Android M Preview ประสบการณ์ใช้งานจริงในฐานะเครื่องหลักที่เสถียรเกินคาด
การตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้ Android M Developer Preview (เวอร์ชันทดสอบสำหรับนักพัฒนา) บน Nexus 6 เป็นเครื่องหลักแทน iPhone ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ทำให้พบว่าแม้จะเป็นซอฟต์แวร์ที่ยังพัฒนาไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับน่าประหลาดใจ เพราะมันสามารถทำงานเป็นเครื่องใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าที่คิด
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ผู้ใช้ต้องตระหนักคือ นี่ไม่ใช่เวอร์ชันสมบูรณ์ที่พร้อมจะนำไปอวดฟีเจอร์ล้ำๆ ให้ใครดู เนื่องจากจุดประสงค์หลักของ Developer Preview คือการเปิดโอกาสให้เหล่านักพัฒนาได้ปรับปรุงแอปพลิเคชันให้เข้ากับวิสัยทัศน์ใหม่ของ Google ดังนั้นฟีเจอร์เด่นหลายอย่างที่ปรากฏในงานเปิดตัว เช่น Android Pay หรือ Direct Share จึงยังไม่มีให้ใช้งาน รวมถึงฟีเจอร์ที่น่าเสียดายที่สุดอย่าง Now on Tap ซึ่งเป็นระบบที่แสดงข้อมูลอัจฉริยะตามสิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอหรือคำพูดของผู้ใช้ ก็ยังไม่ถูกบรรจุลงในเวอร์ชันนี้

การเปลี่ยนแปลงด้านอินเทอร์เฟซและฟังก์ชันการใช้งาน
หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดคือ App Launcher หรือตัวเรียกใช้งานแอปที่ถูกปรับโฉมใหม่ จากเดิมในเวอร์ชัน Lollipop ที่เป็นแบบการ์ดแยกกัน เปลี่ยนมาเป็นรายการแบบเลื่อน (Scrolling List) ที่จัดกลุ่มแอปตามชื่อ โดยมีแถวบนสุดที่จะแสดงแอป 4 ตัวที่ผู้ใช้ใช้งานบ่อยที่สุด ซึ่งปรับเปลี่ยนตามพฤติกรรมการใช้งานจริง

นอกจากนี้ยังมี System UI Tuner ซึ่งเป็นเครื่องมือปรับแต่งส่วนติดต่อผู้ใช้ (ซ่อนอยู่ในเมนูสำหรับนักพัฒนา) ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดเรียงตำแหน่งของ Quick Settings ในแถบการแจ้งเตือนได้ตามต้องการ ซึ่งเป็นการนำแนวคิดการปรับแต่งที่ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนอย่าง LG เคยทำมาปรับใช้ในระบบมาตรฐานของ Google

การจัดการสิทธิ์การเข้าถึงแอปที่ชาญฉลาดขึ้น
Android M นำเสนอระบบ App Permissions หรือการขออนุญาตเข้าถึงข้อมูลที่ยืดหยุ่นกว่าเดิม ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องกดยอมรับสิทธิ์ทั้งหมดก่อนเริ่มใช้งานแอปอีกต่อไป แต่สามารถเข้าไปปิดการเข้าถึงบางอย่าง (เช่น กล้องถ่ายรูป) ได้ด้วยตนเองผ่านเมนูการตั้งค่า แม้ว่าในปัจจุบันแอปบางตัวอาจจะยังไม่รองรับการทำงานนี้อย่างสมบูรณ์และอาจมีการแจ้งเตือนเตือนผู้ใช้บ่อยครั้งก็ตาม

การควบคุมเสียงและการแจ้งเตือน
ระบบการจัดการเสียงได้รับการปรับปรุงให้ใช้งานง่ายขึ้น โดยการกดปุ่มลดเสียงจนสุดจะนำผู้ใช้เข้าสู่โหมด Do Not Disturb (โหมดห้ามรบกวน) ซึ่งสามารถตั้งค่าเพิ่มเติมได้จาก Quick Settings โดยผู้ใช้สามารถเลือกโหมด Priority Only เพื่อให้รับเฉพาะข้อความสำคัญจากเรื่องงานและกรองการแจ้งเตือนอื่นๆ ออกไป

รายละเอียดการปรับปรุงเล็กน้อยอื่นๆ
- Lockscreen: ตัวอักษรบนหน้าจอล็อกมีความหนาขึ้นเล็กน้อย
- Google Now: การปัดจากมุมซ้ายล่างของหน้าจอล็อกจะเรียกใช้งานคำสั่งเสียงของ Google Now แทนการเปิดหน้าปัดโทรศัพท์
- Dark Theme: มีการเพิ่มธีมมืดเพื่อถนอมสายตา แต่ในปัจจุบันจะส่งผลเฉพาะในเมนูการตั้งค่าเท่านั้น

ประสิทธิภาพและความเสถียรในการใช้งานจริง
หากเปรียบเทียบกับ Android L Preview ในปีที่แล้วที่ค่อนข้างไม่เสถียร Android M กลับทำผลงานได้ดีกว่ามาก บน Nexus 6 ระบบทำงานได้ลื่นไหลใกล้เคียงกับเวอร์ชันปกติ แม้จะพบอาการหน่วงหรือแอปปิดตัวเอง (Force Quit) บ่อยขึ้นบ้าง และมีบั๊กบางประการ เช่น ผู้ใช้บางรายพบว่าพื้นที่เก็บข้อมูล 64GB แสดงผลเหลือเพียง 23GB ซึ่งต้องแก้ไขผ่าน Command Line (การสั่งการด้วยชุดคำสั่งตัวอักษร)

ในด้านการเชื่อมต่อ พบว่าสัญญาณ LTE ของ T-Mobile ทำงานได้ดีประมาณ 90% แต่บางครั้งสัญญาณอาจหายไปเฉยๆ แม้จะอยู่ในพื้นที่ที่มีสัญญาณเต็ม ซึ่งบางครั้งแก้ไขได้ด้วยการรีสตาร์ทเครื่อง นอกจากนี้ยังพบปัญหาแปลกๆ เช่น การใช้ Hotspot แล้วผลการค้นหาถูกส่งไปยัง Google Ireland ซึ่งไม่ใช่ปัญหาที่ร้ายแรงจนใช้งานไม่ได้ แต่ก็อาจสร้างความรำคาญให้กับผู้ใช้ทั่วไปที่ไม่คุ้นเคยกับการแก้ปัญหาทางเทคนิค

| หัวข้อ | รายละเอียด | สถานะ/ผลลัพธ์ |
|---|---|---|
| ความเสถียร | การใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน | ดีกว่าเวอร์ชัน Preview ปีก่อนมาก |
| ฟีเจอร์เด่น | App Permissions, Do Not Disturb | ใช้งานได้จริงและมีประโยชน์ |
| จุดที่ขาดหาย | Android Pay, Now on Tap | ยังไม่พร้อมใช้งานในเวอร์ชันนี้ |
| ปัญหาที่พบ | สัญญาณ LTE หลุดบางครั้ง, บั๊กพื้นที่เก็บข้อมูล | แก้ไขได้หรือต้องรอการอัปเดต |

ข้อเท็จจริงสำคัญ
- กลุ่มเป้าหมาย: ออกแบบมาเพื่อให้นักพัฒนาทดสอบแอป ไม่ใช่สำหรับผู้ใช้ทั่วไป
- การจัดการสิทธิ์: เปลี่ยนจากการยอมรับทั้งหมดตอนติดตั้ง เป็นการเลือกปิด/เปิดสิทธิ์รายแอปในภายหลัง
- อินเทอร์เฟซ: ปรับปรุง App Launcher ให้เป็นรายการเลื่อนและเพิ่มแถบแอปที่ใช้บ่อย
- ความเสถียร: ใช้งานเป็นเครื่องหลักได้ แต่ต้องยอมรับความเสี่ยงเรื่องบั๊กและการใช้ Command Line ในบางกรณี

โดยสรุปแล้ว หากคุณไม่ใช่คนที่คุ้นเคยกับการใช้ Command Line หรือไม่ต้องการเผชิญกับปัญหาจุกจิก Android M ในเวอร์ชันนี้อาจยังไม่เหมาะกับคุณ แต่สำหรับผู้ที่ยอมรับความไม่สมบูรณ์ได้ Android M Developer Preview คือเพื่อนคู่ใจที่เสถียรและน่าประทับใจอย่างยิ่ง





คำถามที่พบบ่อย
Android M Developer Preview เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไปหรือไม่?
ไม่แนะนำสำหรับผู้ใช้ทั่วไป เนื่องจากเป็นเวอร์ชันที่ยังพัฒนาไม่เสร็จสมบูรณ์ อาจพบปัญหาแอปค้าง สัญญาณหลุด หรือต้องใช้คำสั่ง Command Line ในการแก้ไขปัญหาบางอย่าง
ฟีเจอร์ Now on Tap สามารถใช้งานได้ในเวอร์ชันนี้หรือไม่?
ในเวอร์ชัน Developer Preview นี้ ฟีเจอร์ Now on Tap ยังไม่ถูกบรรจุเข้ามาให้ใช้งาน
ระบบ App Permissions ใน Android M ทำงานอย่างไร?
ผู้ใช้สามารถเข้าไปที่เมนูการตั้งค่าแอปเพื่อเลือกปิดหรือเปิดการเข้าถึงข้อมูลบางอย่าง (เช่น กล้อง หรือ ไมโครโฟน) ได้ด้วยตนเอง แทนที่จะต้องกดยอมรับทั้งหมดตั้งแต่ตอนติดตั้งแอป
โหมด Do Not Disturb ใน Android M แตกต่างจากเดิมอย่างไร?
มีการปรับปรุงให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้นผ่าน Quick Settings และสามารถเลือกโหมด Priority Only เพื่อรับเฉพาะการแจ้งเตือนที่สำคัญได้
พบปัญหาพื้นที่เก็บข้อมูลแสดงผลผิดพลาดใน Nexus 6 ต้องทำอย่างไร?
ผู้ใช้บางรายที่พบว่าพื้นที่ 64GB แสดงผลเหลือ 23GB สามารถแก้ไขได้โดยการใช้คำสั่งผ่าน Command Line
