โซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่เผชิญคดีความในฝรั่งเศส ปมละเลยการลบเนื้อหาสร้างความเกลียดชัง
ปัญหาการแพร่กระจายของ Hate Speech หรือ ประทุษวาจา (คำพูดที่สร้างความเกลียดชัง) กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกออนไลน์ ดังจะเห็นได้จากกรณีของแชทบอท Tay จาก Microsoft ที่เรียนรู้พฤติกรรมเหยียดเชื้อชาติจากผู้ใช้งานอย่างรวดเร็ว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเป็นพื้นที่ที่เปราะบางต่อการแพร่กระจายของทัศนคติเชิงลบ
ล่าสุด กลุ่มเคลื่อนไหวทางสังคมในประเทศฝรั่งเศส ได้ตัดสินใจยื่นฟ้องบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Facebook, Twitter และ YouTube โดยระบุว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้ล้มเหลวในการจัดการและลบโพสต์ที่มีเนื้อหาเหยียดเชื้อชาติ เหยียดเพศทางเลือก และข้อความที่สร้างความเกลียดชังออกจากระบบ
การดำเนินการทางกฎหมายครั้งนี้เกิดขึ้นโดยความร่วมมือของ Union of French Jewish Students (UEJF) และ SOS Racism ซึ่งระบุว่าเครือข่ายสังคมออนไลน์เหล่านี้ละเมิดกฎหมายของฝรั่งเศส จากการติดตามข้อมูลระหว่างเดือนมีนาคมถึง 10 พฤษภาคม พบโพสต์ที่มีเนื้อหาเข้าข่ายเหยียดเชื้อชาติ เหยียดเพศทางเลือก ต่อต้านชาวยิว รวมถึงเนื้อหาที่สนับสนุนการก่อการร้ายและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติจำนวนถึง 586 โพสต์
ตามกฎหมายที่ประกาศใช้ในปี 2004 ของฝรั่งเศส กำหนดให้เว็บไซต์ต่างๆ ต้องลบเนื้อหาที่ "manifestly illicit" หรือเนื้อหาที่ผิดกฎหมายอย่างชัดเจนออกโดยเร็วที่สุดเมื่อได้รับแจ้ง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจาก UEJF เผยให้เห็นว่าในช่วงเวลาที่มีการตรวจสอบ Twitter ลบโพสต์ที่ผิดกฎหมายออกเพียง 4% เท่านั้น ขณะที่ YouTube และ Facebook มีสัดส่วนการลบที่สูงกว่าเพียงเล็กน้อย
Sacha Reingewirtz ประธาน UEJF ได้วิจารณ์อย่างรุนแรงว่า ในเมื่อบริษัทเหล่านี้ได้รับผลประโยชน์มหาศาลจากการดำเนินธุรกิจในฝรั่งเศส แต่กลับจ่ายภาษีในจำนวนที่น้อย การที่บริษัทปฏิเสธที่จะลงทุนเพื่อต่อสู้กับความเกลียดชังจึงเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- จำนวนโพสต์ที่ถูกติดตาม: พบเนื้อหาผิดกฎหมาย 586 รายการในช่วงเดือน มี.ค. - พ.ค.
- ประสิทธิภาพการลบ: Twitter ลบเนื้อหาที่ถูกแจ้งเพียง 4% ส่วน Facebook และ YouTube ทำได้ดีกว่าเพียงเล็กน้อย
- ข้อบังคับทางกฎหมาย: กฎหมายฝรั่งเศสปี 2004 บังคับให้ลบเนื้อหาที่ผิดกฎหมายอย่างชัดเจนทันทีที่ทราบเรื่อง
- ความแตกต่างทางกฎหมาย: เนื้อหาบางประเภท เช่น การสนับสนุนนาซี ถูกสั่งห้ามในฝรั่งเศสและเยอรมนี แต่ได้รับความคุ้มครองภายใต้ First Amendment (การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 1) ของสหรัฐอเมริกา
| แพลตฟอร์ม | การตอบสนองต่อข้อร้องเรียนในฝรั่งเศส | มาตรการอื่นๆ ที่เคยประกาศ |
|---|---|---|
| ลบเนื้อหาเพียง 4% (ตามข้อมูล UEJF) | เริ่มบล็อกทวีตที่ขัดต่อกฎหมายเฉพาะประเทศในปี 2012 | |
| ปฏิเสธการให้ความเห็นต่อคำร้อง | ทุ่มงบกว่า 1 ล้านยูโรสู้กับลัทธิสุดโต่งในยุโรป | |
| YouTube | ปฏิเสธการให้ความเห็นต่อคำร้อง | ตกลงลบ Hate Speech ในเยอรมนีภายใน 24 ชั่วโมง |
ในด้านการตอบสนอง Cheryl Sandberg COO ของ Facebook เคยประกาศมาตรการกวาดล้างประทุษวาจาในยุโรป โดยสนับสนุนงบประมาณกว่า 1 ล้านยูโร (ประมาณ 1.09 ล้านดอลลาร์) ให้กับองค์กรที่ต่อต้านลัทธิสุดโต่งออนไลน์ นอกจากนี้ ทั้ง Facebook, Google และ Twitter ยังเคยตกลงร่วมกันเมื่อเดือนธันวาคมว่าจะลบเนื้อหาที่สร้างความเกลียดชังในเยอรมนีภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากมีการโพสต์
แม้ว่าบริษัทเหล่านี้จะมีนโยบายภายใน แต่หน่วยงานกำกับดูแลในยุโรป โดยเฉพาะในฝรั่งเศสและเยอรมนีซึ่งมีกฎหมายควบคุม Hate Speech อย่างเข้มงวด ยังคงเดินหน้ากดดันและเอาผิดกับบริษัทโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่องหากพบการละเมิด
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมกลุ่ม UEJF และ SOS Racism ถึงฟ้องร้องโซเชียลมีเดีย?
เนื่องจากพบว่า Facebook, Twitter และ YouTube ไม่ดำเนินการลบเนื้อหาที่เหยียดเชื้อชาติ เหยียดเพศ และสนับสนุนการก่อการร้ายตามที่กฎหมายฝรั่งเศสกำหนด แม้จะมีการแจ้งให้ทราบแล้ว
กฎหมายฝรั่งเศสปี 2004 ระบุไว้อย่างไร?
กฎหมายฉบับนี้กำหนดให้ผู้ให้บริการเว็บไซต์ต้องลบเนื้อหาที่ "ผิดกฎหมายอย่างชัดเจน" (manifestly illicit) ออกจากระบบในระยะเวลาที่เหมาะสมหลังจากได้รับแจ้ง
ทำไมเนื้อหาบางอย่างถึงถูกลบในฝรั่งเศสแต่ไม่ถูกลบในสหรัฐฯ?
เพราะความแตกต่างทางกฎหมาย โดยในฝรั่งเศสและเยอรมนีมีกฎหมายห้ามเผยแพร่เนื้อหาสนับสนุนนาซี แต่ในสหรัฐอเมริกา เนื้อหาดังกล่าวได้รับความคุ้มครองภายใต้เสรีภาพในการพูดตาม First Amendment ของรัฐธรรมนูญ
บริษัทโซเชียลมีเดียมีมาตรการแก้ไขอย่างไรบ้าง?
Facebook ได้สนับสนุนเงินทุนกว่า 1 ล้านยูโรเพื่อต่อสู้กับลัทธิสุดโต่งในยุโรป และทั้งสามแพลตฟอร์มเคยตกลงที่จะลบเนื้อหาที่สร้างความเกลียดชังในเยอรมนีภายใน 24 ชั่วโมง



