายยอดค้างชำระได้ผ่านเว็บไซต์ Apple Card หรือแอป Wallet โดยเชื่อมต่อกับบัญชีธนาคารหรือใช้ยอดเงินจาก Apple Cash ซึ่งสามารถเลือกชำระแบบครั้งเดียวหรือตั้งเวลาชำระล่วงหน้าได้

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ไม่มีค่าธรรมเนียม: ฟรีค่าธรรมเนียมรายปี, ค่าธรรมเนียมต่างประเทศ และค่าปรับชำระล่าช้า
  • เงินคืนรวดเร็ว: ระบบ Daily Cash ให้เงินคืนได้ในวันถัดไป ไม่ต้องรอรอบบิล
  • ความปลอดภัยสูง: บัตรจริงไม่มีเลขบัตรพิมพ์ไว้ และมีระบบหมุนเวียนรหัสความปลอดภัยอัตโนมัติ
  • เน้นดิจิทัล: ออกแบบมาเพื่อใช้งานร่วมกับ Apple Pay และ Apple Wallet อย่างสมบูรณ์

คำถามที่พบบ่อย

Apple Card สมัครได้จากที่ไหนบ้าง?

สามารถสมัครได้ผ่านทางเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Apple Card หรือสมัครผ่านแอป Wallet บน iPhone โดยตรง

Daily Cash คืออะไรและได้เงินคืนเท่าไหร่?

คือระบบเงินคืนรายวันที่ผู้ใช้จะได้รับคืนหลังจากใช้จ่าย โดยได้ 3% สำหรับสินค้า Apple, 2% สำหรับการใช้ Apple Pay และ 1% สำหรับการใช้บัตรใบจริง

ถ้าไม่มีบัตรไทเทเนียม จะชำระเงินได้อย่างไร?

สามารถชำระเงินผ่าน Apple Pay ได้ทันที หรือใช้หมายเลขบัตรเสมือน (Virtual Card Number) ที่ดูได้จากแอป Wallet เพื่อกรอกข้อมูลชำระเงินออนไลน์

จะดูหมายเลขบัตร Apple Card ได้อย่างไร?

เข้าไปที่แอป Wallet เลือก Apple Card แล้วกดที่ไอคอนหมายเลขบัตร จากนั้นทำการยืนยันตัวตนเพื่อแสดงหมายเลข 16 หลัก

สามารถตั้งค่าให้ Apple Card เป็นบัตรหลักในการจ่ายเงินได้หรือไม่?

ได้ โดยเข้าไปที่การตั้งค่า Wallet & Apple Pay ในอุปกรณ์ของคุณ แล้วเลือก Apple Card ให้เป็น Default Card เพื่อความสะดวกในการชำระเงินทุกครั้ง