Amazon Fire TV 4K รีวิวเจาะลึก สเปกแรงขึ้นแต่ยังขาดจุดเด่นที่เหนือกว่าคู่แข่ง

แม้ว่า Amazon จะเคยล้มเหลวกับโปรเจกต์สมาร์ทโฟนอย่าง Fire Phone แต่สำหรับ Fire TV กล่องรับสัญญาณความบันเทิงราคา 100 ดอลลาร์ กลับยังคงเดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยรุ่นล่าสุดนี้มาพร้อมกับการอัปเกรดที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการรองรับความละเอียดระดับ 4K และการนำ Alexa ผู้ช่วยอัจฉริยะจากลำโพง Echo มาติดตั้งไว้ เพื่อท้าชนกับ Siri ของ Apple TV โดยเฉพาะ

หากมองเผินๆ Fire TV รุ่นใหม่นี้แทบไม่มีความแตกต่างจากรุ่นเดิมในด้านรูปลักษณ์ภายนอก ยังคงเป็นกล่องทรงสี่เหลี่ยมที่มีมุมค่อนข้างคม แต่จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่พอร์ตเชื่อมต่อด้านหลัง ซึ่งมีการเพิ่มช่องเสียบ microSD card ที่รองรับความจุสูงสุดถึง 128GB ช่วยแก้ปัญหาพื้นที่จัดเก็บข้อมูลภายในที่มีเพียง 8GB ซึ่งเคยเป็นจุดอ่อนใหญ่ในรุ่นก่อนหน้า (สำหรับรุ่น Gaming Edition ราคา 140 ดอลลาร์ จะแถมการ์ด 32GB มาให้ในตัว)

ยกระดับประสิทธิภาพการทำงานภายใน

ภายใต้ตัวเครื่องมีการปรับปรุงฮาร์ดแวร์ครั้งใหญ่ โดยใช้ Quad-core processor รุ่นใหม่ที่ Amazon เคลมว่าทำงานได้เร็วขึ้นถึง 75% พร้อมทั้งอัปเกรดหน่วยประมวลผลกราฟิก และยังคงให้ RAM มาที่ 2GB เช่นเดิม การอัปเกรดนี้ส่งผลโดยตรงต่อความลื่นไหลในการใช้งานอินเทอร์เฟซที่ตอบสนองได้ฉับไวขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

Image 1

รีโมทคอนโทรลและการสั่งงานด้วยเสียง

Amazon ยังคงเลือกใช้รีโมทดีไซน์เดิมซึ่งถือเป็นจุดแข็ง เพราะมีรูปทรงที่โค้งรับกับมือและใช้วัสดุพลาสติกผิวสัมผัสนุ่ม จุดเด่นที่สุดคือปุ่มไมโครโฟนที่ด้านบน ซึ่งทำงานร่วมกับ Alexa ได้อย่างรวดเร็วขึ้นด้วยพลังประมวลผลที่เพิ่มขึ้น ผู้ใช้สามารถค้นหาเนื้อหาที่ต้องการชม หรือสอบถามข้อมูลทั่วไป เช่น สภาพอากาศ และตารางนัดหมายได้ทันที

อย่างไรก็ตาม Alexa บน Fire TV ยังมีความสามารถจำกัดกว่าบนลำโพง Echo โดยในปัจจุบันยังไม่สามารถควบคุมอุปกรณ์ Smart Home หรืออ่านข่าวสารให้ฟังได้ และอาจเกิดปัญหาการทำงานซ้ำซ้อนหากในบ้านมีลำโพง Echo ติดตั้งอยู่ด้วย

Article image

ประสบการณ์การรับชมและความบันเทิง

ในด้านการสตรีมมิ่ง Fire TV ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานผ่าน Amazon Video, Hulu Plus หรือ Netflix ซึ่งแทบไม่มีอาการหน่วงให้เห็น ส่วนการรองรับความละเอียด 4K (Ultra HD) นั้นช่วยให้ภาพมีความคมชัดขึ้นจริง แต่จะสังเกตเห็นความแตกต่างได้ชัดเจนก็ต่อเมื่อใช้งานกับโทรทัศน์ที่มีขนาด 60 นิ้วขึ้นไปเท่านั้น

อีกหนึ่งจุดที่น่าประทับใจคือการจัดการระบบเสียง โดยรุ่นนี้สามารถส่งสัญญาณ Dolby Digital ไปยังเครื่องรับสัญญาณ (Receiver) ได้อย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นปัญหาที่พบในรุ่นแรก นอกจากนี้ แอปพลิเคชันต่างๆ ยังถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่ายและสวยงามกว่า Apple TV รุ่นปัจจุบัน

Article image

มุมมองด้านการเล่นเกม

แม้ว่าตัวเครื่องจะโหลดเกมได้เร็วขึ้นและสลับหน้าเมนูได้ไวขึ้น แต่ปัญหาหลักของ Fire TV ในด้านการเล่นเกมยังคงเป็นเรื่องของ คอนโทรลเลอร์ และ คุณภาพของตัวเกม ที่ยังไม่มีเกมระดับคุณภาพออกมาดึงดูดผู้ใช้งานมากพอ ทำให้ฟังก์ชันการเล่นเกมยังไม่สามารถสร้างจุดเด่นให้กับตัวเครื่องได้

Article image

บทสรุปและการเปรียบเทียบในตลาด

Fire TV รุ่นนี้เปรียบเสมือนเครื่องมือที่ Amazon ใช้ขยายระบบนิเวศ (Ecosystem) ของตนเอง โดยมีการจำกัดการขาย Apple TV และ Chromecast ในร้านค้าของตนเนื่องจากปัญหาการรองรับ Prime Video ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์การทำธุรกิจที่เน้นผลประโยชน์ของบริษัทเป็นหลัก

เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง Roku 4 ที่รองรับ 4K และมีแอปพลิเคชันหลากหลายกว่า หรือ Apple TV ที่มอบประสบการณ์การใช้งานที่ไร้รอยต่อสำหรับผู้ใช้ iOS ทำให้ Fire TV แม้จะเป็นอุปกรณ์ที่ดี แต่ยังขาดเหตุผลที่หนักแน่นพอที่จะทำให้ผู้ใช้รุ่นเดิมต้องอัปเกรด หรือทำให้ผู้ใช้รายใหม่เลือกใช้แทนแบรนด์อื่น

Image 5
สรุปสเปกและคุณสมบัติเด่นของ Amazon Fire TV 4K
หัวข้อ รายละเอียด
ความละเอียดสูงสุด 4K Ultra HD
หน่วยประมวลผล Quad-core (เร็วขึ้น 75%)
หน่วยความจำ (RAM) 2GB
พื้นที่จัดเก็บข้อมูล 8GB (รองรับ microSD สูงสุด 128GB)
ระบบสั่งการด้วยเสียง Alexa
ระบบเสียง Dolby Digital

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • การอัปเกรดฮาร์ดแวร์: ใช้ CPU ใหม่ที่เร็วขึ้น 75% และเพิ่มช่อง microSD card เพื่อขยายความจุ
  • การรองรับภาพและเสียง: รองรับความละเอียด 4K และส่งสัญญาณเสียง Dolby Digital ได้สมบูรณ์
  • ผู้ช่วยอัจฉริยะ: ติดตั้ง Alexa สำหรับค้นหาเนื้อหาและสอบถามข้อมูลพื้นฐาน
  • จุดด้อย: คลังเกมยังไม่น่าสนใจ และฟังก์ชัน Alexa ยังไม่เต็มรูปแบบเท่าลำโพง Echo
  • การแข่งขัน: มีฟีเจอร์ใกล้เคียงกับ Roku 4 แต่ยังเสียเปรียบด้านจำนวนแอปพลิเคชัน

คำถามที่พบบ่อย

Fire TV รุ่น 4K แตกต่างจากรุ่นเดิมอย่างไร?

ความแตกต่างหลักคือการรองรับความละเอียด 4K, โปรเซสเซอร์ที่ทำงานเร็วขึ้น 75%, และการเพิ่มช่องเสียบ microSD card เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูลจากเดิมที่มีเพียง 8GB

Alexa บน Fire TV ทำอะไรได้บ้าง?

สามารถใช้ค้นหาภาพยนตร์หรือรายการทีวี, สอบถามสภาพอากาศ และเช็กตารางนัดหมายได้ แต่ยังไม่สามารถควบคุมอุปกรณ์สมาร์ทโฮมหรืออ่านข่าวได้เหมือนในลำโพง Echo

จำเป็นต้องอัปเกรดเป็นรุ่น 4K หรือไม่?

สำหรับผู้ที่มีรุ่นเดิมอยู่แล้วและไม่ได้ใช้ทีวีขนาด 60 นิ้วขึ้นไป หรือไม่ได้ต้องการความเร็วที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย การอัปเกรดอาจยังไม่มีความจำเป็นมากนัก

Fire TV เหมาะกับการเล่นเกมหรือไม่?

แม้จะโหลดเกมได้เร็วขึ้น แต่เนื่องจากขาดแคลนเกมคุณภาพสูงและตัวคอนโทรลเลอร์ที่เหมาะสม ทำให้ยังไม่โดดเด่นในด้านการเล่นเกมเมื่อเทียบกับอุปกรณ์อื่น

เปรียบเทียบกับ Apple TV และ Roku แล้วเป็นอย่างไร?

Fire TV มีจุดเด่นที่การรวมเข้ากับระบบของ Amazon และราคาที่เข้าถึงง่าย แต่ Roku มีแอปพลิเคชันที่หลากหลายกว่า ส่วน Apple TV ให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีกว่าสำหรับผู้ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของ Apple