Amazfit Active 2 สมาร์ทวอทช์งบประหยัดที่ท้าชนรุ่นเรือธงด้วยฟีเจอร์จัดเต็ม

ในตลาดสมาร์ทวอทช์ราคาประหยัด Amazfit เป็นชื่อที่สร้างมาตรฐานความคุ้มค่ามาอย่างยาวนาน และล่าสุดในงาน CES 2025 ทางแบรนด์ได้เปิดตัว Amazfit Active 2 ที่มาพร้อมราคาเริ่มต้นเพียง 99 ดอลลาร์ (ประมาณ 3,xxx บาท) ซึ่งถือเป็นการยกระดับความสามารถให้เหนือกว่ารุ่นก่อนๆ ในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้นอย่างน่าเหลือเชื่อ

หากเปรียบเทียบกับรุ่นยอดนิยมอย่าง GTR 4 ที่เคยเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ในด้านความคุ้มค่า Amazfit Active 2 กลับมอบฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลายกว่าในราคาที่ถูกลงถึงครึ่งหนึ่ง ทำให้มันกลายเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวสำหรับนาฬิกาในระดับราคาเดียวกัน

ยกระดับดีไซน์และวัสดุที่พรีเมียมขึ้น

Amazfit Active 2 มีการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ครั้งสำคัญ โดยเปลี่ยนจากหน้าปัดทรงสี่เหลี่ยมในรุ่น Active รุ่นแรก มาเป็นหน้าปัดทรงกลมคลาสสิกขนาด 44 มม. ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนนาฬิกาข้อมือมาตรฐานมากขึ้น โดยมีตัวเลือกสองรุ่นให้เลือกตามการใช้งาน:

  • รุ่นมาตรฐาน: มาพร้อมหน้าจอกระจกนิรภัย (Tempered Glass) ตัวเรือนสแตนเลส และสายซิลิโคนสำหรับออกกำลังกายขนาด 20 มม.
  • รุ่นพรีเมียม: ราคา 129 ดอลลาร์ อัปเกรดหน้าจอเป็นกระจกแซฟไฟร์ (Sapphire Glass) ที่ทนทานต่อรอยขีดข่วนได้ดีกว่า พร้อมแถมสายหนังเพิ่มมาให้ในชุด

นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มฮาร์ดแวร์ขั้นสูงเข้ามา เช่น Barometer (เซนเซอร์วัดความกดอากาศ), Gyroscope (เซนเซอร์วัดการหมุน) และ Ambient Light Sensor (เซนเซอร์ปรับแสงหน้าจออัตโนมัติ) เพื่อการวัดผลที่แม่นยำยิ่งขึ้น

Close up of person in jacket against yellow stairs wearing Amazfit Active 2

ฟีเจอร์อัจฉริยะและเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ

จุดเด่นที่สุดของ Active 2 คือหน้าจอ OLED ที่มีความสว่างสูงถึง 2,000 nits ทำให้มองเห็นได้ชัดเจนแม้กลางแดดจ้า พร้อมการนำ Zepp Flow ซึ่งเป็นผู้ช่วย AI อัจฉริยะมาช่วยในการสั่งการและใช้งานได้สะดวกขึ้น

ด้านการดูแลสุขภาพและกีฬา มีการอัปเกรดอัลกอริทึมการวัดอัตราการเต้นของหัวใจและการนอนหลับให้แม่นยำกว่าเดิม รวมถึงโหมดฝึกความแข็งแรง (Strength Training) ที่สามารถตรวจจับจำนวนเซต จำนวนครั้ง และเวลาพักได้โดยอัตโนมัติ สำหรับสายลุยยังมีแผนที่แบบออฟไลน์พร้อมระบบนำทางแบบ Turn-by-turn และแผนการฝึกซ้อมส่วนบุคคลผ่าน Zepp Coach

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ที่ใส่ใจผู้หญิงโดยเฉพาะ ผ่านแอปพลิเคชันที่พัฒนาร่วมกับ Wild.AI เพื่อให้คำแนะนำด้านอาหารและการออกกำลังกายที่สอดคล้องกับรอบเดือนและช่วงวัยต่างๆ เช่น วัยเจริญพันธุ์ ช่วงก่อนหมดประจำเดือน และวัยหมดประจำเดือน

person with stunning purple nails looking at the Amazfit Active 2 on their wrist

ในส่วนของการเชื่อมต่อ Amazfit Active 2 สามารถทำงานร่วมกับ Helio Smart Ring (แหวนอัจฉริยะ) เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการเก็บข้อมูลสุขภาพ และสำหรับผู้ใช้งานในยุโรปจะสามารถใช้ Zepp Pay เพื่อชำระเงินแบบไร้สัมผัสได้อีกด้วย

ประสิทธิภาพการใช้งานจริง

จากการทดสอบเบื้องต้น ตัวเรือนมีน้ำหนักเบา สวมใส่สบาย และมีรูปลักษณ์ที่ดูดีเกินราคา ไม่ดูเป็นพลาสติกราคาถูก แม้การตอบสนองของหน้าจอสัมผัสอาจจะไม่รวดเร็วที่สุด แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการใช้งาน ในด้านแบตเตอรี่ แม้จะลดลงจากรุ่นเดิมที่อยู่ได้ 14 วัน เหลือประมาณ 10 วันสำหรับการใช้งานทั่วไป แต่ก็ยังถือว่าอึดกว่าคู่แข่งส่วนใหญ่ในตลาด

สรุปสเปกและข้อมูลสำคัญของ Amazfit Active 2
หัวข้อ รุ่นมาตรฐาน รุ่นพรีเมียม
ราคา $99 $129
วัสดุหน้าจอ กระจกนิรภัย (Tempered Glass) กระจกแซฟไฟร์ (Sapphire Glass)
รูปทรงหน้าปัด ทรงกลม 44 มม. ทรงกลม 44 มม.
ความสว่างหน้าจอ 2,000 nits (OLED) 2,000 nits (OLED)
อายุการใช้งานแบตเตอรี่ สูงสุด 10 วัน สูงสุด 10 วัน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ราคาเข้าถึงง่าย: เริ่มต้นเพียง 99 ดอลลาร์ แต่ได้ฟีเจอร์ระดับไฮเอนด์
  • จอภาพคุณภาพสูง: OLED ความสว่าง 2,000 nits สู้แสงแดดได้ดีเยี่ยม
  • AI อัจฉริยะ: ใช้ Zepp Flow AI ช่วยในการสั่งการและจัดการข้อมูล
  • สุขภาพผู้หญิง: มีระบบแนะนำการใช้ชีวิตตามรอบฮอร์โมนโดย Wild.AI
  • การนำทาง: รองรับแผนที่ออฟไลน์และระบบนำทางแบบละเอียด
  • การเชื่อมต่อ: ทำงานร่วมกับแหวน Helio และรองรับ Zepp Pay (ในยุโรป)

คำถามที่พบบ่อย

Amazfit Active 2 ต่างจากรุ่น Active รุ่นแรกอย่างไร?

มีการเปลี่ยนดีไซน์จากหน้าปัดสี่เหลี่ยมเป็นทรงกลม 44 มม. เพิ่มฮาร์ดแวร์อย่าง Barometer และ Gyroscope รวมถึงอัปเกรดหน้าจอให้สว่างขึ้นและมีตัวเลือกกระจกแซฟไฟร์ในรุ่นพรีเมียม

แบตเตอรี่ใช้งานได้นานแค่ไหน?

สำหรับการใช้งานทั่วไป แบตเตอรี่สามารถอยู่ได้นานสูงสุดประมาณ 10 วัน ซึ่งแม้จะน้อยกว่ารุ่นก่อนหน้าเล็กน้อย แต่ยังคงมีความทนทานสูงเมื่อเทียบกับสมาร์ทวอทช์แบรนด์อื่น

ฟีเจอร์ Zepp Coach คืออะไร?

คือระบบการสร้างแผนการฝึกซ้อมออกกำลังกายแบบส่วนบุคคลที่ช่วยให้ผู้ใช้บรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สามารถใช้ชำระเงินผ่านนาฬิกาได้หรือไม่?

สามารถทำได้ผ่านฟีเจอร์ Zepp Pay แต่ในปัจจุบันรองรับเฉพาะผู้ใช้งานในโซนยุโรปเท่านั้น

รุ่นพรีเมียมคุ้มค่าที่จะจ่ายเพิ่มหรือไม่?

หากคุณต้องการความทนทานของหน้าจอที่ป้องกันรอยขีดข่วนได้ดีกว่าด้วยกระจกแซฟไฟร์ และต้องการสายหนังเพื่อลุคที่ดูเป็นทางการมากขึ้น การจ่ายเพิ่มเป็น 129 ดอลลาร์ถือว่าคุ้มค่า