โดรน Predator ของ CBP บินเหนือลอสแอนเจลิส ท่ามกลางข้อกังวลด้านสิทธิพลเมือง
หน่วยศุลกากรและป้องกันชายแดนของสหรัฐฯ (Customs and Border Protection หรือ CBP) ยืนยันการส่งโดรน Predator ขึ้นบินเหนือพื้นที่ลอสแอนเจลิส ในช่วงที่มีการประท้วงเกิดขึ้น โดยระบุว่าเป็นการสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระดับรัฐบาลกลาง รวมถึงสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ICE) เพื่อให้การสนับสนุนทางอากาศในพื้นที่ลอสแอนเจลิสและปริมณฑล
แม้ว่าหน่วยงานท้องถิ่นในสหรัฐฯ จะมีการใช้โดรนหรือเฮลิคอปเตอร์ในการเฝ้าระวังเป็นปกติ เช่น กรมป่าไม้และป้องกันไฟป่าของแคลิฟอร์เนียที่เพิ่มการใช้โดรนเป็นสองเท่าเพื่อต่อสู้กับไฟป่า แต่กรณีของ CBP นั้นแตกต่างออกไป เนื่องจากใช้ MQ-9 Reaper (หรือ Predator B) ซึ่งเป็นอากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aerial Vehicle หรือ UAV) ระดับมาตรฐานทางทหารที่ออกแบบมาเพื่อการลาดตระเวนและสามารถติดตั้งอาวุธได้
การขยายอำนาจของรัฐบาลกลางเหนือพื้นที่รัฐ
เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดการใช้โดรนทางทหารในพื้นที่พลเรือน โดยในปี 2020 เคยมีการส่งโดรน Predator บินเหนือเมืองมินนีแอโพลิสระหว่างการประท้วงกรณี George Floyd นอกจากนี้ นักวิจัยยังพบการเคลื่อนไหวของโดรนจากกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) เหนือหลายเมืองในสหรัฐฯ โดยไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจน
ในสถานการณ์ปัจจุบันที่ลอสแอนเจลิส การส่งโดรนครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการส่งนาวิกโยธินกว่า 700 นาย และการระดมกองกำลัง National Guard เกือบ 4,000 นายเข้าสู่แคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นการดำเนินการที่ขัดต่อความประสงค์ของผู้ว่าการรัฐ Gavin Newsom ทำให้เกิดคำถามถึงการที่รัฐบาลกลางพยายามเข้ามาควบคุมกิจการภายในของรัฐมากขึ้น

มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญและประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน
Matthew Feeney จากกลุ่ม Big Brother Watch ให้ความเห็นว่า การนำอุปกรณ์ทางทหารมาใช้กับพลเรือนในขณะที่รัฐบาลกลางขัดแย้งกับผู้ว่าการรัฐเป็นเรื่องที่น่ากังวล โดยมองว่าหากรัฐบาลนิยามเรื่องการย้ายถิ่นฐานเป็นประเด็นความมั่นคงแห่งชาติ การนำเครื่องมือทางทหารมาใช้ย่อมเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ขณะที่ Faine Greenwood นักวิจัยด้าน UAV ระบุว่า แม้การกระทำนี้จะไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับรัฐบาลของทรัมป์ แต่การใช้เทคโนโลยีทางทหารกับประชากรพลเรือนเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และไม่ควรทำให้กลายเป็นเรื่องปกติในสังคม
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| รุ่นของโดรน | MQ-9 Reaper (Predator B) |
| หน่วยงานที่รับผิดชอบ | Air and Marine Operations (AMO) ของ CBP |
| วัตถุประสงค์ที่กล่าวอ้าง | สร้างความตระหนักรู้ในสถานการณ์และความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ |
| ความสามารถหลัก | กล้องประสิทธิภาพสูงและเซ็นเซอร์ตรวจจับจากระดับความสูง |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- MQ-9 Reaper เป็นโดรนเกรดทหารที่สามารถติดตั้งอาวุธได้ แตกต่างจากโดรนเฝ้าระวังทั่วไปของรัฐ
- CBP ปฏิเสธว่าไม่ได้ใช้โดรนเพื่อสอดแนมกิจกรรมที่ได้รับความคุ้มครองตาม First Amendment (การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 1) ของสหรัฐฯ
- มีการใช้โดรนลักษณะนี้ในเหตุการณ์ประท้วงที่มินนีแอโพลิสเมื่อปี 2020 มาก่อน
- การปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกลางและผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย
คำถามที่พบบ่อย
โดรน MQ-9 Reaper แตกต่างจากโดรนทั่วไปอย่างไร?
MQ-9 Reaper หรือ Predator B เป็น UAV ระดับทหารที่มีขีดความสามารถสูงกว่าโดรนพาณิชย์หรือโดรนที่หน่วยงานท้องถิ่นใช้ โดยเน้นการลาดตระเวนทางอากาศในระยะไกลและสามารถติดตั้งอาวุธได้
CBP ให้เหตุผลในการส่งโดรนบินเหนือลอสแอนเจลิสว่าอย่างไร?
CBP ระบุว่าหน่วยปฏิบัติการทางอากาศและทางทะเล (AMO) ให้การสนับสนุนหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระดับรัฐบาลกลาง เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในสถานการณ์ (Situational Awareness) และดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่
การกระทำนี้ขัดต่อกฎหมายหรือข้อตกลงใดหรือไม่?
ตามข้อตกลงของ DHS ในปี 2015 ข้อมูลจากอากาศยานไร้คนขับไม่ควรถูกเก็บรวบรวมเพื่อวัตถุประสงค์ในการติดตามกิจกรรมที่ได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ เช่น การประท้วงหรือการชุมนุม อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติยังคงเป็นที่ถกเถียงว่าการสนับสนุนเจ้าหน้าที่ ICE สามารถทำได้โดยไม่สอดแนมผู้ประท้วงได้อย่างไร
ทำไมผู้เชี่ยวชาญถึงกังวลกับการใช้โดรนในครั้งนี้?
เพราะเป็นการนำเทคโนโลยีทางทหารมาใช้กับพลเรือนในประเทศตนเอง และเป็นการแสดงออกถึงการขยายอำนาจของรัฐบาลกลางที่เข้ามาแทรกแซงการจัดการภายในของรัฐ ซึ่งอาจนำไปสู่การสร้างมาตรฐานใหม่ในการสอดแนมประชาชนในอนาคต



