Alfa-X รถไฟชินคันเซ็นรุ่นถัดไปของญี่ปุ่น ทะยานสู่ความเร็ว 400 กม./ชม.
ญี่ปุ่นกำลังยกระดับการเดินทางให้รวดเร็วยิ่งขึ้นด้วยการทดสอบ Alfa-X รถไฟความเร็วสูงรุ่นล่าสุดที่พัฒนาโดยความร่วมมือของยักษ์ใหญ่ทางวิศวกรรมอย่าง Kawasaki Heavy Industries และ Hitachi โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการเดินทางด้วยระบบรางในอนาคต
สำหรับ Alfa-X ถูกออกแบบมาให้ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 400 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (248 ไมล์ต่อชั่วโมง) อย่างไรก็ตาม เมื่อเปิดให้บริการแก่สาธารณชนในปี 2030 คาดว่าจะวิ่งด้วยความเร็วใช้งานจริงที่ 360 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (224 ไมล์ต่อชั่วโมง) ซึ่งในปัจจุบันตัวรถยังอยู่ในขั้นตอนการทดสอบประสิทธิภาพอย่างเข้มงวด โดยมีการวิ่งทดสอบในช่วงกลางคืนบนเส้นทางระหว่างเมืองอาโอโมริ (Aomori) และเซนได (Sendai)
นวัตกรรมการออกแบบเพื่อความเร็วและเสียงที่เงียบลง
การขับเคลื่อนด้วยความเร็วสูงนำมาซึ่งความท้าทายด้านแรงดันอากาศและมลภาวะทางเสียง วิศวกรจึงออกแบบส่วนหน้าของรถไฟให้มีลักษณะเป็น Aerodynamic Nose หรือจมูกรูปทรงลู่ลมที่มีความยาวถึง 72 ฟุต เพื่อลดแรงต้านของอากาศและลดเสียงดังรบกวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะที่รถไฟวิ่งผ่านอุโมงค์ นอกจากนี้ยังมีการทดสอบจมูกรถไฟที่มีความยาว 52 ฟุตควบคู่กันไปด้วย
ในด้านระบบความปลอดภัยและการหยุดรถ Alfa-X ได้ติดตั้งเบรกอากาศ (Air Brakes) ไว้บนหลังคา และใช้แผ่นแม่เหล็ก (Magnetic Plates) บริเวณใต้ท้องรถเพื่อช่วยในการชะลอความเร็วอย่างมีประสิทธิภาพ
การเปรียบเทียบความเร็วกับเทคโนโลยีรถไฟอื่น
แม้ว่า Alfa-X จะก้าวขึ้นเป็นรถไฟแบบใช้ล้อที่เร็วที่สุดในโลกเมื่อเปิดตัวในปี 2030 แต่หากมองในภาพรวมของเทคโนโลยีรถไฟทั้งหมด ตำแหน่งรถไฟที่เร็วที่สุดยังคงเป็นของ Maglev (รถไฟพลังแม่เหล็กที่ลอยเหนือราง) ของเมืองเซี่ยงไฮ้ ซึ่งทำความเร็วได้สูงสุดถึง 431 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (268 ไมล์ต่อชั่วโมง)
ทั้งนี้ ญี่ปุ่นเองก็ไม่ได้นิ่งเฉย โดยมีแผนจะเปิดเส้นทางรถไฟ Maglev ของตนเองระหว่างโตเกียวและนาโกย่าในปี 2027 ซึ่งคาดว่าจะทำความเร็วได้สูงถึง 505 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (314 ไมล์ต่อชั่วโมง) เลยทีเดียว
การพัฒนา Shinkansen รุ่น "Supreme"
ก่อนที่ Alfa-X จะพร้อมให้บริการ ญี่ปุ่นได้เปิดตัวรถไฟชินคันเซ็นรุ่น Supreme เพื่อรองรับการแข่งขันโตเกียวโอลิมปิก 2020 โดยรถไฟรุ่นนี้ยังคงความเร็วไว้ที่ 186 ไมล์ต่อชั่วโมงเท่าเดิม แต่มีการปรับปรุงให้ตัวรถมีน้ำหนักเบาลง ประหยัดพลังงานมากขึ้น พร้อมเพิ่มความสะดวกสบายด้วยพื้นที่วางขาที่กว้างขึ้นและจุดติดตั้งปลั๊กไฟสำหรับผู้โดยสาร
| รุ่นรถไฟ | ความเร็วสูงสุด (กม./ชม.) | จุดเด่น/สถานะ |
|---|---|---|
| Alfa-X | 400 | เน้นอากาศพลศาสตร์, เปิดใช้ปี 2030 |
| Maglev (เซี่ยงไฮ้) | 431 | ใช้ระบบลอยตัวด้วยแม่เหล็ก |
| Maglev (ญี่ปุ่น) | 505 | เส้นทางโตเกียว-นาโกย่า, เปิดใช้ปี 2027 |
| Shinkansen Supreme | ~300 (186 mph) | เน้นประหยัดพลังงานและความสบาย |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- Alfa-X พัฒนาโดย Kawasaki Heavy Industries และ Hitachi
- ความเร็วใช้งานจริงเมื่อเปิดบริการปี 2030 คือ 360 กม./ชม.
- ใช้จมูกรถไฟยาว 72 ฟุต เพื่อลดเสียงรบกวนในอุโมงค์
- ระบบเบรกใช้ทั้ง เบรกอากาศบนหลังคา และ แผ่นแม่เหล็กใต้ท้องรถ
- รถไฟ Maglev ของญี่ปุ่นในอนาคตจะเร็วกว่า Alfa-X โดยทำความเร็วได้ถึง 505 กม./ชม.
คำถามที่พบบ่อย
Alfa-X จะเริ่มให้บริการผู้โดยสารเมื่อไหร่?
คาดว่าจะเปิดให้บริการแก่สาธารณชนในปี 2030 หลังจากผ่านการทดสอบประสิทธิภาพอย่างละเอียด
ทำไมรถไฟ Alfa-X ถึงต้องมีส่วนหน้าที่ยาวเป็นพิเศษ?
เพื่อลดแรงดันอากาศและลดเสียงดังที่เกิดขึ้นขณะรถไฟวิ่งด้วยความเร็วสูง โดยเฉพาะเวลาที่ต้องวิ่งผ่านอุโมงค์
Alfa-X เป็นรถไฟที่เร็วที่สุดในโลกหรือไม่?
เป็นรถไฟแบบใช้ล้อที่เร็วที่สุด แต่ยังช้ากว่ารถไฟระบบ Maglev ของเซี่ยงไฮ้ และจะช้ากว่ารถไฟ Maglev ของญี่ปุ่นที่จะเปิดตัวในปี 2027
รถไฟรุ่น Supreme แตกต่างจาก Alfa-X อย่างไร?
รุ่น Supreme เน้นการปรับปรุงจากชินคันเซ็นเดิมให้เบาลง ประหยัดพลังงาน และนั่งสบายขึ้น โดยมีความเร็วเท่าเดิม ในขณะที่ Alfa-X คือการก้าวกระโดดด้านความเร็วและเทคโนโลยีการออกแบบ
